ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 25

รอยร้าวในใจริน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
ปลายนิ้วเรียวที่กำลังบรรจงขัดผิวไม้เนื้อหอมจนเนียนละเอียดพลันชะงักค้าง เสียงกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้จากร้านด้านข้างที่ดังกระทบกันเป็นจังหวะในยามดึกสงัด กลายเป็นเพียงเสียงรบกวนสมาธิที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการมือสั่นระริกที่เริ่มลามจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นแขน บรรยากาศเงียบงันรอบตัวในยามวิกาลไม่ได้ช่วยให้ความหวาดกลัวในอกจางลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความมืดสลัวที่ทอดเงายาวทาบทับลงบนโต๊ะทำงานตัวโปรด กลับยิ่งขับเน้นภาพเหตุการณ์ฝันร้ายที่เพิ่งพรากเขาออกจากห้วงนิทราให้แจ่มชัดขึ้น ราวกับมันกำลังเกิดขึ้นจริงตรงหน้าอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววสงบยามได้สัมผัสเนื้อไม้ กลับไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วย ภาพสะท้อนในกระจกเงาเผยให้เห็นใบซีดเซียวและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนแน่น รินพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาปลอดภัยแล้ว อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมละมุนของเลื่อยไม้และชันสนฝรั่ง อยู่ในพื้นที่ที่เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาเองกับมือ แต่ทำไม... หัวใจดวงน้อยถึงยังคงสั่นสะท้านราวกับนกน้อยที่ปีกหักและกำลังจะร่วงหล่นจากกิ่งไม้สูง “รินครับ... ยังไม่นอนอีกหรือ” เสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นจากความมืดตรงกรอบประตู ทำให้รินสะดุ้งสุดตัวจนเครื่องมือช่างในมือร่วงหล่นกระทบพื้นเสียงดังเค้งคว้าง พฤกษ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ร่างสูงใหญ่ในชุดนอนสบายๆ หยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววอบอุ่นและมั่นคงเสมอในยามปกติ ยามนี้กลับเต็มไปด้วยความห่วงใยระคนกังวลยามกวาดสายตามองร่างบางที่กำลังห่อไหล่เข้าหากัน “ผม... แค่ทำงานยังไม่เสร็จครับ พฤกษ์ไปนอนก่อนเถอะนะ” รินพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน เสียงของเขาแหบพร่าและเบาหวิวราวกับกระซิบ พฤกษ์ไม่ได้เดินเข้าไปใกล้ทันที ชายหนุ่มเรียนรู้ที่จะเว้นระยะห่างที่พอเหมาะเมื่อเห็นรินอยู่ในโหมดปิดกั้นตัวเอง แต่เขากลับเลือกที่จะหย่อนตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นไม้เย็นเฉียบเบื้องหน้าริน วางฝ่ามือหนาอุ่นจัดไว้บนตักเรียวเบาๆ โดยไม่ล่วงเกิน รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากถูกส่งมาให้อย่างอ่อนโยน ราวกับจะบอกว่า *‘มีฉันอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น’* “ฝันร้ายอีกแล้วใช่ไหมครับ” พฤกษ์เอ่ยถามเสียงนุ่ม ทอดสายตามองลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของคนตัวเล็ก “รินตัวสั่นไปหมดแล้วนะ... บอกผมได้ไหมว่ามันคืออะไร” คำถามนั้นเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขประตูห้องขังแห่งความทรงจำที่รินพยายามปิดตายมาตลอด ร่างบางก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับฝ่ามือของตัวเอง หยาดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ไหลรินลงมาสัมผัสกับหลังมืออุ่นของพฤกษ์ ความอบอุ่นจากมือคู่นั้นช่างตัดกันเหลือเกินกับความเหน็บหนาวที่กัดกินอยู่ในขั้วหัวใจ ภาพในความฝัน... ภาพที่เขากำลังถูกผลักไส ถูกทรยศหักหลังโดยคนที่เคยไว้ใจที่สุด เสียงหัวเราะเยาะเย้ย ความรู้สึกไร้ทางสู้ และความโดดเดี่ยวที่ถาโถมเข้ามาในความมืดมิด ทุกอย่างย้อนกลับมาเล่นซ้ำราวกับแผ่นเสียงตกร่อง มันไม่ใช่แค่ฝันร้าย แต่มันคือแผลเป็นเหวอะหวะที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังอันบอบบางของริน แผลที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ก็ไม่เคยสมานตัวสนิท “มัน... มันน่ากลัวมากเลยพฤกษ์” รินสะอื้นไห้โดยไร้เสียง ไหล่บางสั่นสะท้านอย่างน่าเวทนา “ในฝันนั้น... ผมไม่มีใครเลย ผมติดอยู่ในห้องที่ไม่มีทางออก ร้องเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีใครได้ยิน... ทุกคนเดินจากไปหมด ทิ้งผมไว้คนเดียวในความมืด” พฤกษ์ขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างนุ่มนวล ก่อนจะดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอันกว้างใหญ่และมั่นคง รินไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ตัวเองซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดของไอดินและใบไม้ผสมผสานกับความเป็นตัวตนของพฤกษ์ กลิ่นที่คอยย้ำเตือนสติว่าเขายังคงอยู่ ณ ปัจจุบัน อ้อมแขนแข็งแรงโอบกอดรินไว้แน่นราวกับต้องการปกป้องจากโลกทั้งใบ มือใหญ่ข้างหนึ่งลูบเส้นผมนิ่มเบาๆ อย่างปลอบโยน ส่วนอีกข้างโอบกระชับแผ่นหลังบางที่ยังคงสะั่นไหว พฤกษ์ไม่เอ่ยคำพูดปลอบใจที่ว่างเปล่า มีเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นและสม่ำเสมอใต้แผงอกกว้าง ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดความอบอุ่นและความปลอดภัยให้ซึมซับเข้าไปในหัวใจที่หนצוกเหน็บของริน “ผมอยู่นี่แล้วครับริน” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู ริมฝีปากอุ่นกดจุมพิตลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างทะนุถนอม “ต่อให้โลกทั้งใบจะมืดมนแค่ไหน ต่อให้ทุกคนจะเดินจากไป... แต่พฤกษ์คนนี้จะไม่มีวันปล่อยมือรินเด็ดขาด จำคำของผมไว้นะครับ” ความอ่อนโยนที่เปี่ยมล้นและมั่นคง ทำให้กำแพงน้ำตาของรินพังทลายลงอย่างราบคาบ เขากำเสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของพฤกษ์แน่น ซบหน้าสะอื้นไห้จนตัวโยน ปล่อยให้ความหวาดกลัวทั้งหมดระบายออกมาเป็นหยาดน้ำตา ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหนาวเหน็บ หัวใจดวงน้อยที่เคยปิดตายเริ่มมีรอยร้าวของความไว้ใจค่อยๆ เชื่อมประสานเข้าหากันทีละนิด ภายใต้เงาแห่งความรักและการปกป้องของชายหนุ่มตรงหน้า รินเงยหน้าขึ้นสบตากับพฤกษ์ในระยะประชิด แสงไฟสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใย ดวงตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง มีเพียงความจริงใจที่บริสุทธิ์จนรินรู้สึกละอายใจที่ตัวเองยังคงมีความระแวงหลงเหลืออยู่ นิ้วเรียวยาวของพฤกษ์เอื้อมขึ้นเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วนั้นอุ่นจนรินเผลอเอียงแก้มเข้าหาโดยสัญชาตญาณ พฤกษ์ยิ้มละมุน ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก “ดีขึ้นหรือยังครับคนเก่ง” รินพยักหน้าน้อยๆ ริมฝีปากหยักสวยคลี่ยิ้มจางๆ ออกมาได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้ทำให้เขารู้สึกว่า อย่างน้อยที่สุดในคืนที่มืดมิดและโหดร้าย เขาก็ไม่ได้เผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว พฤกษ์คือต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมจะกางกิ่งก้านแผ่ร่มเงาปกป้องเขาจากพายุฝนทุกลูก แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความสงบสุขกำลังโรยตัวลงมาโอบกอดหัวใจทั้งสองดวงให้แนบชิดกัน เสียงเคาะประตูด้านนอกร้านไม้ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน! ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... มันไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่เป็นจังหวะที่หนักแน่นและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับผู้มาเยือนยามวิกาลผู้นั้นรู้ดีว่าหลังประตูบานนี้มีใครกำลังซ่อนตัวอยู่ และทันทีที่เสียงกذดกุญแจไขบิดล็อกดังแกร็กจากด้านนอก รินก็หน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ใครคือเจ้าของร่างเงาที่กำลังก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตอันเป็นเซฟโซนสุดท้ายของเขา! ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่ร่วมเดินทางเคียงข้างรินและพฤกษ์ผ่านบททดสอบอันหนักหน่วงนี้นะคะ หมอกไม้ไผ่ค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%