ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 5

ระยะห่างที่ค่อยๆ สั้นลง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นหอมกรุ่นของชาขาวผสมกลิ่นอายฝนจางๆ ลอยอวลอยู่ในพื้นที่ว่างระหว่างเขาทั้งสอง รินกำถ้วยเซรามิกอุ่นจัดในมือแน่น ปล่อยให้ความร้อนซึมผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ผิวเนื้อ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่เขาไม่ได้มองผ่านบานกระจกใสของห้องทำงานจำกัดพื้นที่ แต่นั่งอยู่ตรงนี้ บนเก้าอี้ไม้สักปีกผีเสื้อตัวยาวใต้ร่มเงาของกอไผ่สีเขียวชอุ่มในอาณาจักรพฤกษชาติของพฤกษ์ เสียงใบไผ่เสียดสีกันยามสายลมพัดผ่านราวกับเสียงกระซิบของธรรมชาติ มันเคยเป็นเสียงที่รินหวาดกลัว—เสียงที่ย้ำเตือนถึงความเปราะบางของโลกภายนอก ทว่าวันนี้ ภายใต้การดูแลแบบไม่รุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังง่วนอยู่กับการตัดแต่งกิ่งเฟิร์นข้าหลวงอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ความกลัวนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาด... ความรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อ "ชาจืดไปหรือเปล่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พฤกษ์ไม่ได้หันมามองทันที เขายังคงก้มหน้าใช้กรรไกรแต่งกิ่งด้วยความประณีต แขนเสื้อเชิ้ตสีเทาพับขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อได้รูปและเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามแรงงาน หนวดเคราครึ้มจางๆ บนใบหน้าคมสันทำให้เขาดูดุดันในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับรินแล้ว มันคือสัญลักษณ์ของความมั่นคง "ไม่ครับ... อร่อยดี" รินตอบเสียงแผ่ว สายตากวาดมองไปรอบสวน พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้กว้างใหญ่จนน่าอึดอัด แต่มันถูกจัดสรรอย่างชาญฉลาดโดยฝีมือของพฤกษ์ มีทางเดินหินแผ่นเรียบ มุมน้ำพุขนาดเล็กที่ส่งเสียงน้ำไหลรินขับกล่อมประสาทสัมผัส และที่สำคัญที่สุดคือต้นไม้ทุกต้นดูเหมือนจะเข้าใจภาษาของเจ้าของ มันเติบโตอย่างอิสระแต่ไม่เกะกะ ราวกับได้รับความรักและความเข้าใจในปริมาณที่พอดี "ถ้าอึดอัด... จะกลับเข้าไปข้างในก่อนก็ได้นะ" พฤกษ์วางกรรไกรลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย เขาหันมาสบตากับริน ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเร่งเร้าหรือคาดคั้น มีเพียงความอดทนและความห่วงใยที่บริสุทธิ์จนคนรับสัมผัสได้ถึงความอุ่นวาบในทรวงอก รินส่ายหัวช้าๆ ปล่อยให้รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ "เปล่าครับ... ข้างนอกนี่... สดชื่นกว่าที่คิด" คำพูดนั้นทำให้มุมปากของพฤกษ์ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้านิ่งขรึม ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด เว้นระยะห่างราวหนึ่งช่วงตัว—ระยะที่รินไม่รู้สึกว่าถูกคุกคาม แต่ก็ใกล้พอที่จะรับรู้ถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่าย "เมฆฝากบอกว่า สัปดาห์หน้าเขาจะแวะมาดูงานแกะสลักไม้ชุดใหม่ของนาย" พฤกษ์เอ่ยขึ้น พลางทรุดตัวลงนั่งบนม้าเก้าอี้ตัวเตี้ยฝั่งตรงข้าม รินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบ "เมฆเหรอครับ..." "อืม บอกว่านายไม่ยอมรับโทรศัพท์เขา เลยต้องฝากข้อความมาทางฉันแทน" พฤกษ์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงแววตารู้ทัน "กลัวเพื่อนว่าเรื่องที่เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องอีกหรือไง" "ผมไม่ได้กลัว... แค่... ยังไม่พร้อมจะเจอใคร" รินหลบสายตา ก้มมองผิวน้ำในถ้วยชาที่สะท้อนเงาใบไผ่ไหวระริก "โลกข้างนอกมันหมุนเร็วเกินไปครับ พฤกษ์... นายไม่เข้าใจหรอก คนที่เคยถูกหักหลังและทำลายความเชื่อใจจนไม่เหลือชิ้นดี มันยากนะที่จะก้าวขาออกไปเจอสายตาคนอื่นอีกครั้ง" พฤกษ์นิ่งเงไปครู่ใหญ่ ความเงียบโรยตัวลงระหว่างเขาทั้งสอง ทว่าไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เปิดพื้นที่ให้ความคิดได้เติบโต มือหนาเอื้อมออกมาช้าๆ วางทับลงบนโต๊ะไม้ ห่างจากมือของรินเพียงแค่เอื้อม ไม่มีการสัมผัสตัว ไม่มีการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงการกระทำที่สื่อความหมายชัดเจนว่า *'ฉันอยู่ตรงนี้ และฉันไม่ไปไหน'* "ฉันไม่จำเป็นต้องเข้าใจความเจ็บปวดทั้งหมดของนายหรอก ริน" น้ำเสียงของพฤกษ์ทุ้มต่ำและจริงจัง "แต่ฉันรู้ว่า... ต้นไม้บางต้นในสวนนี้ มันต้องใช้เวลาฟื้นฟูรากที่เน่าเปื่อยเป็นปีๆ กว่าจะแตกใบอ่อนได้ใหม่ นายเองก็เป็นแค่ต้นไม้ต้นหนึ่ง... อย่าเพิ่งรีบเร่งบังคับให้ตัวเองผลิดอกออกผลในวันที่รากยังไม่แข็งแรงเลย" คำเปรียบเปรยนั้นเหมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขเปิดห้องล็อกกลอนในใจของริน น้ำตาซึมขึ้นมาคลอเบ้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความรู้สึกอัดอั้นที่แบกรับไว้คนเดียวมาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ นี่คือความอ่อนโยนประเภทที่เขาโหยหามาตลอด แต่มันกลับทรงพลังเสียจนเกือบจะทานทนไม่ไหว รินเงยหน้าขึ้นสบตากับพฤกษ์ หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตาคู่สวย ทว่าริมฝีปากกลับคลี่ยิ้มออกมาได้อย่างงดงามที่สุดเท่าที่พฤกษ์เคยเห็นมา "ขอบคุณนะ... พฤกษ์" ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองในตอนนี้ดูเหมือนจะลดลงโดยปริยาย ไม่มีกำแพงกระจกใส ไม่มีบานประตูที่ปิดตาย มีเพียงลมหายใจที่สอดประสานไปกับเสียงใบไผ่ และความรู้สึกบางอย่างที่กำลังหยั่งรากลึกอย่างมั่นคงในหัวใจของคนทั้งคู่ ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความละมุนละไมนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าประตูรั้วร้านต้นไม้ก็ดังขึ้น—กริ่งที่ถูกกดรัวๆ อย่างร้อนรนและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงทุบประตูกระจกหน้าร้านดังปังๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อรินอย่างเกรี้ยวกราดที่ทำให้เลือดในกายของรินเย็นเฉียบลงในพริบตา "ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่านายหลบอยู่กับไอ้เจ้าของร้านต้นไม้สารเลวแถวนี้!" ร่างบางสะท้านเฮือก สีหน้าถอดสีจนซีดเผือด ความทรงจำอันมืดดำที่พยายามฝังกลบกลับพรั่งพรูขึ้นมาในหัวสมองราวกับคลื่นสึนามิ พฤกษ์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที แววตาอบอุ่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันราวนักล่าที่พร้อมปกป้องอาณาเขต ก่อนที่มือหนาจะคว้าข้อมือเรียวของรินไว้แน่น แล้วดึงร่างที่สั่นเทาเข้ามาซ่อนไว้เบื้องหลังแผ่นอกกว้างของตนเองทันที! (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานของรินและพฤกษ์นะครับ - หมอกไม้ไผ่)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%