“ถ้าคุณพฤกษ์ยังมองรินแบบนั้น... รินจะกลายเป็นต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาเพราะเขินจนตายเอาได้นะคะ”
รินเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางหลุบสายตาลงต่ำ ปลายนิ้วเรียวพยายามจัดชายเสื้อเชิ้ตสีครีมของตัวเองให้เข้าที่ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่พุ่งพล่านอยู่ในอก ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนในสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่ดูจะกลายเป็นเพียงฉากหลังที่เลือนรางไปถนัดตา เมื่อเทียบกับสายตาคมกริบแต่ทว่าอ่อนโยนดั่งแผ่นน้ำแข็งที่กำลังละลายของคนตรงหน้า
พฤกษ์ไม่ได้ตอบอะไรในทันที เขายังคงยืนนิ่งขวางทางลมไม่ให้ปะทะกับคนตัวบางที่เขารักนักหนา ร่างสูงใหญ่ในเสื้อโปโลสีเทาเข้มขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนรินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของดินและใบไม้จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา
“ก็คุณน่ารักขึ้นทุกวัน ใครจะอดใจไม่มองไหว” พฤกษ์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แววตาของเขามีร่องรอยของความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด “เดินไปทางนู้นเถอะครับ ตรงที่มีต้นไม้ใหญ่ๆ นั่นน่ะ ดูเหมือนคุณจะชอบที่เงียบๆ มากกว่าตรงลานน้ำพุ”
รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะรีบเบนสายตาไปทางอื่น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกตีด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ด้วยกันลำพัง แต่มันเป็นครั้งแรกที่รินรู้สึกว่า ‘ระยะห่าง’ ที่เคยขีดเส้นกั้นเอาไว้เริ่มบางเบาจนแทบมองไม่เห็น
ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินหินอ่อน เสียงฝีเท้าของพฤกษ์หนักแน่นและมั่นคง ต่างจากรินที่เดินก้าวสั้นๆ อย่างระมัดระวัง พฤกษ์ไม่ได้พยายามจับมือเขา แต่เขากลับเลือกที่จะเดินขวางด้านที่ลมแรงกว่าไว้เสมอ และนั่นคือความใส่ใจที่รินสัมผัสได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำหวานใดๆ
“รินจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มาที่นี่ คือตอนที่ยังเป็นเด็ก...” รินเปรยขึ้นขณะมองไปที่กลุ่มเด็กน้อยที่วิ่งเล่นกันอยู่ใต้ต้นจามจุรี “ตอนนั้นโลกมันกว้างใหญ่และน่ากลัวมากเลยค่ะ แต่วันนี้... พอมีคุณพฤกษ์อยู่ด้วย โลกกลับดูเล็กลง และเหมือนสวนหลังบ้านที่ปลอดภัยยังไงก็ไม่รู้”
พฤกษ์หยุดเดินกะทันหันจนรินต้องหยุดตาม เขาหันมามองคนตัวบางด้วยแววตาที่จริงจังขึ้น รินเห็นประกายความเจ็บปวดลึกๆ ในดวงตาคู่นั้น—ปมในอดีตของรินที่พฤกษ์พยายามจะเยียวยามันด้วยความอดทน
“รินครับ” พฤกษ์เรียกชื่อเขาเบาๆ น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลเหมือนสัมผัสจากผ้าแพร “ผมไม่ได้อยากเป็นแค่คนสวนที่ดูแลต้นไม้ให้คุณ แต่ผมอยากเป็นคนคนนั้น... คนที่ถือร่มให้คุณในวันที่ฝนตก และเป็นคนที่นั่งฟังเสียงหัวใจของคุณในวันที่ไม่มีใครเข้าใจ”
รินรู้สึกถึงความอุ่นวาบที่แล่นผ่านไปทั่วร่าง คำสารภาพที่ไม่ต้องมีการเอ่ยคำว่ารัก แต่กลับมีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรได้ เขาหยิบกิ่งไม้แห้งเล็กๆ ที่เก็บได้ขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ความประหม่าเริ่มเปลี่ยนเป็นความกล้าหาญที่จะเปิดเปลือกหุ้มหัวใจตัวเองออกมาทีละนิด
“ถ้าอย่างนั้น... พรุ่งนี้ในเวิร์กชอปที่ร้าน คุณช่วยมาเป็นแบบให้รินวาดรูปได้ไหมคะ?” รินเอ่ยถามพลางยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่สดใสจนพฤกษ์แทบหยุดหายใจ “รินอยากบันทึก ‘ความรู้สึก’ ที่รินมีต่อคุณในตอนนี้ลงไปในงานไม้สักชิ้น... เป็นของขวัญแทนคำตอบ”
พฤกษ์คลี่ยิ้มจางๆ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความสุขที่ยากจะกักเก็บ เขาเอื้อมมือไปคว้ามือของรินมาถือไว้เบาๆ เป็นการสัมผัสที่ไร้การรุกล้ำแต่หนักแน่นไปด้วยคำสัญญา “สำหรับริน ผมยอมเป็นทุกอย่างครับ”
ทั้งคู่เดินไปเรื่อยๆ จนถึงซุ้มดอกเฟื่องฟ้าสีสดที่กำลังบานสะพรั่ง บรรยากาศแสนหวานนี้ช่างดูเหมือนภาพฝันที่รินไม่เคยคิดว่าจะได้ครอบครอง แต่ในขณะที่ความสุขกำลังอบอวลจนน่าหลงใหล สายตาของรินก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
คนคนนั้นสวมหมวกแก๊ปสีดำสนิทและใส่แว่นกันแดด แม้ใบหน้าจะถูกบดบังไปกว่าครึ่ง แต่บุคลิกที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบ ร่างที่คุ้นเคยนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ พฤกษ์ที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของรินจึงหันกลับไปมองตามทันที
“นั่นมัน...” พฤกษ์ครางเสียงต่ำในลำคอ เมื่อเห็นว่าคนคนนั้นถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่รินไม่ได้เจอมานานหลายปี
“ริน... ไม่เจอกันนานเลยนะ” ชายคนนั้นกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่รินจำได้แม่นยำที่สุด เสียงที่เคยสร้างฝันร้ายและขังเขาไว้ในกรงของความหวาดกลัวมาตลอดชีวิต
ความสุขที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในสวนสาธารณะแห่งนี้แตกสลายลงราวกับแก้วที่ถูกค้อนทุบ รินตัวแข็งทื่อ มือที่พฤกษ์กุมไว้อยู่เย็นเฉียบขึ้นมาทันทีโดยไม่มีสาเหตุ
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมกุมมือรินผ่านช่วงเวลาที่แสนหวานและบีบหัวใจในคราวเดียวกันนี้นะคะ หมอกไม้ไผ่
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 20
การเดินทางที่แสนหวาน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!