"ถอยไปซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของพฤกษ์ไม่ได้ดังมากนัก แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาลจนชายแปลกหน้าผู้มีรอยสักล้อมกรอบดวงตาคู่คมถึงกับชะงักฝีเท้า เงาตะคุ่มของร่างสูงใหญ่ที่ก้าวขึ้นมาบังหน้ารินไว้มิดชิด ราวกับกำแพงเหล็กกล้าที่ถูกสร้างขึ้นจากสัญชาตญาณดิบของการปกป้องอาณาเขต
รินหอบหายใจถี่กระชั้น แผ่นหลังบางแนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างที่กำลังกระเพื่อมไหวตามจังหวะการเต้นของหัวใจอีกฝ่าย ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเบาบางเข้ามาบรรเทาความหนาวยะเยือกในอกที่เพิ่งถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจากหลุมศพแห่งความทรงจำ ปลายเลิฟของรินจิกเข้าที่ชายเสื้อของพฤกษ์แน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวจากอดีตยังคงกัดกินโสตประสาท เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและคำพูดดูถูกเหียดหยามในวันวานยังคงดังสะท้อนอยู่ในหู ทว่ากลิ่นอายเฉพาะตัวของพฤกษ์—กลิ่นดินชื้นหลังฝนตกผสมกับกลิ่นจางๆ ของไม้สน—กลับค่อยๆ ดึงสติสัมปชัญญะของเขากลับคืนสู่ปัจจุบัน
"พวกแก... เสือกอะไรด้วยวะ เรื่องผัวเมียเขา..." ชายแปลกหน้าพยายามทำเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหม่าเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงที่สูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการยกกระถางต้นไม้หนักๆ ทุกวัน
"ผัวเมีย?" พฤกษ์ทวนคำ น้ำเสียงเย็นเฉียบจนอุณหภูมิรอบตัวราวกับดิ่งลงติดลบ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ชายตรงหน้าหัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินว่าควรจะส่งอีกฝ่ายไปโรงพยาบาลหรือสถานีตำรวจก่อนดี "ผมให้โอกาสคุณนับหนึ่งถึงสาม แล้วไสหัวออกไปจากร้านของผม ไม่งั้นคุณจะได้รู้ว่าเศษกระถางต้นไม้เวลาเข้าเนื้อ มันฝังลึกแค่ไหน"
บรรยากาศในร้าน *'Green & Granary'* ยามพลบค่ำตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ เมฆที่เพิ่งวิ่งเข้ามาจากหน้าร้านเพื่อสมทบ ถลึงตาใส่ชายแปลกหน้าพร้อมคว้ากระบองรดน้ำทองเหลืองมาถือไว้หลวมๆ เป็นเชิงเตือนสติ
ชายคนนั้นเหลียวมองซ้ายแลขวา ประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าตนเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เขาถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างหัวเสีย ก่อนจะชี้นิ้วมาทางรินที่ยังคงตัวสั่นอยู่เบื้องหลังพฤกษ์ "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง..." ว่าแล้วก็สะบัดตูดเดินหายลับไปในความมืดของตรอกซอกซอยข้างร้าน
สิ้นเสียงฝีเท้าที่ถอยห่าง ความเงียบงันก็เข้าปกคลุม ทว่าหัวใจของรินยังคงเต้นระรัวราวกับกลองเพล
พฤกษ์ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ร่างสูงพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับร่างบางทันทีที่ภัยคุกคามผ่านพ้น มือหนาทั้งสองข้างเอื้อมไปกุมไหล่บอบบางของรินไว้ หลวมๆ เพื่อสำรวจความเสียหาย ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยระคนกังวลอย่างชัดเจน
"ริน..." เสียงเรียกแผ่วเบา รầmลึก "เจ็บตรงไหนไหม ริน... มองหน้าผมหน่อย"
รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสอบสายตา ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสแพรวพราวริมขอบตา แพขนตางอนเปียกชื้นสั่นไหวระริก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ความอ่อนแอที่พยายามซ่อนเร้นมานานนับปีพังทลายลงต่อหน้าผู้ชายคนนี้อย่างไร้ท่าทีป้องกัน
"ผม... ผมกลัว..." เสียงของรินสั่นเครอ หลุดรอดออกมาจากลำคอแห้งผากราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ "ผมคิดว่า... ผมหนีมันพ้นแล้วแท้ๆ..."
ไม่ทันที่คำพูดจะจบลง พฤกษ์ก็ดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดทันที รวบเอวคอดกิ่วเข้ามาชิดอกแกร่ง กดศีรษะทุยของรินให้ซบลงกับลาดไหล่กว้างของตนเอง มือใหญ่อีกข้างยกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอ ราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อยที่ขวัญเสียจากฝันร้าย
"ไม่ต้องกลัวแล้วนะริน อยู่ตรงนี้แล้ว... ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ ผมอยู่ตรงนี้"
คำพูดไม่กี่คำ ทว่าหนักแน่นและจริงใจอย่างที่สุด ทำให้น้ำตาที่รินพยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอาบแก้มเนียน ร่างบางซบหน้าลงกับซอกคอของพฤกษ์ ปล่อยโฮออกมาเงียบๆ ไหล่บางสะท้านไหวตามแรงสะอื้น ความรู้สึกปลอดภัยที่ขาดหายไปนานแสนนานถูกเติมเต็มทีละน้อยผ่านอ้อมกอดอุ่นนี้
เมฆที่ยืนมองภาพนั้นอยู่ห่างๆ ได้แต่ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินเลี่ยงไปปิดประตูหน้าร้านและพลิกป้ายเป็น 'ปิดทำการ' เพื่อความเป็นส่วนตัวของเพื่อนรัก
ยามค่ำคืนในห้องทำงานเล็กๆ หลังร้านของพฤกษ์ แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง กลิ่นหอมจางๆ ของชาคาโมมายล์ลอยกรุ่นอยู่ในอากาศ รินนั่งกอดแก้วน้ำอุ่นอยู่บนโซฟาตัวยาว ดวงตาบวมเป่งเล็กน้อยจากการร้องไห้ แต่สีหน้าดีขึ้นมากแล้วเมื่อเทียบกับเหตุการณ์เมื่อสองชั่วโมงก่อน
พฤกษ์เดินถือถาดใส่ขนมปังปิ้งและผ้าชุบน้ำอุ่นกลับเข้ามา นั่งลงข้างๆ อย่างเงียบเชียบ เขายื่นผ้าอุ่นให้รินซับรอยคราบน้ำตา รินรับมาด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย เอ่ยเสียงอ่อย "ขอบคุณครับ... แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้วุ่นวาย"
"อย่าพูดแบบนั้นอีกเลยริน" พฤกษ์วางถาดลงบนโต๊ะ น้ำเสียงจริงจังแต่ไม่ดุ "ผมบอกคุณแล้วไง ว่าที่นี่คือพื้นที่ของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะปลอดภัย"
รินเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของร้านหนุ่ม หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้เริ่มเติบโตขึ้นในอก รากไม้เล็กๆ ที่เคยแห้งเหี่ยวกลับได้รับหยาดน้ำทิพย์จนเริ่มผลิใบอ่อนสีเขียวขจี เขารู้สึกซาบซึ้งและอยากตอบแทนความใจดีที่ไร้เงื่อนไขนี้เหลือเกิน
"พฤกษ์ครับ..." รินสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าทั้งหมดที่มี เปิดกระเป๋าผ้าสะพายข้างของตนเองหยิบวัตถุดิบชิ้นหนึ่งออกมาวางไว้บนโต๊ะ
พฤกษ์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่วางอยู่ตรงหน้าคือ "กระถางไม้ขนาดจิ๋ว" ที่ทำขึ้นอย่างประณีตบรรจง ตัวกระถางประกอบขึ้นจากไม้สักทองชิ้นเล็กๆ ต่อกันด้วยภูมิปัญญาการเข้าเดือยไม้โบราณโดยไม่ต้องใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ผิวดินถูกขัดด้วยกระดาษทรายจนเนียนเรียบ ลวดลายตามธรรมชาติของเนื้อไม้ถูกขับเน้นให้เด่นชัดด้วยน้ำมันรักษาเนื้อไม้สูตรธรรมชาติ ทว่าสิ่งที่พิเศษที่สุดคือ บริเวณขอบกระถางด้านบน มีการสลักลวดลายใบไม้พลิ้วไหวด้วยมืออย่างประณีตบรรจง และตรงกึ่งกลางมีตัวอักษรย่อตัว 'P' เล็กๆ ซ่อนอยู่อย่างกลมกลืน
"นี่คือ..." พฤกษ์หยิบกระถางไม้ชิ้นนั้นขึ้นมาพิจารณาอย่างทึ่งในฝีมือ ความประณีตและจิตวิญญาณที่ใส่ลงไปในชิ้นงานสัมผัสได้ทันทีที่ปลายนิ้วแตะโดน
"ผม... ผมทำมันให้คุณครับ" รินก้มหน้ามองตักตัวเอง ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย น้ำเสียงเบาราวเสียงกระซิบ "เพื่อตอบแทน... ที่คุณคอยดูแลผม แล้วก็... ขอบคุณสำหรับความใจดีทุกๆ อย่างที่ผ่านมา"
พฤกษ์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกريบจ้องมองกระถางไม้ในมือสลับกับใบหน้าที่ขึ้นสีของคนตรงหน้า ความรู้สึกอิ่มเอมใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก นี่ไม่ใช่แค่ของขวัญชิ้นแรกที่รินทำให้ แต่เป็น "หัวใจ" ส่วนหนึ่งของรินที่ยอมเปิดออกและส่งมอบให้เขาด้วยความเต็มใจ
"มันสวยมาก... สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย ริน" พฤกษ์เงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมระบายอยู่เต็มดวงหน้าคมคาย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้โลกทั้งใบของรินสว่างไสวขึ้นมาทันตา "ผมจะดูแลกระถางใบนี้... ให้ดีที่สุดเท่าชีวิตของผมเลย"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนอบอวลไปด้วยความหวานละมุน ราวกับฤดูใบไม้ผลิที่หวนกลับมาเยือนอีกครั้ง รินระบายยิ้มบางๆ ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รอยยิ้มที่งดงามจนพฤกษ์แทบละสายตาไม่ได้ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนตักไว้อย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านฝ่ามือเข้าหากันอย่างมีความหมาย
ทว่า... ในวินาทีที่ความสุขกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในความเงียบสงบ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
พฤกษ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ หันไปมองนาฬิกาแขวนผนังที่บอกเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ใครกันที่จะมาเคาะร้านขายต้นไม้ในยามวิกาลเช่นนี้?
รินสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ สัญชาตญาณความหวาดระแวงกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ร่างบางรีบดึงมือกลับและขยับถอยหลังชิดมุมโซฟา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
พฤกษ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่งสายตาเชิงบอกให้รินรออยู่ตรงนี้ ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องทำงานตรงไปยังหน้าร้านด้วยฝีมือระแวดระวัง ร่างสูงชะโงกมองผ่านกระจกใสที่ถูกติดฟิล์มทึบรางๆ ทว่าภาพที่สะท้อนอยู่ในความมืดภายนอก กลับทำให้ลมหายใจของพฤกษ์สะดุดกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่คาดฝัน
ร่างเงาที่ยืนอยู่หลังประตูกระจก... ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นบุคคลที่ควรจะหายสาบสูญไปจากชีวิตของรินเมื่อสามปีก่อนอย่างถาวร!
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันกับรินและพฤกษ์นะคะ/ครับ — หมอกไม้ไผ่
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 6
ของขวัญชิ้นแรก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!