ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก•ตอนที่ 39

การเติบโตของริน

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าคุณยังกอดเศษไม้พวกนั้นไว้แน่นเหมือนเกราะป้องกันตัวแบบนี้ วันไหนที่พายุเข้าจริงๆ คุณนั่นแหละที่จะถูกมันบาดจนเลือดซิบเสียเอง” เสียงทุ้มต่ำของพฤกษ์ดังก้องอยู่ในเวิร์กช็อปเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไม้สนหอมจางๆ เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางที่ดูนิ่งสงบ ทว่าสายตาที่จ้องมองมากลับคมกริบราวกับจะทะลุไปถึงกำแพงหนาที่รินสร้างขึ้นเพื่อกั้นขวางโลกภายนอก รินหยุดมือที่กำลังขัดเงาไม้ชิ้นเล็กๆ ในมือ นิ้วเรียวบางสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว เขาก้มหน้ามองพื้นไม้ปาร์เกต์ที่เต็มไปด้วยเศษฝุ่นละอองละเอียด ไม่กล้าสบตาชายหนุ่มผู้เป็นดั่งร่มไม้ใหญ่ที่คอยปกป้องเขามาตลอดหลายเดือน “ผมไม่ได้ปกป้องตัวเองจากพายุหรอกครับ...” รินเอ่ยเสียงแผ่ว ความเงียบในห้องทำงานเข้าแทรกซึมราวกับจะกลืนกินความกล้าที่มีอยู่น้อยนิด “ผมแค่... กลัวว่าถ้าผมวางมันลง แล้วผมจะไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่” พฤกษ์ถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ระยะห่างที่เคยมีลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ เขายื่นมือหนาที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักมาวางลงบนไหล่บางของริน สัมผัสนั้นไม่ได้หนักแน่นจนน่าอึดอัด แต่กลับอบอุ่นและมั่นคงจนรินรู้สึกว่าไหล่ที่แบกโลกไว้คนเดียวมานานกำลังจะผ่อนคลายลง “ริน มองหน้าผมสิ” ร่างบางเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นแสงเพราะความระแวงบัดนี้ไหวระริกเหมือนผืนน้ำยามต้องลม รินเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาของพฤกษ์—มันเป็นเงาของคนที่ดูอ่อนแอ แต่น่าถนุถนอมในคราวเดียวกัน “จำวันที่เมฆลากคุณออกมาจากห้องแคบๆ นั่นได้ไหม? วันที่คุณบอกผมว่าโลกข้างนอกมันช่างน่ากลัว” พฤกษ์เว้นจังหวะ สายตาที่เคยมองผ่านๆ บัดนี้จดจ้องลึกซึ้ง “วันนี้คุณทำเครื่องเรือนชิ้นนี้เสร็จแล้ว มันงดงามและประณีตกว่าทุกชิ้นที่คุณเคยทำมา นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณมีฝีมือดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มันหมายความว่าคุณเริ่มวางความกังวลในอดีตลงได้บ้างแล้วต่างหาก” รินเม้มริมฝีปากแน่น ความอัดอั้นที่เก็บกดมานานคล้ายจะเอ่อล้นออกมาเป็นหยาดน้ำตา “แต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดีครับพฤกษ์ กลัวว่าถ้าผมเปิดใจให้คนอื่นเข้ามาในชีวิตเหมือนที่คุณทำ... สุดท้ายผมจะเจ็บปวดอีก” “การไม่ยอมให้ใครเข้ามา ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่เจ็บปวดหรอกริน มันแค่แปลว่าคุณกำลังอดตายอยู่บนกองสมบัติของความโดดเดี่ยว” พฤกษ์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน “คุณไม่ได้อยู่คนเดียวแล้วนะ มีผม... มีเมฆ... และมีผู้คนอีกมากมายที่รอจะชื่นชมความอ่อนโยนของคุณอยู่” รินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เคยเต้นจังหวะเชื่องช้าและระแวดระวังเริ่มเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่พฤกษ์ส่งผ่านไออุ่นจากฝ่ามือ เขาค่อยๆ วางไม้แกะสลักในมือลงบนโต๊ะ เสียงไม้กระทบพื้นไม้ดัง 'กึก' เบาๆ แต่มันกลับกังวาลในใจของรินราวกับเสียงระฆังแห่งการปลดปล่อย เขาไม่ใช่ตุ๊กตาไม้ที่ถูกกักขังในห้องจัดแสดงอีกต่อไป แต่เขากำลังเติบโต... เติบโตท่ามกลางไออุ่นของคนรักที่ยอมรับในทุกเศษเสี้ยวของตัวเขา แม้กระทั่งเศษเสี้ยวที่แตกสลายที่สุด “ผม... จะลองดูครับ” รินกระซิบ ลมหายใจอุ่นรดรินอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม “ผมจะลองเชื่อดูว่า... โลกข้างนอกห้องนี้ อาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ผมเคยวาดภาพไว้” พฤกษ์คลี่ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินพองโตจนล้นปรี่ เขาเอื้อมมือไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนแก้มนวลของรินอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังปกป้องดอกไม้ที่เพิ่งผลิบานหลังฤดูหนาวอันยาวนาน “งั้นเรามาเริ่มก้าวแรกกันไหม? เย็นนี้งานเทศกาลไม้แกะสลักที่สวนสาธารณะจะเริ่มแล้ว ผมอยากให้คุณพาผลงานชิ้นนี้ไปโชว์ให้โลกได้เห็นว่า... รินคนนี้ไม่ได้ปิดตายอยู่แค่ในห้องที่รักอีกต่อไป” รินพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ความกลัวที่เคยเป็นโซ่ตรวนค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะตอบตกลง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าเวิร์กช็อป ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและฉับพลัน 'ปัง! ปัง! ปัง!' “ริน! นายอยู่ในนั้นใช่ไหม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงของเมฆฟังดูร้อนรนและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่ผิดวิสัย รินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจขณะที่พฤกษ์ขยับตัวไปยืนบังเขาไว้โดยสัญชาตญาณทันที ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต เมฆยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี “เมฆ? เกิดอะไรขึ้น?” รินก้าวออกมาจากหลังของพฤกษ์ด้วยความตกใจ เมฆไม่ได้ตอบทันที เขาจ้องมองมารอบห้องด้วยสายตาหวาดระแวง ก่อนจะคว้าข้อมือรินไว้แน่น “นายต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้ ริน... คนจากอดีตของนาย... เขาเพิ่งก้าวเข้ามาในเมืองนี้เมื่อเช้านี้ และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่ร้านต้นไม้นี่!” รินตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ข้อมูลเหล่านั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด พฤกษ์บีบไหล่รินแน่นด้วยความห่วงใย ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของพฤกษ์ก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งมาเพียงประโยคเดียวว่า... 'ได้เวลาทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของฉันแล้ว' ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้หมอกไม้ไผ่เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ใต้เงาไม้ไผ่ในห้องที่รัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%