“คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดเรื่องนี้ที่นี่คะ?”
เสียงของรินสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้จนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว เขาขยับกายไปยืนบังชั้นวางผลงานไม้ชิ้นเอกที่เพิ่งขัดเงาเสร็จสิ้น ราวกับต้องการปกป้องชิ้นงานนั้นไม่ให้แปดเปื้อนจากเงาอดีตที่ยืนตระหง่านอยู่กลางร้าน
‘กวิน’ ในชุดสูทราคาแพงที่ดูขัดกับบรรยากาศอบอุ่นของร้านเครื่องเรือนเล็กๆ แห่งนี้ เหยียดยิ้มที่มุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าซีดเผือดของริน เขาไม่สนใจพฤกษ์ที่ยืนกอดอกแน่นอยู่ไม่ไกล ดวงตาสีเข้มของพฤกษ์วาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดที่ถูกเก็บไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
“สิทธิ์เหรอ? ก็สิทธิ์ของคนเคยรักกันไงริน... หรือว่าคุณลืมไปแล้วว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ คุณเคยร้องไห้กอดขาผมไว้ไม่ให้ไปเพราะกลัวความโดดเดี่ยวแค่ไหน” กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ทว่าทุกคำพูดเหมือนมีดที่กรีดลงบนความทรงจำอันเปราะบางของริน
รินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ เขาไม่เคยนึกฝันว่ากวินจะกล้าโผล่มาที่นี่ มาถึงถิ่นที่เขาสร้างขึ้นด้วยความพยายามทั้งหมดที่มี เพียงเพื่อจะทำลายความสงบสุขที่เขาเพิ่งจะสัมผัสได้ไม่นานนี้
“นั่นมันเรื่องในอดีต” พฤกษ์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน ร่างสูงใหญ่ของเขาแผ่รัศมีความกดดันออกมาจนอากาศรอบข้างดูอึดอัดขึ้น “และไม่ว่าอดีตของคุณจะเป็นยังไง มันก็ไม่มีความหมายกับรินในตอนนี้ เพราะในตอนนี้... รินเป็นของผม”
คำว่า ‘ของผม’ จากปากพฤกษ์ทำให้อากาศในร้านดูจะเบาบางลง รินเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนรัก หัวใจที่เคยสั่นไหวเพราะความกลัวเริ่มได้รับการปลอบประโลม แต่กวินกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมบาดหู
“เป็นของงั้นเหรอ? พฤกษ์... คุณรู้จักตัวตนจริงๆ ของเด็กคนนี้ดีแค่ไหนเชียว? คุณรู้ไหมว่าทำไมเขาถึงต้องหนีจากสังคมมาจมปลักอยู่กับเศษไม้พวกนี้? เพราะเขามันขี้ขลาดไงล่ะ! ขี้ขลาดจนไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาทำลายชีวิตใครไว้บ้าง”
รินสะดุ้งเฮือก มือที่เคยแน่นหนาเริ่มสั่นเทา พฤกษ์หันมามองคนตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังด้วยความห่วงใย ทว่ากวินยังคงไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ขัดเงา
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะนะ ผมแค่มาแจ้งข่าว... เรื่องที่รินพยายามปกปิดไว้ภายใต้หน้ากาก ‘เด็กหนุ่มแสนอ่อนโยน’ กำลังจะถูกเปิดเผยในงานประมูลการกุศลอาทิตย์หน้า และถึงตอนนั้น ต่อให้คุณรักเขามากแค่ไหน สังคมก็คงไม่มีที่ว่างให้คนขี้โกงอย่างเขาหรอก”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านไม้จนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของริน พฤกษ์เอื้อมมือไปคว้าซองเอกสารนั้นไว้ก่อนที่กวินจะได้เดินออกไป เขาไม่ได้เปิดอ่าน แต่สายตาที่เขามองรินเปลี่ยนไปเพียงเสี้ยววินาที—ไม่ใช่ความรังเกียจ แต่เป็นความสับสนที่รินหวาดกลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
“ริน... เรื่องนี้คืออะไร?” พฤกษ์เอ่ยถามเบาๆ เสียงของเขายังคงนุ่มนวล แต่ในความนุ่มนั้นรินสัมผัสได้ถึงรอยร้าวที่เริ่มก่อตัวขึ้น
“ผม... ผมไม่ได้...” รินพยายามจะอธิบาย แต่ลำคอกลับตีบตัน ความเชื่อใจที่เขาเพียรพยายามสร้างมาตลอดหลายเดือนดูเหมือนกำลังจะพังทลายลงเพียงเพราะคำพูดของคนใจร้ายเพียงคนเดียว
กวินหยุดเดินที่หน้าประตูร้าน เขาส่งยิ้มให้รินผ่านกระจกใสที่สะท้อนเงาของพวกเขาไว้ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินดิ่งลงสู่ก้นเหว
“ดูให้ดีนะริน... เพราะของชิ้นสุดท้ายที่อยู่ในซองนั่น คือหลักฐานที่ต่อให้คุณอยากจะลืมมันแค่ไหน คุณก็หนีไม่พ้นหรอกว่าคุณคือ ‘ต้นเหตุ’ ของโศกนาฏกรรมเมื่อสองปีก่อน”
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นแผ่วเบาเมื่อกวินก้าวออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดทับหัวใจ รินตัวสั่นงันงก สายตาจับจ้องไปที่ซองเอกสารในมือพฤกษ์ที่ค่อยๆ ถูกเปิดออกด้วยมือที่สั่นเทาของคนรัก
พฤกษ์ค่อยๆ หยิบแผ่นกระดาษข้างในออกมา ภาพใบหน้าของบุคคลหนึ่งที่ดูเลือนรางในความทรงจำปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อความใต้ภาพที่เขียนด้วยลายมือตัวบรรจง ซึ่งรินจำได้ดีว่าเป็นลายมือของใคร...
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของพฤกษ์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วครู่ก่อนจะหันมามองรินด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ริน... มีคนแจ้งความเรื่องนี้ถึงสถานีตำรวจแล้ว”
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเป็นกำลังใจให้รินและพฤกษ์ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ หมอกไม้ไผ่ค่ะ
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 23
ความร้าวฉานเริ่มก่อตัว
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!