ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 3

บทสนทนาผ่านเศษไม้

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าคุณจะยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นแบบนั้นอีกสักพัก ผมว่าไม้ชิ้นที่อยู่ในมือนั่นคงกลายเป็นฟอสซิลก่อนจะได้ขึ้นรูปเสียที" เสียงทุ้มต่ำของพฤกษ์ดึงรินออกจากภวังค์แห่งความวุ่นวายในหัว รินสะดุ้งเล็กน้อยจนปลายนิ้วที่ถือแผ่นไม้โอ๊คชิ้นบางสั่นไหว เขาไม่ได้ตอบโต้ทันที แต่รีบซ่อนหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังมีข้อความจากเมฆค้างหราไว้ข้างกาย ก่อนจะปั้นยิ้มจืดจางที่เจ้าตัวคิดว่าเนียนที่สุด "ขอโทษครับ... ผมแค่กำลังคิดว่า จะขัดให้ผิวสัมผัสมันออกมาละมุนแค่ไหนดี" รินโกหกคำโต พฤกษ์ไม่ได้คาดคั้น ชายหนุ่มเพียงแต่ขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นจางๆ ของไอดินและยางไม้จากตัวอีกฝ่ายทำให้รินรู้สึกเหมือนถูกล้อมกรอบอย่างเป็นมิตร พฤกษ์วางกรรไกรตัดแต่งกิ่งไม้ในมือลง แล้วยื่นนิ้วไปแตะที่ขอบไม้ในมือรินเบาๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วของอีกคนสากกว่าเขา แต่มันกลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด "ไม้ชิ้นนี้ไม่ได้ต้องการแรงกดดัน แต่มันต้องการความเข้าใจ" พฤกษ์พูดขณะกวาดสายตามองรอยเสี้ยนที่ยังหลงเหลือ "รอยตำหนิเล็กๆ พวกนี้ ถ้าคุณพยายามจะลบมันออกด้วยความรีบร้อน คุณจะทำลายลายไม้งามๆ ทิ้งไปเสียเปล่าๆ บางครั้ง... การโอบรับความไม่สมบูรณ์แบบของมันต่างหาก คือหัวใจของการทำงานไม้" รินนิ่งเงียบ คำพูดของพฤกษ์ไม่ได้หมายถึงแค่ไม้ แต่ดูเหมือนจะแทงทะลุเข้าไปถึงกำแพงหนาเตอะที่เขาสร้างไว้กั้นโลกภายนอก รินค่อยๆ วางไม้ลงบนโต๊ะทำงานตัวเล็กที่เต็มไปด้วยฝุ่นไม้ ก่อนจะหันมาสบตากับคนตรงหน้า แววตาของพฤกษ์ในตอนนี้ไม่มีเค้าของความดุดัน มีเพียงความใจเย็นราวกับจะบอกว่า 'ที่นี่ปลอดภัย' "คุณดู... รู้ดีกว่าที่ผมคิดนะ" รินเปรย พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น "ผมก็แค่คนที่ชอบมองเห็นต้นไม้เติบโต ไม่ว่ามันจะบิดเบี้ยวแค่ไหนก็ตาม" พฤกษ์หยิบเศษไม้ชิ้นเล็กขึ้นมาพลิกเล่น "เหมือนกับคนเรานั่นแหละ หลายคนพยายามซ่อนรอยแผลเป็น แต่รอยแผลเหล่านั้นนั่นแหละที่พิสูจน์ว่า เราผ่านอะไรมาบ้าง" บทสนทนาดำเนินไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางเสียงหึ่งๆ ของเครื่องขัดไม้ขนาดเล็ก รินพบว่าตัวเองกำลังเล่าเรื่องความหลงใหลในไม้สนและการเรียนรู้ที่จะตัดแต่งรูปทรงโดยไม่ต้องใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว เป็นการบอกเล่าความลับที่เขาเคยหวงแหนไว้เพียงลำพังให้ชายแปลกหน้าฟัง ส่วนพฤกษ์ก็ตอบแทนด้วยเรื่องราวของสวนป่าลับที่เขาเคยฟูมฟักก่อนจะมาเปิดร้านในเมืองใหญ่ ความตึงเครียดจากข้อความเตือนภัยของเมฆเริ่มเจือจางลง ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ซึมลึกผ่านอากาศธาตุ รินเริ่มกล้าที่จะสบตาพฤกษ์นานขึ้น เขาเห็นแววตาที่เต้นระริกของอีกฝ่ายเมื่อได้ฟังเรื่องที่เขาเล่า มันเป็นสายตาที่ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีตัวตน ไม่ใช่แค่ 'ริน' ที่เก็บตัวอยู่ในห้อง แต่เป็นรินที่สื่อสารผ่านงานศิลปะได้ ทว่า ความสงบสุขมักมีอายุสั้นเหมือนแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ใกล้ลับขอบฟ้า พฤกษ์ชะงักไปเล็กน้อยขณะกำลังจะหยิบเครื่องมือเพิ่ม สายตาของเขามองไปที่กรอบประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในฉับพลัน รินสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นจึงชะงักตาม "ริน... มีใครรู้ไหมว่าคุณอยู่ที่นี่นอกจากเพื่อนของคุณ?" พฤกษ์ถามเสียงต่ำ หัวใจของรินกระตุกวูบ ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อนั้น ก่อนที่ความเงียบงันจะถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังรัวมาจากทางเดินหน้าห้องพัก เงาของใครบางคนทาบทับลงมาบนพื้นไม้หน้าประตู กลิ่นบุหรี่ราคาถูกที่เขาคุ้นเคยจนสะอิดสะเอียนลอยมากระทบจมูก ประตูห้องไม้ไผ่ที่เคยเป็นดั่งป้อมปราการของรินถูกผลักให้เปิดกว้างอย่างรุนแรงจนบานพับส่งเสียงลั่น ร่างของชายแปลกหน้าที่ดูคุ้นตาคนหนึ่งก้าวเข้ามาด้วยแววตาคุกคาม พร้อมกับโยนซองจดหมายสีเหลืองซีดที่รินจำได้ดีลงบนโต๊ะไม้ "เล่นซ่อนหาแบบนี้สนุกพอหรือยังริน? หนี้ที่แกต้องรับผิดชอบมันไม่ยอมหายไปไหนหรอก ต่อให้แกจะมุดหัวอยู่ในรังไม้นี่ก็ตาม" รินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด พฤกษ์ก้าวมายืนบังหน้าเขาไว้ทันทีโดยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเปรียบเสมือนกำแพงที่ขวางกั้นความโหดร้ายของโลกภายนอก แต่เมื่อพฤกษ์หันไปมองซองจดหมายนั้น ดวงตาคมเข้มก็หรี่ลงด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด "จดหมายนี่..." พฤกษ์พึมพำ น้ำเสียงเปลี่ยนไปเป็นความกังวลที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน "ริน... คุณรู้จักคนในรูปถ่ายนี้ได้ยังไง?" --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยไม้ไปกับรินและพฤกษ์ในตอนนี้นะครับ - หมอกไม้ไผ่
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%