ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 43

วันธรรมดาที่แสนพิเศษ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าวางตรงนี้เอียงไปอีกมิลลิเมตรเดียว กล่องดวงใจของรินจะงอนเอานะคะ” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความอ่อนโยนดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นจัดที่แตะลงบนหลังมือบางเบา รินสะดุ้งเล็กน้อย—เป็นความคุ้นชินที่ต่อให้ผ่านไปกี่ร้อยวัน หัวใจดวงนี้ก็ยังคงเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่พฤกษ์เข้ามาอยู่ในระยะประชิด กลิ่นหอมสะอาดของดินชื้นและไอน้ำจากต้นไม้ปะปนกับกลิ่นไม้สนหอมกรุ่นในห้องทำงานเล็กๆ นี่คืออาณาจักรของริน หนุ่มน้อยร่างบางผู้ใช้เวลาค่อนชีวิตขัดเกลาความโดดเดี่ยวให้กลายเป็นชิ้นงานไม้ประณีต แต่ในยามบ่ายที่แสงแดดสีส้มเรื่อทาบทับลงบนพื้นไม้กระดานเช่นนี้ อาณาจักรที่เคยเงียบเหงา กลับมีผู้ชายตัวโตคนหนึ่งเข้ามาแบ่งพื้นที่และลมหายใจไปเสียครึ่งหนึ่ง รินชักมือกลับอย่างเก้อเขิน เม้มริมฝีปากบางเข้าหากันนิดๆ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองค้อนคนตัวสูงที่ยืนอมยิ้มอยู่ด้านหลัง “พี่พฤกษ์อย่ามาทำเป็นพูดดีเลยค่ะ รินต่างหากที่ต้องระวังไม่ให้มือซุ่มซ่ามของใครบางคนปัดเอาชิ้นส่วนนี้ร่วงลงไป” รินเอ่ยเสียงเบา แววตาสั่นไหวด้วยความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มบางเบา พฤกษ์ไม่ตอบคำถามนั้นทันที ชายหนุ่มเพียงแต่ทอดสายตามองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างนึกเอ็นดู มือหนายื่นออกไปปัดเศษขี้เลื่อยสีขาวที่ติดอยู่ตรงข้างแก้มใสของคนตรงหน้าออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความทะนุถนอมราวกับรินเป็นแก้วเจียระไนเปราะบางที่หากเผลอออกแรงเพียงนิดเดียวก็อาจแหลกสลายคามือ ความเงียบงันอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วห้อง มีเพียงเสียงจิ้งรีดนอกหน้าต่างและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่ประสานกันอย่างลงตัว รินก้มหน้าลงมองกล่องไม้จันทน์ขนาดเล็กในมือ ชิ้นงานชิ้นสุดท้ายก่อนที่คอลเลกชันนี้จะเสร็จสมบูรณ์ มันคือกล่องดวงใจ... อย่างที่พฤกษ์ว่าจริงๆ เพราะทุกรอยสลัก ทุกรอยขัดเกลา รินใส่ความรู้สึกที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดลงไปทั้งหมด “เสร็จแล้วสินะคะ” พฤกษ์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเขามีความภาคภูมิใจเจืออยู่เต็มเปี่ยม “ค่ะ... เสร็จเสียที” รินเงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก “ขอบคุณนะคะที่คอยอยู่ข้างๆ ตลอดตอนที่รินนั่งทำเจ้านี่ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวินาทีนี้” พฤกษ์ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิดตัวรินมากขึ้น ใช้สองแขนโอบล้อมรอบเอวบางไว้หลวมๆ ดึงร่างที่เล็กกว่าเข้ามาแนบชิดกับแผงอกกว้าง รินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่มาจากตัวของคนรัก ใบหน้าหวานซบลงกับลาดไหล่กว้างโดยอัตโนมัติ ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดหลายวันหลอมละลายหายไปกับอ้อมกอดนี้ “สำหรับพี่ ทุกวันที่มีริน... มันไม่ใช่แค่การ ‘อยู่ข้างๆ’ นะคะ” พฤกษ์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ “แต่มันคือการได้ใช้ชีวิตอยู่จริงๆ วันธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษ... พอมันมีรินเข้ามา มันก็กลายเป็นวันที่พิเศษที่สุดสำหรับพี่ไปเสียทุกวัน” คำพูดเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งนั้นทำให้ขอบตาของรินร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความกลัวลึกๆ ที่เคยฝังรากอยู่ในใจเรื่องการถูกทอดทิ้ง ค่อยๆ ถูกชะล้างออกไปทีละน้อยด้วยความสัตย์จริงในแววตาคู่นั้น รินหลับตาลง ยอมจำนนต่อความอบอุ่นที่โอบอุ้มเขาไว้ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความตื้นตันหยดหนึ่งซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อของพฤกษ์เงียบๆ “รินก็เหมือนกันค่ะ...” เสียงของรินสั่นเครือเล็กน้อย “รินไม่เคยคิดเลยว่า... โลกใบนี้จะมีมุมที่อบอุ่นขนาดนี้รอรินอยู่ ขอบคุณนะคะพี่พฤกษ์ ที่ไม่ยอมแพ้กำแพงงี่เง่าที่รินสร้างขึ้นมาในตอนแรก” พฤกษ์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้มลงกดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มอย่างรักใคร่ “พี่บอกแล้วไงคะว่าพฤกษ์คนนี้อึดกว่าที่รินคิดเยอะ” ทั้งสองผ่อนคลายอยู่ในอ้อมกอดกันและกันเนิ่นนาน ราวกับต้องการหยุดเวลาเอาไว้ที่ตรงนี้ ท่ามกลางแสงแดดสีทองที่ค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป ความเงียบสงบในห้องไม้หอมไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันกลับเต็มไปด้วยเสียงกระซิบของหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทำลายบรรยากาศแสนหวานลงอย่างกะทันหัน รินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของพฤกษ์ด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย พฤกษ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ที่มีคนมารบกวนช่วงเวลาสำคัญ แต่ก็ยอมปล่อยมือให้อีกฝ่ายยืนตั้งหลักได้ทัน “รินคะ เดี๋ยวพี่ไปดูเอง...” พฤกษ์เอ่ยเสียงเรียบ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ รินพยักหน้ารัวๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเดินตามหลังพฤกษ์ไปยังประตูไม้บานทึบที่นำออกสู่หน้าร้าน ความสงสัยระคนกังวลแล่นริ้วขึ้นมาในอก ใครกันนะที่จะมาหาพวกเขาในยามพลบค่ำเช่นนี้ พฤกษ์หมุนลูกบิดประตูแล้วดึงเปิดออกช้าๆ สายตานิ่งขรึมกวาดมองผู้มาเยือนเบื้องหน้า แต่ทว่า... ทันทีที่ประตูเปิดกว้างจนสุด ร่างสูงใหญ่ของพฤกษ์กลับชะงักกึก สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความตกตะลึงพรึงเพริดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน รินที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเอี้ยวตัวมองผ่านไหล่กว้างของคนรักออกไป และวินาทีนั้นเอง ลมหายใจของรินก็แทบจะหยุด अटकไปดื้อๆ ร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มเปียกชื้นจากละอองฝนยามค่ำคืน ใบหน้าคมคายนั้นถอดแบบมาจากพฤกษ์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าดวงตากลับคมกริบและเย็นชาไร้ความรู้สึก และสิ่งที่ทำให้รินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดก็คือ ถ้อยคำแรกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของชายแปลกหน้าคนนั้น “จำพี่ได้ไหม... น้องชาย” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความอบอุ่นนี้มาจนถึงตอนที่ 43 นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%