หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 26

แผนที่ล้มเหลว

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องโถงลับใต้ดินไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งเด่นชัดขึ้นทุกครั้งที่ลมหายใจสะดุดติดขัด หลินซูเหยากำกฤชในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ดวงตาคู่งคมกวาดมองร่างที่ไร้ลมหายใจของรองแม่ทัพเฟิง ผู้ซึ่งเคยยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ในทีมสืบสวนคลังเสบียงหลวงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน บัดนี้กลับนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ลำคอมีรอยกระบี่เฉือนลึกจนน่ากลัว และที่สำคัญที่สุด... ตราหยกดอกเหมยประจำตำแหน่งที่ควรจะอยู่กับเขา ได้หายสาบสูญไปแล้ว *“น่าเสียดายนะเสด็จพี่… ตราหยกดอกนั้น อยู่ในมือของน้องเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”* ประโยคเย้ยหยันของอ๋องจวิ้นเฟยยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับมีคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมที่ยังไม่ทันตกสะเก็ด นางหลับตาลงช้าๆ เพื่อกลืนความเจ็บปวดและตื่นตระหนกที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก ในฐานะราชบัณฑิตหญิงผู้ควบคุมสติด้วยเหตุผลมาตลอดชีวิต ซูเหยารู้ดีว่าความโกรธคือความฟุ่มเฟือยที่นางไม่มีสิทธิครอบครองในยามนี้ ทีมสืบสวนที่สร้างขึ้นมาเพื่อกระชากหน้ากากฉีจ้าวเหวินกำลังระส่ำระสาย ความไว้วางใจที่เปราะบางดั่งแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบในฤดูใบไม้ผลิ ได้แตกสลายลงแล้วภายใต้การทรยศหักหลังและความตาย เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังแว่วมาจากอุโมงค์เบื้องบนทำให้ซูเหยาต้องลืมตาโพรง นางขยับตัวไปหลบหลังเสาหินศิลาแวบหนึ่ง พร้อมกับที่ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทของอ๋องจวิ้นเฟยปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้า แสงคบเพลิงวับแวมสะท้อนดวงตาคมกราบที่ฉายแววเยียบเย็นและซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก เขากวาดสายตาสำรวจความเสียหายภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของรองแม่ทัพเฟิง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา แต่ไม่มีร่องรอยของความยินดีอย่างแท้จริงในนั้น "เจ้ามาช้าไปก้าวเดียว... หรือว่าจงใจปล่อยให้เขาตายกันแน่, ท่านอ๋อง" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งหลุดจากริมฝีปากของซูเหยา นางก้าวออกมาจากเงาดำ ชายชุดคลุมยาวลากพื้นปะปนกับหยดเลือดสีเข้มโดยไม่สะดุ้งสะเทือน ปลายกระบี่ในมือชี้ตรงไปยังร่างของบุรุษผู้มีศักดิ์เป็นถึงอนุชาของฮ่องเต้ แม้สถานะจะต่างกันราวฟ้ากับดิน ทว่าในหมากกระดานนี้ ทั้งนางและเขากลับเป็นผู้เล่นที่ต่างจ้องจะเชือดคออีกฝ่ายเพื่อชัยชนะ จวิ้นเฟยไม่สะท้านต่อปลายกระบี่ที่จ่ออยู่ตรงหน้า เขาก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กผสมผสานกันในอากาศ ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก "เจ้าคิดว่าฝีมือใครกันล่ะ, ใต้เท้าหลิน" จวิ้นเฟยเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคู่นั้นก้มลงมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะโง่เขลาพอที่จะสังหารพยานปากเอกด้วยมือตัวเอง ในเมื่อตราหยกนั่น... ข้ายังไม่ได้เป็นคนเอามา" ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาพิรุธ "คำแก้ตัวของคนที่กำชัยชนะมักจะฟังดูน่าฟังเสมอพ่ะย่ะค่ะ... อ๋องจวิ้นเฟย พระองค์เล่นละครตบตาได้แนบเนียนยิ่งนัก ใช้รองแม่ทัพเฟิงเป็นสะพานเพื่อเข้าถึงบัญชีลับ แล้วจึงฆ่าปิดปากเพื่อโยนความผิดให้ฝ่ายขุนนางกังฉิน พระองค์กับฉีจ้าวเหวิน... แท้จริงแล้วร่วมมือกันอยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่" ประโยคกล่าวหาที่เฉียบคมราวกับลูกธนูพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของอีกฝ่าย ทว่าจวิ้นเฟยกลับไม่โกรธเกรี้ยว เขากลับยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือหนาออกไปหมายจะปัดปลายกระบี่ที่จ่อคอหอยออกเบาๆ ทว่าซูเหยาไม่ยอมถอย นางกลับเพิ่มแรงกดที่ด้ามกระบี่จนผิวเนื้อของเขาขึ้นรอยแดงจางๆ "ระวังปากหน่อย, ซูเหยา" จวิ้นเฟยกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแฝงไปด้วยความกดดันที่ทำเอาลมหายใจของนางสะดุด "หากข้าต้องการฆ่าเจ้าหรือทำลายทีมสืบสวนนี้ ป่านนี้พวกเจ้าคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ฝัง แต่ที่ข้ายืนอยู่ตรงนี้... ก็เพื่อจะบอกเจ้าว่า แผนการที่เราวางไว้พังทลายลงหมดแล้ว เพราะมีหนอนพาสปอร์ตฝังอยู่ลึกกว่าที่เจ้าคาดคิด" "หมายความว่าอย่างไร..." ซูเหยาขมวดคิ้วมุ่น ความระแวงในใจระลอกใหม่ตีตื้นขึ้นมา "หมายความว่า... รองแม่ทัพเฟิงไม่ได้ตายเพราะคมกระบี่ของมือสังหารสำนักพยัคฆ์เมฆา" จวิ้นเฟยผละตัวออกช้าๆ สายตาคมกริบมองเลยผ่านร่างไร้ลมหายใจไปที่โต๊ะทำงานไม้ไผ่ "แต่เขาตายเพราะพิษ 'สลายวิญญาณ' ของหน่วยเงาในวังหลวง... ซึ่งขึ้นตรงต่อองค์รัชทายักษ์ ไม่ใช่ฉีจ้าวเหวิน และแน่นอนว่า... ไม่ใช่ข้า" ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจในยามวิกาล ร่างบางของราชบัณฑิตหญิงเซถอยหลังไปครึ่งก้าว ความจริงที่ถูกเปิดเผยพลิกสถานการณ์ทั้งหมดจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทีมสืบสวนไม่ได้ถูกทำลายโดยขุนนางกังฉินภายนอกอย่างที่นางวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นเกมการเมืองสายเลือดที่ชิงไหวชิงพริบกันในราชสำนักชั้นในต่างหาก! ก่อนที่ซูเหยาจะได้ประมวลผลความจริงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องลงมาจากบันไดหินเบื้องบน เสียงเกราะกระทบกันดังเกรียวกราว พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ "ใต้เท้าหลิน! อ๋องจวิ้นเฟย! พวกท่านล้อมไว้หมดแล้ว! สั่งการให้จับกุมตัวข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการตายของรองแม่ทัพเฟิง!" ซูเหยาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองทางขึ้นด้วยความตกใจ แผนการทั้งหมดถูกจัดฉากไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อโยนความผิดฐานฆาตกรรมและกบฏมาให้พวกนางทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน ในวินาทีแห่งความเป็นความตายที่ทางหนีถูกปิดตายทุกด้าน จวิ้นเฟยไม่รอช้า เขารวบเอวบางของซูเหยาเข้าหาตัวด้วยความเร็วปานสายฟ้า มือหนากระชากม่านผ้าไหมผืนใหญ่ลงมาบังร่างทั้งสองไว้ในมุมมืดของเสาหิน กลิ่นกายบุรุษและลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้ชิดทำให้หัวใจของนางเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ทว่าก่อนที่นางจะทันได้ต่อว่า สายตาของซูเหยาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากสาบเสื้อของรองแม่ทัพเฟิงที่นอนอยู่ใกล้เท้า มันคือแผ่นพับแผนที่ลับที่ทำจากหนังปลาฉลาม... ลายมือตวัดหวัดที่คุ้นเคยคุ้นตาอย่างยิ่งปรากฏอยู่มุมล่างขวาของแผนที่ เป็นลายมือของ "ใต้เท้าจ้าว" อธิบดีกรมอาญาทมิฬ ผู้ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นกลางมาตลอดการสืบสวน! และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ปลายนิ้วของจวิ้นเฟยเอื้อมมาแตะริมฝีปากของนางเพื่อห้ามเสียงอุทาน พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าชิดริมฝีปากที่สั่นคลอนความรู้สึกของนางจนแทบสิ้นสติ "เงียบไว้... คนของเราที่ส่งข่าวมาบอกว่า 'หนอนกระดาน' ตัวจริง ไม่ได้มีแค่คนเดียวหรอกนะ... และคนที่กำลังเดินลงบันไดมาตอนนี้ ก็คือคนที่ถือตราหยกดอกที่สามอยู่" หมอกเหมยปลายฤดู ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในหมากเกมนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%