กลิ่นอับชื้นของตำราโบราณคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมจาง ๆ ของหมึกจีนชั้นดี แสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยไหววูบตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก หลินซูเหยากวาดสายตาคมกริบมองเอกสารราชลับที่เพิ่งถูกคัดลอกมาจากห้องทรงอักษรของฉีจ้าวเหวิน ตัวอักษรทุกบรรทัดล้วนบอกเล่าเรื่องราวความเน่าเฟะของราชสำนัก และที่สำคัญที่สุด... มันคือร่องรอยของ "ตราประทับหยกห้าวิหค" ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของอดีตอัครมหาเสนาบดีผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการลงนามคำสั่งประหารตระกูลของนางเมื่อสิบปีก่อน
"เจ้ากำลังคิดว่า หากลากตราประทับชิ้นนั้นออกมาจากเงาได้ ฉีจ้าวเหวินจะดิ้นไม่หลุดใช่หรือไม่"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นจากมุมห้องมืดสลัว อ๋องจวิ้นเฟยทรงก้าวพระบาทอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีนิลทิ้งตัวลงประทับบนเก้าอี้ไม้จันทน์ตรงข้ามกับนาง พระเนตรคมปลาบดEกมองใบหน้าเรียบเฉยของราชบัณฑิตหญิงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งชื่นชม ห่วงใย และระแวงระวังในคราเดียวกัน
ซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ปลายนิ้วเรียวขาวราวหยกสลักยังคงไล้ไปตามรอยหมึกบนกระดาษสาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง "ตราประทับหยกห้าวิหคไม่ได้หายสาบสูญไปพร้อมกับกองเพลิงในวันนั้นเพคะท่านอ๋อง... มันยังอยู่ และผู้ที่เก็บรักษามันไว้ ย่อมไม่ใช่คนนอก แต่เป็นคนที่ฉีจ้าวเหวินไว้วางใจที่สุด"
คำตอบของนางเฉียบคมดั่งคมกระบี่ที่ซ่อนฝัก จวิ้นเฟยทรงแย้มสรุปพระโอษฐ์น้อย ๆ รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงพระเนตรแต่อย่างใด ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นที่อ่านไม่ออก
"เช่นนั้น เจ้าก็รู้แล้วว่าเหยื่อล่อชิ้นนี้... ใครจะเป็นผู้โยนลงไปในน้ำ" จวิ้นเฟยตรัสถามพลางโน้มพระวรกายเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นจันทร์หอมจาง ๆ จากฉลองพระองค์โชยปะทะนาสิกของซูเหยา ทำให้บรรยากาศในห้องแคบ ๆ นี้ยิ่งบีบคั้นหัวใจคนยิ่งนัก
ซูเหยาชะงักมือที่กำลังพลิกกระดาษ นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบราวนกอินทรีคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้จนลมหายใจแทบจะประสานกัน ทว่าไม่มีความเสน่หาใดเจือปน มีเพียงการปะทะกันทางความคิดของสองวิญญาณที่ต่างแบกรับความแค้นไว้เต็มบ่า
"หม่อมฉันเป็นผู้เดินหมากตานี้ ย่อมต้องเป็นผู้รับผลลัพธ์ทั้งหมดด้วยตนเองเพคะ" ซูเหยากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา "แต่หม่อมฉันเชื่อว่า... ท่านอ๋องเองก็คงไม่ยอมปล่อยให้โอกาสที่จะได้ขุดรากถอนโคนสุนัขรับใช้ตัวนั้นหลุดมือไปหรอกกระมัง"
จวิ้นเฟยทรงหัวร่อในลำพระoศ Le เป็นเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟังแต่น่าขนพองสยองเกล้าในเวลาเดียวกัน พระหัตถ์หนายื่นออกไปช้า ๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงบนคางเรียวของซูเหยาอย่างถือวิสาสะ บังคับให้นางเงยขึ้นรับการจ้องมองที่ลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง
"ซูเหยา... เจ้าฉลาดเกินไป" จวิ้นเฟยตรรัสกระซิบแผ่วเบาข้างริมพระoศo "คนฉลาดเช่นเจ้านี่แหละ ที่มักจะอายุสั้น... หรือไม่ก็ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต้องใจสั่นจนควบคุมตัวเองไม่ได้"
ดวงตาคู่สวยของราชบัณฑิตหญิงไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที นางมิได้ปัดป้องพระหัตถ์นั้น แต่มุมปากกลับแย้มยิ้มเย้ยหยัน "ถ้าเช่นนั้น ท่านอ๋องก็ควรระวังพระองค์ให้ดีเพคะ... เพราะบางที คนที่ถือหมากตาสุดท้าย อาจไม่ใช่หม่อมฉัน หรือแม้แต่พระองค์... แต่อาจเป็นยมบาลที่มารอรับวิญญาณของพวกเราทั้งคู่"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกไม่ได้ดังมาจากภายนอก หากแต่ก้องกังวานอยู่ในอกของคนทั้งสอง ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างมิตรและศัตรู ความไว้วางใจที่เคลือบยาพิษ และความปรารถนาลึกซึ้งที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากยอมรับ ล้วนถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันในห้วงเวลานี้
ทว่า... ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะได้ดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของยามวิกาลก็ดังแว่วมาจากนอกระเบียง เสียงฝีเท้าที่เบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่กลับหนักแน่นพอที่จะทำให้คนทั้งคู่ดีดตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกันในพริบตา
จวิ้นเฟยทรงขยับพระองค์บังร่างบางของซูเหยาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ พระหัตถ์ขวาตวัดกุมด้ามกระบี่ข้างพระวรกายอย่างรวดเร็ว พระเนตรคมกริบกวาดมองไปยังเงาดำที่ทาบทับอยู่บนประตูบานกระดาษ
เงาร่างนั้นหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีวัตถุบางอย่างถูกโยนทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามาตกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ตุบ*!
ซูเหยาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะด้วยความระแวดระวัง นางก้มลงมองวัตถุปริศนาชิ้นนั้น และในวินาทีที่แสงจากตะเกียงสาดส่องกระทบเข้ากับโลหะสีเขียวมรกตที่สลักลวดลายวิหคห้าตัวอันคุ้นตา... ลมหายใจของนางก็พลันขาดห้วงไปทันที
นั่นคือ... ตราประทับหยกห้าวิหคที่ตามหามาตลอดสิบปี!
ทว่าสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของราชบัณฑิตหญิงเย็นเฉียบถึงกระดูก ไม่ใช่ตัวตราประทับ หากแต่เป็นคราบเลือดสด ๆ ที่ยังคงเปรอะเปื้อนอยู่บนเนื้อหยก... พร้อมกับกระดาษแผ่นเล็กที่แนบมาด้วย ซึ่งเขียนด้วยลายมืออันคุ้นตาของคนผู้หนึ่งที่ควรจะตายไปแล้ว!
*ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ*
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 21
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!