"ถ้าคุณยังไม่ยอมมองตาผม... ผมคงต้องถือวิสาสะขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกนิดแล้วนะครับริน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเว้าวอนนั้นทำให้รินชะงักมือที่กำลังขัดเงาชิ้นไม้ชิ้นเล็กในมือ กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนสดผสมกับกลิ่นไอดินจากร้านต้นไม้ของพฤกษ์ที่ติดมากับเสื้อเชิ้ตของเขา ทำให้พื้นที่เล็กๆ ในเวิร์กชอปดูแคบลงถนัดตา รินไม่ได้หันไปมองคนตัวสูงที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แต่เขารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ได้น่าอึดอัด แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลความรู้สึกบางอย่างที่เต้นเร่าอยู่ในอกเหมือนจังหวะกลอง
รินวางชิ้นงานลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่า สูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้า "พฤกษ์... ทำไมวันนี้ถึงได้ดูใจร้อนนักล่ะคะ?"
คำถามแผ่วเบาถูกส่งออกไปพร้อมกับอาการขยับนิ้วมือที่สั่นน้อยๆ พฤกษ์ไม่ได้ตอบในทันที แต่เขากลับก้าวเข้ามาจนชิดแผ่นหลังบาง มือหนาที่เปื้อนดินจางๆ วางลงบนขอบโต๊ะไม้ ขนาบข้างร่างเล็กเอาไว้เหมือนกับการกักขังเขาไว้ในโลกที่มีเพียงคนสองคน รินสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วใบหน้าจนต้องก้มหน้าหนี
"เพราะเมื่อคืน... กว่าผมจะข่มตาหลับได้ มันช่างยาวนานเหลือเกิน" พฤกษ์กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและจริงจังจนรินต้องหลับตาแน่น "และเพราะในหัวผมมันมีแต่ภาพที่คุณหันมาบอกผมว่า 'ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้' รินครับ... สำหรับคนอื่นมันอาจเป็นแค่คำพูด แต่มันคือนิยามของคำว่าบ้านสำหรับผมไปแล้ว"
รินหมุนตัวกลับมาช้าๆ เมื่อสบเข้ากับดวงตาคมที่ทอดมองมาด้วยความอ่อนโยนลึกซึ้ง หัวใจที่เคยปิดตายด้วยกำแพงความกลัวพังทลายลงอย่างราบคาบ ความอ่อนโยนของพฤกษ์ไม่เคยรุกล้ำ แต่กลับแทรกซึมผ่านรอยร้าวในใจเขาไปอย่างช้าๆ จนถึงวันนี้ เขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่าสิ่งที่เขารู้สึกนั้นเป็นเพียง 'ความขอบคุณ'
มือเรียวของรินเอื้อมไปแตะที่กระดุมเสื้อเชิ้ตของพฤกษ์อย่างแผ่วเบา ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆ ให้คนตัวสูงโน้มลงมาหา "ถ้ามันคือบ้าน... งั้นคุณก็ต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งให้บ้านหลังนี้ต้องเหงาอีกนะคะ"
พฤกษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคลี่ยิ้มจางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปกอบกุมมือของรินไว้แนบแก้ม สัมผัสถึงความสากของฝ่ามือที่ผ่านการทำงานหนักมาด้วยกัน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะไม่ยอมให้รินต้องอยู่กับความเงียบเหงาอีกต่อไป เราจะเป็นบ้านของกันและกัน... นะครับริน"
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงด้วยคำสัญญาที่ไร้เสียงเพลงประกอบ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ตอกย้ำว่าเวลาของเราได้ขยับเข้าหากันแล้ว รินขยับตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากของเราแตะกัน เขาหลับตาลงรับรู้ถึงสัมผัสที่จริงใจ ความกลัวในอดีตที่เคยเป็นเงาตามตัวดูเหมือนจะจางหายไปเมื่อมีอ้อมกอดนี้คอยคุ้มกัน
ทว่า... ในขณะที่รอยยิ้มกำลังคลี่บานบนใบหน้าของทั้งคู่ เสียงเคาะประตูไม้ที่หน้าเวิร์กชอปก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจนบานประตูสั่นสะเทือน รินสะดุ้งสุดตัวและผละออกจากพฤกษ์ทันที เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากภายนอกทำให้เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก
"ริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน!"
เสียงที่คุ้นเคยและเป็นเสียงที่รินไม่อยากได้ยินมากที่สุดในเวลานี้ดังขึ้น เมฆที่ควรจะอยู่ที่บ้านกลับมายืนหอบแฮกอยู่หน้าประตู พร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียดที่ดูเหมือนจะแบกรับเรื่องราวร้ายแรงบางอย่างมาด้วย รินมองหน้าพฤกษ์ด้วยความตื่นตระหนก พฤกษ์เองก็ขมวดคิ้วแน่น เขารีบก้าวไปที่หน้าประตูและเปิดมันออกทันที
"เกิดอะไรขึ้นเมฆ?" พฤกษ์ถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
เมฆไม่ได้มองหน้าพฤกษ์ แต่จ้องตรงไปที่รินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน "ริน... ตำรวจเพิ่งโทรมาบอกฉัน พ่อของแก... เขาเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากทัณฑสถานเมื่อเช้านี้ และตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่... เพื่อมาทวงสิ่งที่เขายังไม่ได้จากแกไป"
รินหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เข่าอ่อนจนแทบล้มลงกับพื้น ความเงียบสงบในตอนเช้าตรู่แตกสลายลงราวกับแก้วที่ถูกทุบให้ละเอียด เงาอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดชีวิตกำลังย้อนกลับมาในวันที่เขากำลังจะได้เริ่มชีวิตใหม่จริงๆ
พฤกษ์รีบคว้าตัวรินเข้าไปกอดไว้แน่น แต่ดวงตาของเขากลับจ้องมองออกไปที่ถนนเบื้องหน้า ถนนที่เริ่มมีรถคันหนึ่งขับตรงมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้าน... พร้อมกับเสียงเปิดประตูรถที่ดังแว่วเข้ามาในความเงียบ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและกุมมือรินกับพฤกษ์ผ่านบททดสอบที่บีบหัวใจนี้ไปด้วยกันนะคะ หมอกไม้ไผ่
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 19
เช้าวันใหม่ของเรา
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!