ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 36

การตัดสินใจของพฤกษ์

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าคุณพฤกษ์ยังฝืนทำแบบนี้ต่อไป รินจะถือว่าที่ผ่านมา... คุณไม่ได้กำลังช่วยเหลือริน แต่กำลังผลักภาระที่หนักเกินไปมาให้รินต่างหากค่ะ” เสียงของรินสั่นพร่า มือบางที่ถือกระดาษรายการสั่งซื้อไม้นานาพันธุ์สั่นระริก ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังง่วนอยู่กับการขัดไม้ระแนงชิ้นสุดท้ายสำหรับโครงร้านใหม่ พฤกษ์ชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางอุปกรณ์ลงช้าๆ เขาไม่ได้หันกลับมาทันที แต่รินสัมผัสได้ถึงความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ “ผมไม่ได้ทำเพื่อเป็นภาระให้คุณริน และผมไม่เคยคิดว่ามันหนักเกินไป” พฤกษ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับริน แววตาของเขาไม่ได้ดุดันอย่างที่ใครมักเข้าใจ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจนน่ากลัว “ทุกตารางนิ้วที่ผมรื้อออก ทุกแผ่นไม้ที่ผมเลือกมาด้วยตัวเอง... มันคือการปูทางให้คุณกลับมาเชื่อมั่นว่า ความอบอุ่นที่ร้านนี้ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง” รินเม้มริมฝีปากแน่น กลิ่นอายของไม้สนหอมฟุ้งกระจายอยู่ในห้องทำงานที่เคยเงียบเหงา แต่บัดนี้มันกลับคราคร่ำไปด้วยเศษงานและหยาดเหงื่อของชายหนุ่มตรงหน้า พฤกษ์ไม่ได้ใช้แค่เงิน แต่เขาใช้ 'หัวใจ' เข้าแลกกับการฟื้นฟูร้านที่รินเกือบจะตัดสินใจปิดตายไปแล้ว “แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด... คุณพฤกษ์คะ มันเกินตัวไปมาก รินเกรงใจจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว” พฤกษ์ก้าวเข้ามาใกล้ระยะที่ลมหายใจเริ่มประสานกัน เขายื่นมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาแตะที่ข้างแก้มของรินแผ่วเบา รินหลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นนั้น ความสับสนในใจดั่งเกลียวคลื่นที่พัดพาความเหงาออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความซาบซึ้งที่ปนเปไปกับความรู้สึกผิด “ริน... เงยหน้ามองผมสิ” เขาเรียกชื่อที่เขาไม่ได้เอ่ยบ่อยนัก แต่มันกลับมีพลังอำนาจเหนือหัวใจของคนฟัง “สำหรับคนอื่น ร้านนี้อาจจะเป็นแค่ร้านไม้เล็กๆ ที่ไม่มีใครสนใจ แต่สำหรับผม... นี่คือที่พักพิงแห่งเดียวที่ทำให้ผมเห็นประกายไฟในดวงตาคุณกลับมาอีกครั้ง ถ้าการแลกด้วยหยาดเหงื่อของผม สามารถปกป้องโลกเล็กๆ ของคุณได้ คุณคิดว่ามันคุ้มค่าไหมล่ะครับ?” รินลืมตาขึ้นมองดวงตาคมเข้มที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ภายใน ในนั้นไม่มีความโอ้อวด ไม่มีเงื่อนไข มีเพียงความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์จนรินรู้สึกละอายใจที่เคยตั้งกำแพงใส่ชายตรงหน้า “ทำไมถึงดีกับรินขนาดนี้คะ?” พฤกษ์คลี่ยิ้มบาง มันเป็นยิ้มที่ดูผ่อนคลายที่สุดในรอบหลายเดือน เขาไม่ได้ตอบเป็นคำพูด แต่กลับเอื้อมมือไปหยิบเศษไม้ชิ้นเล็กๆ ที่รินสลักเป็นรูปใบไม้มาวางบนฝ่ามือของตนเอง “เพราะคุณคือเหตุผลที่ทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วันไงครับ” บรรยากาศในร้านดูจะอ่อนหวานขึ้นในทันที หากแต่ความเงียบกลับถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาจากหน้าร้าน รินสะดุ้งสุดตัวและถอยห่างจากพฤกษ์ทันที เมฆก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าเคร่งเครียดที่ดูไม่สู้ดีนัก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูมีน้ำหนักพอสมควร “ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะ” เมฆเอ่ยเสียงเรียบ สายตาเขามองสลับระหว่างพฤกษ์กับรินก่อนจะวางซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้ที่เพิ่งทำเสร็จ “แต่ผมคิดว่าพวกคุณต้องเห็นนี่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป” พฤกษ์ขมวดคิ้ว เขาเอื้อมมือไปหยิบซองนั้นขึ้นมาเปิดดู ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนจากความนิ่งสงบเป็นความแข็งกร้าว รินชะโงกหน้ามองด้วยความกังวล สิ่งที่อยู่ในซองคือหนังสือแจ้งเตือนจากเจ้าของที่ดินรายใหม่ ที่ระบุว่าพื้นที่ตรงนี้ถูกขายทอดตลาดไปแล้ว และสัญญาเช่าที่พฤกษ์เพิ่งลงทุนตกแต่งไปนั้น... กำลังจะถูกยกเลิกในอีกสามวันข้างหน้า “ใครกันที่ทำเรื่องนี้?” รินอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก “คนที่คุณไม่คาดคิดเลยล่ะริน” เมฆเอ่ยพร้อมกับมองไปที่ประตูกระจกของร้าน ซึ่งตอนนี้มีรถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าร้าน ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบก้าวลงมาจากรถ เขาคือคนที่รินพยายามหนีมาตลอดทั้งชีวิต ประตูร้านถูกผลักออกเบาๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคง ร่างนั้นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพฤกษ์และริน ก่อนจะส่งยิ้มที่ดูเยือกเย็นจนคนมองรู้สึกหนาวสั่นถึงกระดูก “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ รินทร์... ลูกชายของพ่อ” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หมอกไม้ไผ่เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%