"ทำไมต้องทนขนาดนี้คะ... มือของคุณแตกหมดแล้วนะพฤกษ์"
เสียงของรินสั่นพร่าขณะประคองฝ่ามือที่หยาบกร้านของอีกฝ่ายขึ้นมาตรวจสอบ นิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ ลงบนรอยแผลที่เกิดจากการพยายามเคลื่อนย้ายกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ด้วยตัวเองเพียงลำพัง เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับวางชั้นวางผลงานไม้ชิ้นใหม่ที่รินกำลังทำอยู่
พฤกษ์ไม่ตอบในทันที เขาดึงมือกลับอย่างนุ่มนวลก่อนจะใช้หลังมือเช็ดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ดวงตาคมเข้มที่เคยนิ่งสงบมองสบตาคนตัวเล็กกว่าด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก หากแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่ทำเอารินต้องหลบสายตา
"ถ้าผมไม่รีบเคลียร์พื้นที่ตรงนี้ รินก็ไม่มีที่วางผลงานชุดใหม่ไม่ใช่หรือไงคะ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย "อีกอย่าง... ผมไม่อยากให้รินต้องมาลำบากจมฝุ่นหรือยกของหนักๆ ในห้องสตูดิโอเล็กๆ นั่นอีก ผมอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่รินสร้างสรรค์งานได้อย่างมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้"
รินนิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยปิดตายด้วยกำแพงแห่งความหวาดระแวงในอดีตเริ่มสั่นคลอน ความพยายามของพฤกษ์ไม่ได้มีเพียงแค่การจัดสวนหรือดูแลต้นไม้ แต่มันคือการพยายามถากถางทางเดินชีวิตให้รินก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ก้มหน้าทำเครื่องเรือนไม้ชิ้นเล็กๆ ขังตัวเองไว้ในโลกส่วนตัว โดยมองข้าม 'คน' ที่คอยดูแลปกป้องอยู่ข้างหลังมาตลอด
ชายหนุ่มร่างบางมองดูรอบห้องที่เปลี่ยนไป พฤกษ์ไม่ได้แค่ย้ายกระถาง แต่เขาสังเกตเห็นว่ารินมักจะปวดหลังเวลาต้องก้มทำงานนานๆ จึงทำโต๊ะไม้ปรับระดับได้มาวางเสริมให้โดยไม่บอกกล่าว เขาเห็นว่ารินมักจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างยามบ่าย จึงหาพันธุ์ไม้ที่ดอกบานสวยในยามนั้นมาวางประดับไว้ให้สดชื่นสายตา
"คุณดูแลทุกอย่าง... แม้แต่เรื่องที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากขอ" รินพึมพำ น้ำตาคลอหน่วย
"เพราะผมเห็นว่ารินมีค่าเกินกว่าจะถูกปล่อยให้เผชิญความเหนื่อยยากเพียงลำพังค่ะ" พฤกษ์ก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างที่ลดน้อยลงทำให้รินสัมผัสได้ถึงกลิ่นจางๆ ของดินและไอดินจากตัวเขา "รินสร้างงานไม้ที่งดงามและประณีต สิ่งที่ผมทำ... มันเทียบไม่ได้เลยกับความสุขที่รินควรได้รับ"
บทสนทนาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเมฆที่เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือถือในมือเขาสั่นเตือนไม่หยุดจนดูผิดปกติ
"ริน... พฤกษ์... ฉันว่าพวกเธอต้องดูนี่" เมฆยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ทั้งคู่ดู เป็นภาพจากโซเชียลมีเดียที่กำลังแชร์งานไม้ชิ้นเอกของริน แต่กลับมีแคปชั่นใส่ร้ายว่า 'งานนี้ขโมยไอเดียจากดีไซเนอร์ชื่อดัง' พร้อมกับยอดแชร์ที่พุ่งทะลุหลักหมื่นในเวลาอันสั้น
รินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด มือไม้สั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ความทรงจำอันโหดร้ายในอดีตที่เคยถูกคนไว้ใจหักหลังเรื่องผลงานพุ่งเข้ามาในหัวเหมือนคลื่นยักษ์ พฤกษ์รีบคว้าตัวรินเข้ามากอดไว้แน่น มือหนาลูบหลังแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม
"ไม่เป็นไรนะริน ผมอยู่ตรงนี้ ใครจะพูดอะไรก็ช่าง แต่ผมรู้ดีที่สุดว่ารินเหนื่อยกับมันแค่ไหน" พฤกษ์กระซิบข้างหู น้ำเสียงเด็ดขาดและหนักแน่น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่รินไม่คาดคิดว่าจะมาเยือนที่นี่... หญิงวัยกลางคนที่เคยเป็นเจ้านายเก่าของริน ผู้ที่เคยขโมยผลงานของเขาไปจดสิทธิบัตรในนามตัวเองเมื่อหลายปีก่อน
เธอเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่ง วางเอกสารลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รินแทบหยุดหายใจ
"ฉันไม่ได้มาเพื่อฟ้องร้อง... แต่ฉันมาเพื่อจะบอกว่า 'หลักฐาน' ชิ้นสุดท้ายที่คุณเผลอทิ้งไว้ในฐานข้อมูลเก่า มันกำลังจะถูกทำลายทิ้งภายในเที่ยงคืนนี้ ถ้าคุณอยากได้มันคืน เพื่อกู้ชื่อเสียงตัวเอง... ก็เชิญตามฉันไปที่โกดังเก่าท้ายเมืองเดี๋ยวนี้"
พฤกษ์ขยับตัวขวางหน้าหญิงคนนั้นไว้ทันที สายตาของเขาเปลี่ยนจากความอบอุ่นเป็นความดุดันที่น่าเกรงขาม "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งริน และถ้าคุณคิดจะเล่นเกมสกปรกอะไรที่นี่ ผมไม่ปล่อยให้คุณกลับไปง่ายๆ แน่"
รินมองแผ่นหลังกว้างของพฤกษ์สลับกับหญิงที่เป็นดั่งปีศาจในอดีตของเขา เขาควรจะหนีไปให้พ้น หรือจะเดินหน้าเผชิญความจริงเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ควรเป็นของเขา... นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของงานไม้ แต่มันคือการตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หมอกไม้ไผ่เสมอมานะคะ
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 37
มองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!