“หากท่านคิดจะเอาชีวิตข้าด้วยน้ำชาจอกนี้ ก็โปรดเปลี่ยนไปใช้ยาพิษที่ออกฤทธิ์เร็วขึ้นอีกสักนิดเถิดเจ้าค่ะ เพราะการรอคอยความตายที่ค่อยๆ กัดกินอวัยวะภายในเช่นนี้ มันช่างเสียเวลาทำมาหากินของข้าเหลือเกิน”
เสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ของหลินซูเหยาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทรงงานส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ นางวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมด้วยจังหวะที่มั่นคงไร้ซึ่งความสั่นไหว แม้เบื้องหน้าของนางคือขุนนางกังฉินผู้กุมชะตาชีวิตของขุนนางนับร้อยอย่างฉีจ้าวเหวิน
ฉีจ้าวเหวินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบดั่งงูพิษที่จ้องมองเหยื่อหรี่ลงเล็กน้อย “ราชบัณฑิตหลิน ท่านยังคงเป็นสตรีที่ปากกล้าเช่นเดิม แต่ท่านคงลืมไปว่าในวังหลวงแห่งนี้ กฎหมายไม่ได้เขียนด้วยตัวอักษร แต่มันถูกลิขิตด้วยปลายดาบ... และในเวลานี้ ดาบเหล่านั้นหาได้หันปลายมาทางข้าไม่”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำจากกระถางธูปทองเหลืองที่กระทบฝาครอบเบาๆ นี่คือช่วงเวลาที่วังหลวงกำลัง ‘สั่นสะเทือน’ อย่างเงียบเชียบ ทหารรักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งถูกเปลี่ยนตัวโดยมิได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ข้าราชบริพารที่ภักดีต่อตระกูลเดิมเริ่มหายไปจากตำแหน่งสำคัญอย่างน่าประหลาด นี่คือการรัฐประหารที่ไร้เสียงปืน แต่เสียงของอำนาจที่กำลังเปลี่ยนมือนั้นดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฉลาด
“ดาบที่คมเกินไป มักจะบาดมือผู้ใช้เสมอ ท่านฉี ท่านกุมอำนาจไว้ในมือจนแน่นเกินไป จนลืมดูไปว่าอากาศในห้องนี้เริ่มบางเบาลงทุกที” หลินซูเหยาเอ่ยพลางปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกจากแขนเสื้อ “อ๋องจวิ้นเฟยมิได้ไร้เดียงสาอย่างที่ท่านปรามาสไว้หรอกนะเจ้าคะ”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทเหล็กก็ดังแทรกผ่านความเงียบเข้ามาจากระเบียงทางเดินยาว ไม่ใช่ทหารเพียงไม่กี่นาย แต่เป็นเสียงของกองทัพที่เคลื่อนที่อย่างพร้อมเพรียง ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนเกือบจะหายใจไม่ออก
อ๋องจวิ้นเฟยปรากฏกายขึ้นที่หน้าประตูในชุดเกราะอ่อนสีนิล ใบหน้าของเขาราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งการแก้แค้นที่รอคอยมานานปี เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง ทว่ามือขวาของเขาถือม้วนเอกสารตราประทับสีชาดที่บรรดาขุนนางอาวุโสต่างจดจำได้ดี—มันคือราชโองการลับที่ถูกลืมไปนานปี
“ท่านอ๋อง...” ฉีจ้าวเหวินลุกขึ้นยืน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ แต่เขาก็ยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นไว้ได้ “เหตุใดท่านจึงกลับเข้าเมืองหลวงมาโดยไม่มีคำสั่งเบิกตัว การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการกบฏต่อราชสำนัก!”
จวิ้นเฟยเพียงแค่ขยับมุมปากเป็นรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุก “กบฏงั้นหรือ? คนที่แอบปลอมแปลงราชโองการเพื่อกำจัดผู้จงรักภักดีอย่างท่าน มีสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าสิ่งใดคือการกบฏ ฉีจ้าวเหวิน วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อคุยเรื่องกฎหมาย แต่ข้ามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมที่ถูกฝังไว้ใต้ดินมานานกว่าสิบปี”
หลินซูเหยาลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา แม้คนทั้งสองจะมีอุดมการณ์ในรายละเอียดที่ต่างกัน แต่ในหมากกระดานนี้ พวกเขาคือพันธมิตรที่อันตรายที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์เคยบันทึกไว้ นางหยิบป้ายอาญาจากแขนเสื้อขึ้นชู “นี่คือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ท่านทำหล่นไว้ในคืนที่ตระกูลหลินต้องล่มสลาย ลายมือของท่านที่สั่งการให้ปิดตายประตูเมือง... ยังมีรอยหมึกที่ชัดเจนจนแม้แต่ฮ่องเต้ก็มิอาจหลับหูหลับตาต่อไปได้”
ฉีจ้าวเหวินถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขากระตุกไหวเมื่อเห็นป้ายอาญานั้น สิ่งที่เขาคิดว่าทำลายไปหมดสิ้นแล้ว กลับยังคงหลงเหลืออยู่ท่ามกลางเถ้าถ่าน
จวิ้นเฟยสาวเท้าเข้าใกล้ฉีจ้าวเหวิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจ “ความตายของท่านมิใช่เป้าหมายสูงสุดของข้าหรอกนะ แต่มันคือการทำให้ท่านเห็นว่าสิ่งที่ท่านพยายามสร้างมาตลอดชีวิต... พังทลายลงด้วยมือของคนที่ท่านเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า”
ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังถึงจุดแตกหัก ประตูห้องโถงด้านหลังกลับเปิดออกกว้างโดยไม่คาดฝัน ร่างของฮ่องเต้ที่ควรจะประชวรหนักอยู่บนแท่นบรรทม กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่แข็งกร้าวและเต็มไปด้วยไอสังหาร
ในมือของฮ่องเต้ไม่ได้ถือราชโองการ หากแต่เป็นธนูที่เล็งตรงมายังอ๋องจวิ้นเฟย พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำเอาทุกคนต้องหยุดชะงัก
“ใครที่บังอาจวางแผนรัฐประหารในเขตพระราชฐาน... จงเตรียมตัวรับโทษทัณฑ์ให้สาสม!”
ทว่าในวินาทีที่ทุกคนคาดว่าการนองเลือดจะเกิดขึ้น ทหารรักษาพระองค์ที่อยู่ด้านหลังฮ่องเต้กลับชักดาบออกพร้อมกัน—ไม่ใช่เพื่อปกป้องฮ่องเต้ แต่เพื่อโอบล้อมพระองค์ไว้ในกรงขังที่มองไม่เห็น หลินซูเหยาสังเกตเห็นความผิดปกติที่มุมปากของฮ่องเต้ มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมา
“ท่านอ๋อง...” หลินซูเหยากระซิบเสียงแผ่วโดยไม่ละสายตาจากฮ่องเต้ “นั่นไม่ใช่ฝ่าบาท... คนผู้นี้คือตัวปลอมที่ฉีจ้าวเหวินเลี้ยงไว้เพื่อเป็นหมากตัวสุดท้าย!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในหมากเกมนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 31
จุดวิกฤตของราชสำนัก
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!