“วางมีดลงเสีย... ถ้าไม่อยากให้เรื่องมันแย่ไปกว่านี้”
เสียงของพฤกษ์ไม่ได้สั่นไหว แต่มันต่ำและเย็นเยียบจนรินที่ยืนตัวแข็งอยู่หลังบานประตูรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ราวกับว่าหากเขาขยับตัวเพียงนิด แรงสั่นสะเทือนจะไปปลุกให้วิญญาณร้ายหลังประตูนั้นตื่นขึ้นมาทำเรื่องเลวร้าย
เงานั้นขยับเขยื้อน... แสงไฟจากโถงทางเดินสะท้อนใบมีดคมกริบที่เงาวับจนปวดตา รินกั้นหายใจแน่นจนเจ็บหน้าอก แต่แล้วเสียงเคาะประตูสามครั้งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันหนักแน่นและเปี่ยมไปด้วยความกระวนกระวาย
“ริน... เปิดประตูให้พี่หน่อย” เสียงของพฤกษ์เปลี่ยนไป คราวนี้มันทุ้มต่ำและมีความกังวลเจืออยู่ชัดเจน “พี่บอกให้วางมันลงไง อย่าให้พี่ต้องใช้วิธีที่รุนแรงกว่านี้กับคนของพี่”
รินตัดสินใจรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ คว้าค้อนไม้ชิ้นเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานเข้าไว้ในมือแน่น ก่อนจะกระชากบานประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้เขานิ่งงัน
พฤกษ์ยืนอยู่เพียงลำพัง สีหน้าของเขาซีดเผือด แววตาที่เคยอบอุ่นกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว มือข้างหนึ่งของพฤกษ์กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ส่วนมืออีกข้าง... กลับว่างเปล่า
“ริน? ทำไมทำหน้าแบบนั้น” พฤกษ์ถามเสียงแผ่ว พลางกวาดสายตาสำรวจรินอย่างรวดเร็ว “พี่เคาะเรียกตั้งนาน ทำไมถึงไม่ยอมเปิด”
“แล้ว... คนที่อยู่ข้างหลังพี่ล่ะคะ?” รินถามเสียงสั่น พลางชะเง้อคอมองไปทางระเบียงไม้ที่มืดมิด “คนที่ถือมีด... คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น...”
พฤกษ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้าวเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา แต่ล็อคกลอนสองชั้นอย่างแน่นหนา เขาเดินเข้ามาหาริน ช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนไหล่ที่สั่นเทาของคนตัวเล็ก “ริน... ในนี้มีแค่พี่กับเรา ไม่มีใครอื่นหรอก ความมืดมันทำให้ตาพร่าได้นะ”
รินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาไม่ได้ตาฝาด เงานั่น... แสงมีดนั่น... มันชัดเจนเสียจนเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวสนิมจางๆ ในอากาศ แต่เมื่อเห็นสายตาที่พฤกษ์มองมา เขากลับเลือกที่จะเงียบ ความกลัวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่หน่วงแน่นอยู่ในอก
หลายวันหลังจากคืนนั้น ความเงียบกลายเป็นกำแพงหนาที่กั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง พฤกษ์พยายามจะเข้ามาพูดคุย แต่รินกลับเลือกที่จะหมกตัวอยู่แต่ในห้องทำงานไม้ กลิ่นขี้เลื่อยและกลิ่นไม้สนที่เคยเป็นที่พักพิง กลับกลายเป็นเครื่องมือที่รินใช้ปิดกั้นตัวเอง พฤกษ์เดินผ่านหน้าห้องไปมาหลายครั้ง วางถ้วยชาและขนมไว้ที่หน้าประตู แต่รินไม่เคยแตะต้องมันเลย
พฤกษ์เริ่มกังวลอย่างเห็นได้ชัด ความกระวนกระวายนั้นสะท้อนออกมาผ่านท่วงท่าที่เปลี่ยนไป จากคนที่เคยเดินก้าวสม่ำเสมอ กลับกลายเป็นคนที่เดินย่องเบาๆ ราวกับกลัวจะทำให้อากาศในบ้านแตกสลายไปมากกว่านี้
“ริน...” เสียงพฤกษ์ดังขึ้นผ่านบานประตูไม้ในเย็นวันที่สาม “ถ้าไม่อยากคุยกับพี่... อย่างน้อยก็ทานอะไรสักหน่อยเถอะนะ พี่เป็นห่วง”
รินนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นไม้ เย็นชืดและว่างเปล่า เขาอยากจะตะโกนถามพฤกษ์ว่าเหตุการณ์คืนนั้นคืออะไรกันแน่ ใครคือคนคนนั้น? และทำไมพฤกษ์ถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น? แต่คำถามเหล่านั้นถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเขานึกถึงความเย็นเยียบของเงาที่เขามองเห็น
วันต่อมา รินตัดสินใจออกมาจากห้องเพื่อจะหาอะไรดื่มในห้องครัว แต่เขากลับพบพฤกษ์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ในมือถือรูปถ่ายใบเก่าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน พฤกษ์ดูซูบตอบลงไปถนัดตา ดวงตาที่เคยเป็นประกายกลับดูหม่นแสงลงราวกับคนกำลังแบกโลกทั้งใบไว้
รินเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่พฤกษ์กลับลุกขึ้นยืนกะทันหัน “ริน... เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“รินไม่มีอะไรจะพูดค่ะ” รินตอบเสียงเรียบ พยายามก้าวเดินให้เร็วขึ้น “รินแค่อยากอยู่อย่างสงบ... ในที่ของริน”
“สงบงั้นเหรอ?” พฤกษ์แค่นหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด “การที่รินขังตัวเองไว้แบบนี้ ไม่ใช่ความสงบหรอกนะ... แต่มันคือการฆ่าตัวเองให้ตายทั้งเป็นต่างหาก และพี่... พี่ทนดูไม่ได้”
รินหยุดเดิน แต่ไม่หันกลับไปมอง เขาได้ยินเสียงพฤกษ์ก้าวเข้ามาใกล้ ลมหายใจที่อุ่นร้อนรดรินอยู่ที่ต้นคอ แผ่นหลังของเขาสั่นสะท้านภายใต้การควบคุมของคนตัวสูงกว่า
“คืนนั้น... พี่ไม่ได้โกหก” พฤกษ์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า “มีบางอย่างในบ้านหลังนี้ที่พี่กำลังพยายามปกป้องรินอยู่ แต่มันเริ่มจะสายเกินไป... เพราะสิ่งที่พี่กลัวที่สุด ไม่ใช่คนข้างนอกนั่น...”
พฤกษ์เว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาแตะที่ข้อมือของรินแผ่วเบา “แต่มันคือเงาที่กำลังค่อยๆ เปลี่ยนรินไปทีละนิด... โดยที่แม้แต่ตัวรินเองก็ยังไม่รู้ตัว”
รินสะดุ้งสุดตัว พยายามดึงมือออกแต่พฤกษ์กลับกำไว้แน่น ทันใดนั้น ไฟในบ้านทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทปิดล้อมคนทั้งสองไว้ และในความเงียบงันที่น่าอึดอัดนั้น รินกลับได้ยินเสียงบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ...
เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่กำลังก้าวเดินอยู่บนพื้นไม้... แต่อยู่ภายในห้องที่ปิดตายห้องเดียวกันกับที่พวกเขายืนอยู่ และเสียงนั้น... ดูเหมือนจะมาจากทิศทางที่รินเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อครู่นี้เอง
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลึกลับและเปราะบางนี้ด้วยกันนะคะ
ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 16
ความเงียบที่น่าอึดอัด
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!