"ถ้าเราขยายห้องสตูดิโอออกไปทางเรือนกระจกด้านหลัง... พี่เกรงว่าพื้นที่ทำไม้ชิ้นเล็กของรินจะหายไปครึ่งหนึ่งนะคะ"
ปลายนิ้วเรียวหนาของพฤกษ์ไม่ได้จรดลงบนกระดาษร่างแบบแปลน แต่กลับหยุดนิ่งอยู่ตรงมุมโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า—โต๊ะตัวเดียวกับที่รินเคยใช้ซ่อนตัวจากโลกทั้งใบเมื่อหลายปีก่อน ดอกไม้แห้งในโหลแก้วใสบนชั้นสะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ทอดเงายาวทับซ้อนกันจนแทบแยกไม่ออกว่าส่วนไหนคือเงาของสิ่งของ ส่วนไหนคือเงาของความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในห้อง
รินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกปกหนังสีเขียวเข้ม ดวงตากลมโตไหวระริกเล็กน้อยก่อนจะซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้แพขนตายาวที่ทอดต่ำลง ชายหนุ่มร่างบางขยับริมฝีปากช้าๆ ราวกับชั่งน้ำหนักคำพูดแต่ละคำในใจ
"รินไม่ได้หวงพื้นที่ตรงนั้นหاردอกค่ะ... เพียงแต่ว่า" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าสั่นเครือเล็กน้อยหลุดออกมาจากเรียวปากอิ่ม รินวางดินสอไม้ในมือลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบยามค่ำคืน "ถ้าเราขยายกิจการร้านต้นไม้รวมกับสตูดิโอเฟอร์นิเจอร์ไม้ตามที่พี่พฤกษ์วางแผนไว้จริงๆ มันหมายความว่าเรากำลังผูกอนาคตเข้าด้วยกันแบบถาวร... พี่แน่ใจแล้วเหรอคะว่าไม่อยากเว้นระยะห่างไว้เผื่อใจไว้บ้าง"
พฤกษ์ไม่ตอบทันที ชายหนุ่มร่างสูงโปรดปรานการสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่ผ่านงานหนักมาทั้งวัน เขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้รินอีกนิด กลิ่นอายดินชื้นและใบไม้สดจางๆ ที่ติดตัวคนรักมาตลอดกลกลืนไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของขี้เลื่อยไม้สนในห้อง ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งขรึมยามเผชิญหน้ากับลูกค้า ทว่ายามมองรินกลับฉายแววอ่อนโยนจนแทบละลายใจคนมอง
"รินยังจำวันที่เราปลูกต้นโมกหน้าต่างบานนั้นด้วยกันได้ไหมคะ" พฤกษ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมไปสัมผัสหลังมือบางที่วางอยู่บนตักอย่างแผ่วเบา รินสะดุ้งเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการปกป้องตัวเอง แต่ไม่ได้ดึงมือหนี "วันนั้นรินบอกพี่ว่า ต้นไม้ต้องการรากที่ลึกพอดforจะต้านทานพายุ... ตอนนี้พี่ไม่ได้อยากเว้นระยะห่างเพื่อเผื่อใจหรอกค่ะ รินต่างหาก... ที่ยังกลัวว่ารากของตัวเองจะเกาะเกี่ยวกับใครสักคนแน่นจนเกินไป"
คำพูดนั้นแทงใจดำรินเข้าอย่างจัง ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบกายอีกครั้ง รินเม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ ปมในอดีตที่เคยถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวท่ามกลางเศษซากความไว้วางใจที่พังทลาย คอยกระซิบเตือนสติเขาอยู่เสมอว่า 'อย่าผูกพันกับใครให้มากเกินไป' แต่ทว่า... ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา อ้อมกอดอุ่นๆ ของพฤกษ์ สายตาที่คอยปกป้อง และความใส่ใจที่ไม่เคยเสแสร้ง กลับค่อยๆ เซาะกร่อนกำแพงน้ำแข็งในใจของรินจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
"รินกลัว..." เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงลมหายใจ รินเงยหน้าขึ้นสบตาคนรัก หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตากลมโตอย่างน่าสงสาร "รินกลัวว่าถ้าวันหนึ่ง... ทุกอย่างมันใหญ่โตขึ้น ร้านของเราเติบโตขึ้น จนวันหนึ่งถ้าพี่พฤกษ์เหนื่อยกับคนเปราะบางอย่างรินขึ้นมา..."
พฤกษ์ไม่ปล่อยให้รินพูดจนจบ มือหนารวบมือบางทั้งสองข้างขึ้นมากุมไว้แน่นแนบอกข้างซ้าย จังหวะการเต้นของหัวใจที่สะท้อนผ่านฝ่ามือส่งผ่านมาถึงริน ชัดเจน หนักแน่น และอบอุ่นจนหยาดน้ำตาที่รินพยายามอดกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม
"ฟังพี่นะคะ ริน" พฤกษ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากของเราชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน "ร้านต้นไม้ สตูดิโอไม้ หรืออนาคตข้างหน้า... มันไม่มีความหมายเลยสักนิด ถ้าในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา พี่ไม่มีรินคอยชงชาอุ่นๆ ให้ดื่ม ไม่มีรอยยิ้มของรินรอต้อนรับอยู่ตรงนี้ การขยายกิจการไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือการประกาศให้โลกรู้ว่า พื้นที่ตรงนี้... คือบ้านของเราสองคนถาวรแล้ว"
ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนรินแทบหายใจไม่ออก ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจมาเนิ่นนานนับปี คล้ายถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าแผดเผาจนสลายหายไปทีละน้อย รินพยักหน้ารับช้าๆ หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลรินผ่านรอยยิ้มแรกที่บริสุทธิ์ที่สุดในรอบหลายปี มือบางเอื้อมไปโอบรอบลำคอแกร่งของพฤกษ์ไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง ปล่อยให้ความอบอุ่นโอบกอดตัวเขาไว้จนมิด
เสียงกริ่งทองเหลืองโบราณที่แขวนไว้เหนือประตูกระจกหน้าร้านจู่ๆ ก็ดังขึ้น "กรุ๊งกริ๊ง!"
บรรยากาศละมุนละไมในห้องสตูดิโอหยุดชะงักลงทันที พฤกษ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจเนื่องจากเวลานี้ดึกมากแล้ว และร้านปิดทำการมานานหลายชั่วโมง รินผละออกจากอ้อมกอดของคนรักอย่างรวดเร็ว หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความตื่นตระหนก ทั้งคู่หันไปมองเงาร่างของใครบางคนที่ยืนทอดร่างทับประตูกระจกหน้าร้าน เมฆ—เพื่อนสนิทของรินยืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหน้าซีดเซียวและดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้กวาดมองเข้ามาในห้อง ก่อนที่เมฆจะยกมือถือขึ้นแนบหู และในวินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของรินบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงกรีดร้องแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
รินหน้าถอดสีทันทีเมื่อมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ปรากฏชื่อสายเรียกเข้า... เป็นเบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาลประจำจังหวัดที่แม่ของเมฆพักรักษาตัวอยู่!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความอบอุ่นนี้มาจนถึงตอนที่ 42 นะคะ
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 42
แผนการในอนาคต
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!