“อย่าทิ้งผมไปไหนนะ... ได้โปรด”
เสียงกระซิบที่สั่นพร่าลอดผ่านลำคอของริน เขาขดตัวอยู่บนเตียงกว้าง ร่างบางสั่นเทาเหมือนลูกนกที่เปียกปอนท่ามกลางพายุฝน เสียงฟ้าร้องครางครืนอยู่ภายนอกหน้าต่างบานใหญ่ แสงแลบแปลบปลาบสะท้อนให้เห็นหยาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มใสไม่ขาดสาย พายุภายนอกอาจจะรุนแรง แต่มันยังเทียบไม่ได้เลยกับพายุในจิตใจของคนที่หวาดกลัวการถูกทอดทิ้งมาตลอดชีวิต
พฤกษ์ไม่ได้ตอบเป็นคำพูด ร่างสูงใหญ่ที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการรีบกลับเข้ามาในห้องนั่งลงข้างเตียงอย่างแผ่วเบา เขาไม่พูดอะไรให้รินต้องรู้สึกผิดที่แสดงความอ่อนแอออกมา พฤกษ์เพียงแค่ขยับกายเข้าไปใกล้ ก่อนจะสอดแขนแกร่งโอบรัดร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและมั่นคงที่สุด
“ผมอยู่นี่แล้วครับริน... ผมจะไปไหนได้ล่ะ ในเมื่อหัวใจของผมอยู่ที่นี่กับคุณ”
พฤกษ์กระซิบข้างใบหู กลิ่นหอมจางๆ ของต้นไม้และดินหลังฝนตกจากตัวเขาช่วยปลอบประโลมให้รินรู้สึกสงบลงได้บ้าง รินฝังใบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของคนตรงหน้า มันคือเสียงเดียวที่ทำให้เขามั่นใจว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เขากับความโดดเดี่ยวอีกต่อไป
คืนนั้น พายุฝนกระหน่ำซัดสาดราวกับจะถล่มผืนปฐพี เสียงกิ่งไม้กระทบกระจกหน้าต่างดังแกว่งไกวราวกับเสียงคร่ำครวญ แต่ในห้องที่รักแห่งนี้ กลับมีเพียงไออุ่นที่แผ่ซ่าน รินค่อยๆ ผ่อนคลายร่างกายที่เกร็งแข็งลงทีละนิด มือเรียวบางที่เคยหยิบจับเครื่องไม้เครื่องมืออย่างมั่นคง บัดนี้กลับกำชายเสื้อเชิ้ตของพฤกษ์ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายมือออกเพียงนิด พฤกษ์จะเลือนหายไปเหมือนหมอกควันที่ถูกลมพัดผ่าน
“มันจะผ่านไปใช่ไหมครับพฤกษ์...” รินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงช้อนมองใบหน้าคมเข้มที่ดูอ่อนโยนอย่างที่เขาไม่เคยให้ใครเห็น
“ทุกอย่างมีวันผ่านไปครับ แม้แต่พายุลูกนี้” พฤกษ์ปาดน้ำตาที่หางตาของรินออกอย่างทะนุถนอม สายตาของเขาไม่ได้บอกแค่ความเห็นใจ แต่มันคือคำสัญญาที่ลึกซึ้งกว่านั้น “และไม่ว่าพรุ่งนี้ฟ้าจะเป็นสีอะไร ผมจะเป็นคนที่นั่งจิบชาอยู่ข้างๆ คุณเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน พฤกษ์ไม่ได้ขยับไปไหน เขายังคงนั่งโอบรอดรินไว้ในอ้อมแขนตลอดทั้งคืน ในความมืดมิดนั้น รินได้เรียนรู้ว่าความรักไม่ใช่การครอบครอง แต่คือการที่ใครสักคนยอมเป็นที่พักพิงให้เราในวันที่เราแตกสลาย
เมื่อเข็มนาฬิกาขยับผ่านเข้าสู่ช่วงตีสาม พายุภายนอกเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกลงจากชายคาเป็นจังหวะเนิบนาบ รินที่เริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความเหนื่อยอ่อนกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่มือเขายังไม่ยอมปล่อยจากเสื้อของพฤกษ์ พฤกษ์ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้รินนอนได้สบายขึ้น ทว่าทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งทางเดินก็ดังขึ้นอย่างรัวและหนักหน่วง
รินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาที่ปรือปรอยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก “ใครมาเวลานี้...”
พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่น เขาวางร่างรินลงอย่างแผ่วเบาแล้วลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีระแวดระวัง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ตามมาด้วยเสียงที่คุ้นหูจนรินต้องหน้าถอดสี
“พฤกษ์... ริน... เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันรู้ว่าพวกเธออยู่ข้างใน!”
เป็นเสียงของแม่ริน ผู้หญิงคนที่ทิ้งบาดแผลไว้ในใจเขามากที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา
พฤกษ์หันมามองรินที่สั่นเทาอยู่บนเตียงอย่างไม่ตั้งตัว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับประตูห้องด้วยสายตาที่เย็นชาและเด็ดเดี่ยว เขารู้ดีว่าพายุที่เพิ่งสงบไปข้างนอกนั้น เป็นเพียงการโหมโรงเท่านั้น เพราะพายุที่แท้จริงกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้แล้ว
ขอบคุณทุกหัวใจที่ยังคงห่วงใยและร่วมลุ้นไปกับรินและพฤกษ์ในค่ำคืนที่ยาวนานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ หมอกไม้ไผ่
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 26
อ้อมกอดในคืนพายุ
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!