หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 20

ระยะห่างที่เพิ่มขึ้น

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
เสียงกงลอรถม้าเหล็กบดขยี้แผ่นศิลาลาดลานตำหนักดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเสียงคำรามเตือนภัยจากขุมนรก ขณะที่กลิ่นอายคุกรุ่นของดินปืนและสนิมเหล็กโชยมาแตะนาสิก ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่ถูกแผ่ขยายด้วยกองกำลังเกราะดำนับร้อยนายซึ่งเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมทุกตารางนิ้วของตำหนักอ๋องจวิ้นเฟยอย่างแนบเนียนและรวดเร็วเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นการ ‘มาเยือน’ ของผู้ตรวจการราชสำนัก หลินซูเหยายืนนิ่งสงอยู่เบื้องหลังม่านโปร่งสีนิลในห้องโถงใหญ่ ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อกว้างกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกริบดั่งกวางป่ามองผ่านช่องว่างของบานหน้าต่างไม้แกะสลักไปยังร่างสูงสง่าของฉีจ้าวเหวิน—บุรุษผู้สวมชุดขุนนางปักลายกิเลนสีทองอร่าม ผู้ซึ่งมือทั้งสองข้างเปื้อนเลือดเนื้อและคราบน้ำตาของตระกูลนางเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้เขากลับยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางอาณาเขตของอ๋องผู้กุมกำลังทหารนอกด่านด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก รอยยิ้มที่ประกาศชัดเจนว่าเขามิได้มาเพื่อตรวจค้น แต่มาเพื่อ ‘เด็ดหัว’ และ ‘ถอนรากถอนโคน’ "ท่านอ๋อง... พระองค์ยังทรงใจเย็นได้ลงพ่ะย่ะค่ะ ในเมื่อสุนัขรับใช้ของฮ่องเต้ผู้นั้นเหยียบย่างเข้ามาถึงห้องพระบรรทมแล้ว" เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างกระซิบด้วยความร้อนรน แต่เจ้าของตำหนักกลับยังคงรินสุราชั้นเลิศลงจอกหยกด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นราวกับสายน้ำในฤดูเหมันต์ อ๋องจวิ้นเฟยยกจอกสุราขึ้นจิบรสชาติฝาดเฝื่อนอย่างไม่รีบร้อน ดวงเนตรสีนิลคู่นั้นมิได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หากแต่มีความลึกล้ำดั่งเหวลึกที่ยากจะหยั่งถึง พระองค์ทรงปรายพระเนตรมายังมุมมืดที่หลินซูเหลายืนอยู่ ชั่วขณะนั้น... สายตาของคนทั้งคู่ปะทะกันในความเงียบงัน มีทั้งความระแวง สงสัย และแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ไม่อาจปฏิเสธ ทว่ามันกลับถูกคั่นกลางด้วยกำแพงแห่งความลับที่ต่างฝ่ายต่างฝ่ายต่างซ่อนเร้น "ให้พวกเขาเข้ามา" ซูเหยาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และทรงอำนาจพอที่จะทำให้องครักษ์รอบกายชะงักงัน นางก้าวออกมาจากเงื้อมเงาของเสาไม้จันทน์หอม เผยให้เห็นอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับเรือนผมดำขลับปักปิ่นหยกขาว "ในเมื่อเสนาบดีฉีอุตส่าห์นำหมายค้นมาด้วยตนเอง หากเราปฏิเสธ... มิเท่ากับเป็นการยอมรับข้อกล่าวหาที่เขายังมิได้ทันเอ่ยปากหรอกหรือเพคะ ท่านอ๋อง" จวิ้นเฟยแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา วางจอกสุราลงกระทบโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ง’ ชวนให้หัวใจกระตุก "เจ้าฉลาดเกินไปแล้วซูเหยา... บางครั้ง ความฉลาดของเจ้าก็ทำให้ข้าอยากจะควักหัวใจออกมาดูเหลือเกินว่าข้างในนั้น มีพื้นที่ให้ข้าอยู่บ้างหรือไม่ หรือมีแต่แผนการแก้แค้นที่เจ้าใช้คำนวณทุกย่างก้าวของข้ากันแน่" บทสนทนาแฝงนัยยะเฉียบคมถูกโยนใส่กันในยามวิกฤต เป็นอีกครั้งที่ทั้งคู่ยืนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความไว้วางใจที่บางเบายิ่งกว่าเส้นไหม สองวันก่อนหน้านี้ พวกเขาเพิ่งร่วมมือกันซ่อนบัญชีลับกองทัพชายแดน แต่ในยามนี้ เมื่อกองกำลังของฉีจ้าวเหวินบุกรุกเข้ามาอย่างเหมาะเจาะราวกับรู้พิกัด ความคิดระแวงสงสัยก็พวยพุ่งขึ้นในใจของอ๋องจวิ้นเฟย—*หรือนางจะเป็นคนส่งข่าวให้มัน?* ในขณะเดียวกัน หลินซูเหยาก็อ่านความระแวงในแววตาของเขาออก นางสะท้านในอกเล็กน้อยแต่ก็เก็บซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากความเยือกเย็น นางรู้ดีว่าในเกมกระดานการเมืองนี้ ไม่มีที่ให้แก่ความรักที่ไร้ซึ่งเหตุผล ทุกย่างก้าวคือความเป็นความตาย และระยะห่างระหว่างนางกับเขาในยามนี้... กลับกว้างขึ้นกว่าเดิมราวกับมีเหวลึกกั้นขวาง เมื่อความลับและผลประโยชน์เริ่มเข้ามากัดเซาะความสัมพันธ์ที่ยังไม่ทันได้ก่อร่างสร้างตัว "โคร姆!" ประตูไม้สักทองบานใหญ่ของห้องโถงถูกถีบเปิดออกด้วยพลังภายในอันกล้าแกร่ง แรงปะทะทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย ฉีจ้าวเหวินก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มหยันที่ฉาบอยู่บนใบหน้าอูบอิมน่ารังเกียจ ด้านหลังของเขามีทหารองครักษ์ถือดาบเปลือยกายวาววับตามเข้ามานับสิบชีวิต บรรยากาศภายในห้องกดดันจนแทบหยุดหายใจ "ถวายพระพรท่านอ๋อง... และคารวะท่านราชบัณฑิตหลิน" ฉีจ้าวเหวินประสานมือคารวะอย่างไม่เต็มใจนัก สายตาดั่งสุนัขป่าหิวกระหายกวาดมองไปทั่วห้องโถง "ดูท่าทางตำหนักของท่านอ๋องจะคึกคักเป็นพิเศษในยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าข้าจะมารบกวนเวลาอันเป็นสุขของพวกท่านเสียแล้วกระมัง" "เสนาบดีฉีช่างมีภาระหน้าที่ล้นมือจริงๆ ยามวิกาลเช่นนี้ยังต้องแบกสังขารมาเดินตรวจตรารอบตำหนักผู้อื่น เกรงว่าบ้านเมืองคงจะสงบสุขเกินไปจนท่านเหงาปากกระมัง" จวิ้นเฟยตรรัสตอบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พระองค์ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กดดันผู้มาเยือนด้วยรัศมีอำนาจแห่งราชนิกุลที่ผ่านสนามรบมาโชคโชน "แต่การที่เจ้าพากองกำลังบุกรุกเข้ามาในเคหสถานส่วน องค์โดยปราศจากราชโองการประทับตราหยก... เจ้าคงรู้โทษทัณฑ์ข้อหากบฏดีกระมัง?" ฉีจ้าวเหวินหัวเราะร่วนในลำคอ เสียงหัวเราะที่น่าขยะแขยงดังก้องไปทั่วผนังห้อง "พ่ะย่ะค่ะ... กระหม่อมทราบดี แต่หากสิ่งที่กระหม่อมกำลังตามหา คือ 'หลักฐานการสมคบคิดกับกบฏต่างแคว้น' ที่ซุกซ่อนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ล่ะพ่ะย่ะค่ะ? ราชโองการจากฝ่าบาท... ย่อมมีค่าต่ำไปถ้ารองรับความปลอดภัยของแผ่นดิน!" สิ้นคำพูดนั้น ฉีจ้าวเหวินก็โบกมือเป็นสัญญาณ ทหารกลุ่มหนึ่งพุ่งตรงไปที่ชั้นหนังสือด้านหลังทันที พวกมันรื้อค้น ขว้างปาม้วนตำราและเอกสารโบราณลงมากองกับพื้นอย่างไร้ความเคารพ หลินซูเหยาเห็นตำราหายากที่มารดาของนางสะสมไว้ถูกเหยียบย่ำ ดวงตาคู่สวยก็วาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว นางก้าวเท้าจะเข้าไปขัดขวาง แต่กลับถูกพระหัตถ์ของอ๋องจวิ้นเฟยคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน ซูเหยาหันไปมองเขาด้วยความไม่พอใจ ทว่าจวิ้นเฟยกลับส่ายหัวช้าๆ สายตาของพระองค์ส่งสัญญาณเตือนให้ ‘อดทน’ ทั้งที่ในใจของอ๋องหนุ่มเองก็กำลังเดือดดาลไม่แพ้กัน ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นจากความระแวงเมื่อครู่ราวกับถูกหลอมรวมชั่วคราวด้วยศัตรูตัวเดียวกัน ทว่ามันก็เป็นเพียงพันธมิตรชั่วคราวที่เปราะบางยิ่งนัก "เจอแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านเสนาบดี!" เสียงทหารนายหนึ่งร้องตะโกนดังลั่น พร้อมกับดึงหีบเหล็กใบเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้กระดานขึ้นมา มันเป็นหีบที่ถูกลงอาคมและประทับตราลัญจกรที่คุ้นตาเป็นอย่างดี ฉีจ้าวเหวินเดินเข้าไปรับหีบนั้นมาด้วยมืออันสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น เขายิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ ค่อยๆ เปิดฝาหีบออก เผยให้เห็นม้วนกระดาษแผนผังค่ายทหารและจดหมายลับที่ประทับตราประมุขแดนเถื่อนอย่างชัดเจน "นี่คือ...!" ฉีจ้าวเหวินเงยหน้าขึ้นหมายจะประกาศความผิดของอ๋องจวิ้นเฟยต่อหน้าทุกคน ทว่า... ทันทีที่เขากวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดแรกบนม้วนกระดาษ รอยยิ้มบนใบหน้ากลับแข็งค้าง ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดราวกับเห็นผี ม้วนกระดาษในมือของฉีจ้าวเหวินมิใช่แผนผังค่ายทหารของอ๋องจวิ้นเฟย... แต่มันคือหลักฐานบัญชีส่วยและการติดสินบนขุนนางทุจริต ซึ่งมีลายมือและตราประทับส่วนตัวของ ‘ฉีจ้าวเหวิน’ หราอยู่ทุกบรรทัด! "เป็นไปได้อย่างไร..." ฉีจ้าวเหวินพึมพำเสียงสั่น หน้าถอดสีจนซีดเผือดราวกับกระดาษ ในขณะที่หลินซูเหยาผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างเงียบเชียบ มุมปากของนางแย้มยิ้มเย็นเยียบ นางหันไปสบตากับอ๋องจวิ้นเฟยที่ยืนอยู่ข้างกาย—ในเสี้ยววินาทีนั้น ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า... หมากตานี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้เดินเกมที่แท้จริง — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกหนามาด้วยกันในตอนนี้นะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%