“หลบไปข้างหลังฉัน ริน... อย่ามองหน้ามัน”
เสียงของพฤกษ์สั่นพร่าทว่าเต็มไปด้วยความเด็ดขาด เขาไม่ได้หันมามองรินแม้แต่น้อย สายตาคมกริบของชายหนุ่มจับจ้องไปที่ชายวัยกลางคนที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าห้องใต้ดิน ร่างกายสูงใหญ่ของพฤกษ์กางออกราวกับโล่กำบังมนุษย์ที่พยายามปกป้องสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตไม่ให้ต้องเผชิญกับฝันร้ายที่กลายเป็นจริง
“ฮ่าๆๆ... จะหนีไปไหนล่ะ พฤกษ์? ลูกชายที่น่ารักของพ่อ นึกหรือว่ากลไกกระจอกๆ ที่แกสร้างขึ้นจะขังฉันไว้ได้ตลอดกาล” เสียงหัวเราะแหบแห้งดังสะท้อนผ่านลำโพงรอบทิศทาง มันเป็นเสียงที่รินคุ้นเคยจนสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง รินกำชายเสื้อของพฤกษ์แน่นจนนิ้วซีดขาว กลิ่นอายของความกลัวที่พยายามฝังกลบมานานนับปีทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก
พฤกษ์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาตัดสินใจกดสวิตช์สำรองที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ จังหวะที่กลไกทำงาน ประตูลับที่รินไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ก็เลื่อนเปิดออก พฤกษ์คว้าข้อมือรินไว้แน่นแล้วกระชากให้วิ่งออกไปทันที
“วิ่งริน! อย่าหยุด!”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพฤกษ์กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวของรินดังประสานกันท่ามกลางความมืดมิดในอุโมงค์ทางผ่านที่แคบและอับชื้น พฤกษ์พารินฝ่าออกมาจนถึงรถกระบะเก่าๆ ที่จอดซ่อนอยู่ในพุ่มไม้หนาด้านหลังบ้านสวนของเขา เขาผลักรินเข้าไปในที่นั่งฝั่งผู้โดยสารก่อนจะทะยานรถออกไปด้วยความเร็วสูงทิ้งคฤหาสน์หลังนั้นไว้เบื้องหลัง
ระยะทางนับร้อยกิโลเมตรผ่านไปโดยไร้บทสนทนา รินได้แต่เหม่อมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีจากความมืดมิดเป็นสีครามเข้ม มือของเขายังสั่นไม่หาย พฤกษ์ที่ขับรถอยู่ข้างๆ เหลือบมองคนตัวเล็กเป็นระยะ ดวงตาที่เคยนิ่งขรึมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนไม่มิด
“ถึงแล้ว...”
รถคันเก่าจอดสนิทลงที่หน้าบ้านไม้หลังเล็กๆ ท่ามกลางสวนไผ่ที่พลิ้วไหวตามแรงลม ที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์หรูหรา แต่มันคือกระท่อมที่ให้ความรู้สึกถึง 'บ้าน' อย่างแท้จริง กลิ่นดินเปียกชื้นและกลิ่นใบไม้จางๆ ช่วยปลอบประโลมจิตใจที่แตกสลายของรินได้ดีกว่าคำปลอบโยนใดๆ
พฤกษ์เดินลงจากรถแล้วอ้อมมาเปิดประตูให้ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือรินมากุมไว้เบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและหนักแน่นทำให้รินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง
“ที่นี่... ปลอดภัยใช่ไหมครับ?” เสียงของรินแหบพร่า ดวงตากลมโตคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส
พฤกษ์ยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่รินเคยเห็นมา เขาไม่ได้ตอบด้วยคำพูด แต่เขาดึงรินเข้ามาไว้ในอ้อมกอด สัมผัสจากอกแกร่งที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่สม่ำเสมอเป็นหลักฐานว่าเขาอยู่ตรงนี้ และเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายรินได้อีก
“ที่นี่คือบ้านของฉัน และจากนี้ไป... มันจะเป็นบ้านของเธอด้วย ริน” พฤกษ์กระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มราวกับเสียงดนตรี “เราจะเริ่มต้นกันใหม่ ที่นี่ไม่มีอดีต ไม่มีเงาของใคร มีแค่เราสองคน”
รินซุกหน้าลงกับอกของคนตรงหน้า น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมา ความรู้สึกเหมือนคนหลงทางที่ได้พบเข็มทิศพัดพาเอาความเหนื่อยล้ามานานปีจางหายไป ความอบอุ่นที่พฤกษ์มอบให้มันเป็นมากกว่าการปกป้อง แต่มันคือการโอบอุ้มจิตวิญญาณที่บอบช้ำให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
พวกเขาก้าวเข้าสู่ตัวบ้าน ภายในเต็มไปด้วยเครื่องเรือนไม้ที่พฤกษ์ทำขึ้นเองด้วยฝีมืออันประณีต รินมองดูผลงานเหล่านั้นด้วยความทึ่ง ในฐานะคนที่รักงานไม้เหมือนกัน เขาเข้าใจดีว่างานชิ้นไหนที่ทำด้วยความตั้งใจ และเขาสัมผัสได้ถึง 'หัวใจ' ของพฤกษ์ที่สถิตอยู่ในทุกชิ้นงาน
“ฉันตั้งใจทำโต๊ะตัวนี้ไว้ให้เธอ” พฤกษ์นำทางไปยังมุมห้องที่หน้าต่างเปิดกว้าง เห็นวิวสวนไผ่ที่ทอดยาวไปสุดสายตา “เพราะฉันรู้ว่าเธอชอบนั่งทำงานนานๆ มันน่าจะช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้น”
รินเดินไปลูบผิวไม้ที่เรียบเนียนละเอียดนั้น ความรู้สึกผูกพันบางอย่างก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว นี่คือที่ที่เขาโหยหามาตลอด... ที่ที่เขาสามารถเป็นตัวของตัวเองได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวสายตาใคร
ทว่า ความสงบสุขที่เพิ่งเริ่มต้นกลับต้องถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นในยามค่ำคืน รินสะดุ้งสุดตัว เขาหันไปมองพฤกษ์ด้วยแววตาหวาดวิตก พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่น เขากำลังจะก้าวไปที่ประตู แต่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของรินก็สั่นขึ้นมาเสียก่อน
หน้าจอแสดงชื่อเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ แต่รินจำเลขท้ายสี่ตัวนั้นได้แม่นยำ... มันคือเบอร์ของ 'เมฆ' เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่สามวันก่อน
รินกดรับด้วยมือที่สั่นเทา เสียงที่ดังออกมาจากปลายสายไม่ใช่เสียงของเมฆ แต่เป็นเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของชายวัยกลางคนคนนั้นที่เขาเพิ่งหนีมา
“ลืมของสำคัญไว้หรือเปล่า ริน... เจ้าลูกนกน้อย? อ้อ... แล้วก็ไม่ต้องห่วงเพื่อนรักของแกนะ เพราะตอนนี้เมฆกำลังนั่งจิบชาอยู่กับพ่ออย่างมีความสุข... ในที่ที่แกไม่มีวันหาเจอ”
ก่อนที่รินจะทันได้เปล่งเสียงถามอะไร สายก็ถูกตัดไปทันที ทิ้งให้ความเงียบงันในบ้านไม้หลังน้อยกลายเป็นความเย็นยะเยือกที่กัดกินหัวใจ รินทรุดเข่าลงกับพื้น ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่ถูกส่งเข้ามาในข้อความถัดไป เป็นรูปถ่ายของเมฆที่ถูกมัดอยู่กับเก้าอี้กลางห้องมืดที่เขาจำได้ดีว่ามันคือห้องใต้ดินของคฤหาสน์หลังนั้น... แต่ทว่าในรูปถ่าย ปืนกระบอกหนึ่งกลับจ่ออยู่ที่ขมับของเพื่อนรักของเขาโดยฝีมือของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง... ซึ่งคนคนนั้นไม่ใช่พ่อของพฤกษ์!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความอบอุ่นและความระทึกขวัญไปพร้อมกับรินและพฤกษ์ในตอนนี้นะคะ
หมอกไม้ไผ่
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 32
บ้านที่อบอุ่น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!