ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 31

สัญญาใจ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณมั่นใจว่าหลักฐานที่มีในมือมันแน่นหนาพอจะยัดเยียดความผิดให้คนอื่นได้ขนาดนั้น ก็เชิญเลยค่ะ... แต่ฉันขอถามคำถามเดียว ในฐานะคนที่เฝ้ามองความแตกสลายของคุณมาตลอดสิบปี คุณคิดว่าความจริงที่แลกมาด้วยการทำลายชีวิตคนที่เหลืออยู่ มันคุ้มค่าจริงๆ เหรอคะ?" เสียงของรินสั่นพร่า ทว่าดวงตากลมโตกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูห้องใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าและหยาดฝนที่ซึมผ่านผนังหินไม่ได้ทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดในห้องนี้เบาบางลงเลย พฤกษ์ก้าวมายืนขวางหน้ารินโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของเขาเปรียบเสมือนปราการด่านสุดท้ายที่รินเลือกจะซ่อนกาย "ผมไม่ได้มาเพื่อทำลายชีวิตใคร ริน" เสียงทุ้มต่ำของพฤกษ์เอ่ยแทรกขึ้นหลังจากความเงียบงันกัดกินหัวใจคนทั้งสามอยู่นาน เขาไม่ได้มองตำรวจนายนั้นด้วยความเกรงกลัว แต่เขากลับหันมามองคนตัวเล็กที่สั่นเทาอยู่ข้างหลัง "แต่ผมมาที่นี่เพื่อบอกคุณว่า ต่อให้โลกทั้งใบจะกล่าวหาคุณ ต่อให้ความลับที่เน่าเฟะในอดีตจะถูกขุดขึ้นมา ผมก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด" รินเงยหน้าขึ้นมองพฤกษ์ ดวงตาของเขาฉายแววตัดพ้อปนซาบซึ้ง "พฤกษ์... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่อยู่ในกล่องไม้ใบนั้นมันร้ายแรงแค่ไหน ถ้าคุณรู้ความจริงทั้งหมด คุณจะไม่พูดแบบนี้" "แล้วทำไมไม่บอกผมล่ะ?" พฤกษ์คว้าข้อมือรินไว้แน่น สัมผัสที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขามันอบอุ่นและหนักแน่นจนรินรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นที่แทรกซึมผ่านไอความร้อน "บอกผมเดี๋ยวนี้ บอกให้ผมรู้ว่าสิ่งที่คุณแบกไว้มันคืออะไร ผมไม่สนหรอกว่าอดีตของคุณจะแปดเปื้อนแค่ไหน เพราะปัจจุบัน... คุณคือรินที่ผมรัก และผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากคุณไป ไม่ว่าจะเป็นคำสาปแช่งของอดีตหรือกฎหมายที่ไร้ความปรานี" ท่ามกลางความกดดัน เมฆที่ยืนนิ่งมาตลอดในเงามืดของบันไดทางลงก็ก้าวออกมา เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระโปรงเสื้อแจ็คเก็ต สายตาของเขามองทั้งพฤกษ์และรินด้วยความเศร้าสร้อย "พฤกษ์... นายพูดเองนะว่านายจะยอมรับทุกอย่าง" เมฆวางซองนั้นลงบนโต๊ะไม้ตัวเล็กที่รินเคยนั่งทำเครื่องเรือน "รินไม่ได้ฆ่าใคร แต่รินกำลังพยายามปกป้องคนที่นายเคารพที่สุด... คนที่นายเรียกว่า 'อาจารย์' มาตลอดชีวิต" บรรยากาศในห้องใต้ดินเปลี่ยนไปทันที ราวกับมีน้ำแข็งแห้งที่เย็นจัดแผ่ซ่านไปทั่ว รินก้มหน้าลงซบกับไหล่ของพฤกษ์ ปล่อยให้น้ำตาหยดแรกไหลรินลงบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของอีกฝ่าย พฤกษ์ตัวแข็งทื่อ คำพูดของเมฆเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางความเชื่อทั้งหมดที่เขาเคยมีมา "คนในตระกูลของคุณพฤกษ์ต่างหากที่ทำ" รินกระซิบเสียงแผ่ว สั่นไหวจนพฤกษ์รู้สึกเจ็บปวดแทน "ห้องนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกักขังนักโทษ แต่มันมีไว้เพื่อเก็บซ่อน 'เครื่องสังเวย' ของความโลภ... และคนสุดท้ายที่ต้องตายในนี้ คือคนที่คอยดูแลรินมาตลอดตั้งแต่วันที่พ่อแม่ของรินจากไป" พฤกษ์กอดร่างบางไว้แน่นจนแทบจะกลืนไปกับตัวเขา ความนิ่งขรึมที่เคยมีพังทลายลงเหลือเพียงความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาไม่ใช่คนโลกสวย เขารู้ดีว่าโลกเบื้องหลังธุรกิจต้นไม้และสวนสวยที่เขาดูแลนั้นมีเงามืดซ่อนอยู่เสมอ แต่เขาไม่เคยคิดว่าเงาเหล่านั้นจะย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจคนที่เขาหวงแหนที่สุด "เราจะออกจากที่นี่ด้วยกัน" พฤกษ์ประกาศกร้าว ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายที่น่าเกรงขาม "ถ้าคุณต้องการความยุติธรรม ผมจะให้คุณ ผมจะเอาเรื่องนี้ไปแฉต่อหน้าคนทั้งตระกูล แม้จะต้องเผาผลาญทุกอย่างที่ผมมี ผมก็จะทำ เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างอิสระ... เราจะเริ่มชีวิตใหม่ ที่ไม่มีใครตามหาเราเจออีก" รินมองไปที่ตำรวจนายนั้น ก่อนจะหันมามองเมฆ เพื่อนสนิทที่เขารักเหมือนพี่ชาย ทั้งคู่ต่างพยักหน้าให้กันด้วยความเข้าใจในชะตากรรม รินยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วประสานนิ้วเข้ากับมือของพฤกษ์แน่น ราวกับเป็นการให้สัญญาใจว่าจะไม่ทิ้งกันอีกต่อไป "สัญญาแล้วนะคะพฤกษ์" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวขึ้น "ไม่ว่าหลังจากนี้เราจะต้องเจอกับอะไร คุณห้ามปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด" "ไม่มีวันครับ" พฤกษ์จูบเบาๆ ลงบนขมับของริน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับความจริงที่รออยู่ด้านบนบันได แต่ในวินาทีที่ทั้งคู่ก้าวเท้าพ้นเขตของห้องใต้ดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับแสงไฟจากรถตำรวจที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานแคบ เมฆหน้าซีดเผือดเขารีบคว้าแขนรินไว้พร้อมกับมองผ่านช่องประตูไม้ไปข้างนอกด้วยความตื่นตระหนก "แย่แล้ว... คนของตระกูลนายมาที่นี่เร็วกว่าที่คิด" เมฆตะโกนลั่น "แถมพวกเขายังไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับเอกสารคำสั่งที่ระบุชื่อนายในฐานะ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' ด้วยพฤกษ์!" รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของชายวัยกลางคนที่เขาหวาดกลัวที่สุดยืนถือปืนจ่อตรงมาที่ประตูห้องใต้ดิน ในขณะที่พฤกษ์ผลักรินไปไว้ข้างหลังตนเองพร้อมกับหยิบกุญแจรถออกมาหมายจะพารินหนีออกทางประตูลับที่เขาสร้างขึ้นเอง แต่ทว่า... เมื่อเขากดสวิตช์เปิดช่องทางออก กลับมีเสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ทั่วห้อง "ขอบคุณที่ยอมนำทางไปหาความลับที่เหลือนะหลานชาย... ต่อจากนี้ไป ห้องนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเธอทั้งคู่ อย่างที่ควรจะเป็นมานานแล้ว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับรินและพฤกษ์จนถึงบทนี้นะคะ หมอกไม้ไผ่สัญญาว่าจะพาพวกเขาก้าวข้ามผ่านคืนนี้ไปให้ได้ค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%