หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 27

ความจริงที่เจ็บปวด

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหอมเย็นของหมึกจีนชั้นดีที่เพิ่งฝนเสร็จคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของเอกสารลับในหอจดหมายเหตุหลวง แสงเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก หลินซูเหยากวาดสายตาคมกริบอ่านตัวอักษรบนฎีกาเก่าคร่ำคร่าแผ่นสุดท้าย ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองเหลืองสลักลายหงส์หยุดชะงักลง เมื่อร่องรอยของหมึกและการลงลายมือชื่อเริ่มเผยพิรุธบางอย่างที่นางมองข้ามมาตลอดหลายปี ทุกอย่างถูกโยโยงเข้าหากันอย่างแยบยลราวกับใยแมงมุม... เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบเชียบดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูกลอนไม้จะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ทมิฬก้าวเข้ามา อ๋องจวิ้นเฟยปรายตามองกองเอกสารรอบตัวนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่มักใช้เวลาที่เขากำลังเผชิญหน้ากับศัตรู "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ราชบัณฑิตหลินยังขยันขันแข็งถึงเพียงนี้ เกรงกลัวว่าใต้เท้าฉีจะตื่นมาพบว่าหลักฐานทั้งหมดหายไปก่อนจะทันได้จัดฉากหรืออย่างไรคะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยันเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้จันทน์ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงใจ ซูเหยาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน นางยังคงจ้องมองกระดาษแผ่นเดิมราวกับมันคือภาพวาดที่น่าค้นหาที่สุดในใต้หล้า "หม่อมฉันเพิ่งเข้าใจในคืนนี้นี่เองเพคะ ว่าเหตุใดตลอดสิบปีที่ผ่านมา ทุกคดีที่ท่านอ๋องพยายามขุดคุ้ยเพื่อล้างมลทินให้เสด็จแม่ จึงมักจะพบทางตันอยู่เสมอ" จวิ้นเฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายเลือนหายไปแทนที่ด้วยความนิ่งงันที่กดดัน บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นลงทันตาเห็น "เจ้าพบอะไร" "พบว่า... เราต่างก็เป็นหมากในมือของคนคนเดียวกันมาโดยตลอด" ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพเปลวเทียนที่กำลังจะมอดดับ นางไม่ได้หวาดกลัวอำนาจที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้าแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม น้ำเสียงของนางราบเรียบจนน่าขนลุก "ท่านคิดว่าฉีจ้าวเหวินคือสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่บงการทุกอย่างในราชสำนัก หม่อมฉันเองก็เคยปักใจเชื่อเช่นนั้น... จนกระทั่งได้เห็นลายมือสะบัดในบันทึกการเบิกจ่ายคลังหลวงฉบับนี้" นางเลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าเขา ลายเส้นที่ปรากฏไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับขุนนางกังฉินผู้ทะเยอทะยานอย่างฉีจ้าวเหวินเลยแม้แต่น้อย มันคือสัญลักษณ์ลับประจำตัว... สัญลักษณ์ที่ถูกฝังกลบไปพร้อมกับเหตุการณ์กบฏเมื่อสิบห้าปีก่อน จวิ้นเฟยชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาควบคุมความรู้สึกได้อย่างรวดเร็ว ทว่ามันก็ช้าเกินกว่าที่นักจิตวิทยาอย่างซูเหยาจะสังเกตไม่เห็น "เจ้ากำลังสงสัยใคร" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย "คนที่เราไว้ใจที่สุด... คนที่ยืนอยู่เบื้องหลังบัตรสนเท่ห์และคราบน้ำตาแห่งความยุติธรรมเพคะ" ซูเหยาลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวเข้าไปใกล้ ขยับเข้าหาช่องว่างระหว่างความลับและคำลวงที่ถักทอมาเนิ่นนาน "องค์ชายสาม... หรือแม้กระทั่ง... ฝ่าบาทเองก็ทรงรู้เห็นเป็นใจใช่หรือไม่เพคะ?" ก่อนที่จวิ้นเฟยจะทันได้ตอบคำถามที่สั่นคลอนรากฐานอำนาจทั้งหมด เสียงปรบมือเบาๆ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของชั้นหนังสือที่อับทึบที่สุดในห้อง *แปะ... แปะ... แปะ...* "นับว่าข้าประเมินราชบัณฑิตหลินต่ำไปจริงๆ ช่างเป็นสตรีที่ฉลาดปราดเปรื่องเสียจนน่ากลัว..." ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวพ้นเงาสลัวออกมา ชายเสื้อคลุมปักลายมังกรห้าเล็บสะท้อนแสงเทียนวาววับ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักใช้แย้มสร้อยต่อหน้าขุนนางและราษฎรเสมอ... ทว่าแววตากลับว่างเปล่าและไร้ซึ่งความปรานีสิ้นเชิง จวิ้นเฟยผุดลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องเตือนภัย ร่างกายตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที ขณะที่ซูเหยาสูดหายใจเข้าลึก3 ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนสมเพชตัวเอง เมื่อเงาร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือตัวการแท้จริงที่ไม่มีใครในใต้หล้ากล้าแม้แต่จะเอ่ยนามถึง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในหมากเกมนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%