"อย่าหลบตา"
เสียงทุ้มต่ำของพฤกษ์ดังขึ้น แม้จะอยู่ไกลถึงฝั่งตรงข้าม แต่มันกลับดังก้องชัดเจนในโสตประสาทของริน ราวกับเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง รินสะดุ้งสุดตัว มือที่เกาะขอบหน้าต่างแน่นจนขึ้นข้อขาวสั่นเทา เขาไม่ได้ตั้งตัวว่าจะถูกจับได้จังๆ แบบนี้ หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นระรัวจนเจ็บหน่วงไปหมด ความเงียบงันในห้องที่เคยเป็นดั่งเกราะป้องกันตัวมานานนับปี พลันถูกทลายลงด้วยสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่ยืนนิ่งสงบราวกับภูผา
"ผมไม่ได้..." รินพึมพำ เสียงแหบพร่าและแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับอากาศ
พฤกษ์ไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด เขาเพียงแค่ผละตัวจากรถกระบะคันเก่า เดินอ้อมไปเปิดท้ายรถ ก่อนจะยกกระถางต้นไม้ขนาดกลางที่มีใบสีเขียวสดใสเป็นมันวาวขึ้นมาวางบนขอบหน้าต่างฝั่งที่เขาจอดรถอยู่ แสงแดดช่วงสายที่ลอดผ่านเมฆหมอกกระทบลงบนใบไม้สีเขียวจัดจ้านนั้นจนดูมีชีวิตชีวา เขาจ้องมองรินอีกครั้ง คราวนี้เขากวักมือเรียกเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าบ้านของตัวเอง ทิ้งให้รินยืนเคว้งอยู่หน้าหน้าต่างที่เปิดค้างไว้
รินถอยหลังกรูดราวกับถูกไฟลวก หัวใจเขายังคงเต้นผิดจังหวะ เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าใกล้พื้นที่ส่วนตัวขนาดนี้มาก่อน เมฆเคยบอกเสมอว่ารินกำลังขังตัวเองอยู่ในกรงที่มองไม่เห็น แต่รินไม่เคยคิดจะพังมันออกมา จนกระทั่งวันนี้... จนกระทั่งพฤกษ์ก้าวเข้ามาในรัศมีสายตา
สามชั่วโมงผ่านไป รินทำได้เพียงนั่งจ้องหน้าต่างบานนั้นที่เปิดอ้าอยู่ ความเงียบในห้องเริ่มหนักอึ้ง เขาพยายามหยิบเศษไม้ชิ้นเล็กมาขัดให้เรียบเนียนเหมือนทุกวัน แต่ปลายนิ้วกลับสั่นจนทำพลาดไปหลายครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนที่ควรจะเยียวยาใจกลับไม่ได้ผลอีกต่อไป ในหัวเขาเอาแต่ฉายภาพสายตาที่เดาอารมณ์ไม่ได้ของพฤกษ์วนไปวนมา
*ตึก... ตึก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะที่คนเคาะดูลังเล รินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เขาไม่เคยมีแขก ไม่เคยเปิดรับใคร
"ริน... ผมพฤกษ์นะ" เสียงทุ้มแหบเสน่ห์ข้ามบานประตูมา "ผมไม่ได้จะเข้ามาข้างใน แค่จะเอาสิ่งนี้มาวางไว้ให้"
รินลุกขึ้นเดินไปที่ประตูด้วยความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างความหวาดหวั่นและความอยากรู้อยากเห็น เขาแง้มประตูเพียงนิด กลิ่นดินชื้นๆ และความสดชื่นของไอดินจากต้นไม้อวลอยู่ในอากาศ พฤกษ์ไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว เขาเห็นเพียงกระถางดินเผาใบย่อมวางอยู่บนพื้นหน้าประตู ภายในนั้นคือต้น 'ไทรใบสัก' ต้นเล็กที่มีใบเรียงตัวสวยงาม ราวกับถูกจัดวางมาเพื่อต้อนรับแสงแดดที่เขากำลังพยายามหลบหนี
รินมองของขวัญชิ้นนั้นนิ่งงัน นิ้วเรียวสัมผัสที่ขอบกระถางเบาๆ อุณหภูมิจากผิวดินเผาถ่ายทอดมาสู่ปลายนิ้ว มันอุ่น... เหมือนกับสายตาของเจ้าของมัน
วันเวลาหลังจากนั้นดูเหมือนจะเปลี่ยนไปอย่างเชื่องช้า ต้นไม้นั่นกลายเป็นเพื่อนสนิทตัวใหม่ รินเริ่มยอมให้ตัวเองขยับขยายพื้นที่ทำงานไปใกล้หน้าต่างมากขึ้น เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าพฤกษ์มักจะออกมาจัดการสวนจิ๋วหน้าบ้านในเวลาเดิมๆ ทุกวัน ชายหนุ่มไม่ได้มองขึ้นมาที่ห้องของเขาโดยตรง แต่ท่าทางการตัดแต่งกิ่งไม้ด้วยความทะนุถนอมนั้น กลับทำให้รินรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
"แดดวันนี้ดีนะครับ"
เสียงพฤกษ์ดังขึ้นในบ่ายวันอังคาร รินที่นั่งทำงานอยู่หน้าหน้าต่างสะดุ้งเล็กน้อย เขาหันไปมองเห็นชายหนุ่มยืนกอดอกพิงกำแพงบ้านฝั่งตรงข้าม พฤกษ์ไม่ได้มองมาที่เขาโดยตรง แต่เขากำลังมองไปที่ต้นไทรใบสักที่ตั้งอยู่บนขอบหน้าต่างของริน
"คุณ... คุณหมายถึงต้นไม้เหรอ" รินถาม เสียงเริ่มมั่นคงขึ้นเล็กน้อย
"เปล่าครับ" พฤกษ์หมุนตัวกลับมาสบตา "ผมหมายถึงคนที่พยายามเปิดม่านออกมารับแสงแดดต่างหาก"
รินชะงัก ร้อนผ่าวไปถึงใบหู เขาเพิ่งรู้ตัวว่าวันนี้เขาตั้งใจเปิดผ้าม่านกว้างกว่าปกติเพื่อรับลมที่พัดผ่านเข้ามา สายลมที่หอบเอาความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนเข้ามาในห้องที่เคยอับชื้น
"มันไม่ได้เลวร้ายใช่ไหมครับ... การเปิดหน้าต่างน่ะ" พฤกษ์ถามทิ้งท้าย ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน ทิ้งไว้เพียงคำถามที่สั่นคลอนหัวใจของคนในห้องให้เต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก
รินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่เขาเป็นคนประกอบเอง แสงแดดสีส้มยามเย็นทอดผ่านใบไม้ลงมาตกกระทบที่มือของเขา มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้—ไม่ใช่แค่ความอบอุ่นของแสง แต่เป็นความรู้สึกที่ว่า 'เขากำลังถูกมองเห็น' และในความรู้สึกนั้น เขากลับไม่ได้ต้องการจะหลบซ่อนอีกต่อไป
ทว่าในขณะที่รินกำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสยอดใบไม้ใหม่ที่เพิ่งแตกยอดออกมา เขากลับชะงักกึกเมื่อสังเกตเห็นบางอย่าง... จดหมายซองสีขาวสะอาดตาถูกเสียบไว้ใต้กระถางต้นไม้นั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รินรีบคว้ามันขึ้นมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือขวัดเฉวียนที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดเขียนเพียงประโยคสั้นๆ ว่า
*"ถ้าคุณกล้าพอที่จะเปิดหน้าต่าง พรุ่งนี้ตอนเที่ยง... ลงมาดื่มชาที่สวนหน้าบ้านผมสิ"*
รินยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง เสียงกริ่งหน้าบ้านของเขาก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับคนกดกำลังร้อนรน เขาเดินไปส่องดูผ่านตาแมวที่ประตูแล้วต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—นั่นไม่ใช่พฤกษ์ แต่เป็นร่างของเมฆ เพื่อนสนิทที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าซีดเผือด พร้อมกับข้อความที่ส่งมาในมือถือว่า *'ริน อย่าเชื่อใจผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด หนีออกมาจากตรงนั้นซะ!'*
รินยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตู มือหนึ่งกำจดหมายของพฤกษ์ไว้แน่น อีกมือถือโทรศัพท์ที่แจ้งเตือนข้อความเตือนภัยจากเมฆ... โลกที่เคยเงียบสงบในห้องไม้ไผ่ของเขากำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรินและพฤกษ์ในตอนที่สองนี้ หวังว่าความละมุนและปมที่เริ่มถักทอจะทำให้ทุกคนใจเต้นแรงไปกับตัวละครนะครับ - หมอกไม้ไผ่
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 2
ต้นไม้หน้าต่างบานนั้น
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!