“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น... ผมแค่ต้องการให้งานมันออกมาสมบูรณ์ที่สุด”
เสียงของชายร่างท้วมที่เป็นลูกค้าประจำของร้านเครื่องเรือนไม้เล็กๆ สั่นเครือเล็กน้อย ขณะที่เขาพยายามอธิบายเหตุผลที่ขว้างกรอบรูปไม้อัดราคาแพงลงบนพื้นจนแตกละเอียด มือของรินที่กุมขอบโต๊ะไว้แน่นเริ่มสั่นสะท้าน ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกด้วยความตกใจและหวาดกลัวต่อบรรยากาศที่คุกรุ่นภายในร้านเล็กๆ แห่งนี้
“ความสมบูรณ์แบบที่คุณว่า มันแลกมาด้วยการทำลายหยาดเหงื่อของคนอื่นงั้นหรือคะ?”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากทางด้านหลังของริน พร้อมกับไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นหลังกว้างของพฤกษ์ เขาไม่ได้ตะคอก แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นราวกับภูเขาที่ขยับเขยื้อนไม่ได้ พฤกษ์ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขาบดบังรินออกจากสายตาจ้องจับผิดของคู่กรณีอย่างมิดชิด เหมือนดั่งกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดที่รินเคยได้รับมาตลอดชีวิต
“คุณพฤกษ์... เรื่องนี้มันเป็นเรื่องระหว่างผมกับคุณริน ไม่เกี่ยวกับคุณ” ลูกค้าคนเดิมพยายามขยับเนคไทที่ดูจะแน่นเกินไปจนเขารู้สึกอึดอัด
พฤกษ์ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้ผู้ที่มองเห็นรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง เขาก้มลงหยิบเศษไม้ที่แตกหักขึ้นมาพินิจด้วยสายตานิ่งสงบ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
“รินเป็นคนในความดูแลของผม และงานทุกชิ้นที่วางอยู่ในร้านนี้ ผมเป็นคนคัดเลือกวัสดุและร่วมตรวจทานด้วยตัวเอง” พฤกษ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องงานชิ้นนี้ คุณต้องคุยกับผม ไม่ใช่การใช้ความรุนแรงกับศิลปินที่ตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานให้คุณอย่างดีที่สุด”
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านเครื่องเรือนไม้ กลิ่นไม้สนอ่อนๆ ที่ปกติจะให้ความรู้สึกผ่อนคลาย กลับดูตึงเครียดขึ้นในวินาทีนี้ รินมองแผ่นหลังของพฤกษ์ด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งความเกรงใจ ความรู้สึกปลอดภัย และความใจสั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เขาไม่เคยเห็นพฤกษ์ในโหมดที่ปกป้องเขาอย่างดุดันเช่นนี้มาก่อน
“ผม... ผมแค่... แค่โกรธที่มันไม่เป็นไปตามแบบที่วางไว้” ชายคู่กรณีเริ่มเสียงอ่อยลง พยายามหาทางลงให้กับความผิดของตัวเอง
“ความคาดหวังไม่ใช่ข้ออ้างของการลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนอื่นครับ” พฤกษ์วางเศษไม้ลงบนโต๊ะด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความรู้สึกของริน “ถ้างานไม่ถูกใจ คุณสามารถปฏิเสธการจ่ายเงิน และเดินออกจากร้านนี้ไปได้เลย แต่คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายจิตใจใครที่นี่แม้แต่นิดเดียว... เชิญครับ”
พฤกษ์ผายมือไปยังประตูร้านอย่างสุภาพแต่เฉียบขาด อีกฝ่ายหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและไม่กล้าต่อปากต่อคำอีก ก่อนจะรีบหันหลังเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ ผ่อนคลายลง
รินยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น มือยังคงกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ เขาหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา ทว่าทันทีที่หันไปสบตากับพฤกษ์ที่เพิ่งหันกลับมาหา เขากลับรู้สึกเหมือนลมหายใจจะสะดุดไปเสียดื้อๆ
พฤกษ์ถอนหายใจยาว แววตาดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนที่เปรียบเสมือนแสงอาทิตย์ยามอัสดงที่อาบไล้ไปทั่วหัวใจของคนตัวเล็ก เขาเดินเข้ามาใกล้รินอีกนิด ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของรินอย่างทะนุถนอม
“เจ็บตรงไหนไหมครับ? ใจเต้นแรงจนผมได้ยินมาถึงตรงนี้เลยนะ” พฤกษ์เอ่ยถามเสียงนุ่ม
รินก้มหน้าหลบสายตา ร่างบางสั่นเบาๆ “ริน... รินไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะพี่พฤกษ์ ถ้าไม่ได้พี่... รินคงไม่รู้จะทำยังไง”
“ไม่เป็นไรครับ รินจำไว้เสมอว่าไม่ต้องเผชิญเรื่องพวกนี้คนเดียว” พฤกษ์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนไหล่ชิดกัน เขากลิ่นหอมจางๆ ของดินและต้นไม้อ่อนๆ จากตัวพฤกษ์ทำให้รินรู้สึกเหมือนได้กลับมาอยู่ในที่ปลอดภัยอีกครั้ง “แต่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันเป็นสัญญาณเตือนว่ามีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไป”
รินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “หมายความว่ายังไงคะ?”
พฤกษ์ไม่ได้ตอบในทันที เขาเดินไปที่หน้าต่างร้าน มองออกไปที่ถนนเบื้องหน้า สายตาของเขามีความกังวลแฝงอยู่ลึกๆ “คนที่เข้ามาวันนี้... เขาไม่ใช่ลูกค้าทั่วไปริน เขาดูจงใจเข้ามาสร้างปัญหา เพื่อกดดันให้รินเลิกทำเครื่องเรือนชุดนี้ ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องงานไม้ธรรมดาแล้ว”
รินรู้สึกเย็นวาบที่ปลายนิ้ว “พี่พฤกษ์คิดว่า... ใครเป็นคนสั่งมาเหรอคะ?”
“ผมยังไม่แน่ใจ แต่เมฆเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า เขาไปสืบเรื่องนี้มาให้แล้ว และอาจจะมีเรื่องใหญ่กว่านั้นที่รินต้องรู้” พฤกษ์หันกลับมามองรินด้วยสายตาที่จริงจัง “รินครับ บางทีเรื่องราวในอดีตที่เราพยายามปิดตายเอาไว้... มันอาจจะไม่ได้เงียบสงบอย่างที่เราคิด”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงพร้อมกับการเปิดประตูกระแทกผนังไม้จนสะเทือน ชายชุดดำสองคนเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทางคุกคาม โดยมีจดหมายฉบับหนึ่งในมือที่ประทับตราครั่งสีแดงฉานที่รินจำมันได้แม่นยำว่าเป็นตราประจำตระกูลที่เขาหนีมาตลอดสิบปี
“คุณรินครับ... นายใหญ่ให้เชิญคุณกลับไปจัดการมรดกที่ค้างคาให้จบภายในวันนี้ ไม่เช่นนั้น... ร้านนี้และทุกอย่างที่คุณรัก จะไม่เหลือแม้แต่เศษไม้ให้ได้ดูต่างหน้าครับ”
รินหน้าซีดเผือดจนแทบจะกลายเป็นสีเดียวกับผนังร้าน มือที่เคยนิ่งสงบเมื่อครู่เริ่มสั่นเทาจนหยิบเครื่องมือไม้หล่นลงพื้นเสียงดัง พฤกษ์ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้ทันที แต่คราวนี้มือของเขาก็เริ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนรออยู่หลังชายชุดดำที่หน้าร้าน... คนที่เขาไม่คิดว่าจะกลับมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางเคียงข้างรินและพฤกษ์ผ่านบททดสอบอันหนักหน่วงนี้นะคะ หมอกไม้ไผ่ค่ะ
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 24
พฤกษ์ผู้ปกป้อง
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!