กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและคราบหมึกสีชาในห้องลับใต้ดินตระกูลฉีไม่ได้ให้ความรู้สึกเก่าแก่ ทว่ามันส่งกลิ่นคาวคลุ้งของโลหิตที่ถูกกาลเวลากลบฝังอย่างจอมปลอม
หลินซูเหยากวาดสายตาคมกริบมองกองเอกสารสลับกับป้ายวิญญาณที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า เทียนไขเล่มใหญ่บนโต๊ะศิลาส่งเสียงปะทุเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าอึดอัด ปลายเล็บเรียวของนางจิกเข้ากับชายแขนเสื้อจนเนื้อผ้าเนื้อดีแทบขาดวิ่น นางไม่เคยคิดเลยว่า... ความจริงที่นางเพียรตามหามาตลอดครึ่งค่อนชีวิต เพื่อล้างมลทินให้ตระกูลที่ต้องโทษประหารอย่างไร้ความยุติธรรม จะถูกซ่อนไว้ภายใต้เงาความดีความชอบของบุรุษผู้หนึ่ง—บุรุษที่นางเคยคิดว่าเป็นเพียงสุนัขรับใช้ผู้มักใหญ่ใฝ่สูงธรรมดาอย่างฉีจ้าวเหวิน
"เจ้าค้นพบมันเร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้... ซูเหยา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ม่านผ้าไหมสีดำถูกปัดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของอ๋องจวิ้นเฟย ในอาภรณ์สีนิลสนิทกลมกลืนกับบรรยากาศ ดวงตาคมกราบของเขาไม่ได้ทอประกายเยาะหยันอย่างทุกครา มีเพียงความว่างเปล่าที่ลุ่มลึกและร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ยากจะปิดมิด
ซูเหยาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง นางยังคงจ้องมองม้วนฎีกาลับที่จารึกด้วยลายมือคุ้นตา ลายมือของบิดานาง... และลายมือของฮ่องเต้พระองค์ก่อน
"หม่อมฉันโง่เขลาเองเพคะ ที่หลงคิดว่าหกระดานนี้มีเพียงการชิงอำนาจระหว่างราชสำนักกับกองทัพชายแดน" นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท เย็นเยียบจนน่าใจหาย "ที่แท้... หมากทุกตัวบนกระดานนี้ ถูกวางไว้เพื่อล้างบางขุนนางตระกูลหลิน เพื่อปกปิดความเน่าเฟะของราชตระกูลแต่แรกต่างหาก"
จวิ้นเฟยสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่นมั่นคงทว่าเชื่องช้า ราวกับกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างเพียงคืบทำให้กลิ่นอายบุรุษเจือกลิ่นสนธยาโชยปะทะนาสิก
"ความจริงมักน่ารังเกียจเช่นนี้เสมอ ซูเหยา" เขากล่าวเสียงพร่าทุ้ม แฝงความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย่อหยิ่ง "มารดาของข้า... ก็ตายเพราะล่วงรู้ความลับนี้เช่นกัน เจ้าคิดว่าข้าเข้าหาฉีจ้าวเหวิน ทำตัวเหลวไหลไร้แก่นสารในสายตาคนนอก เพื่อสิ่งใดเล่า?"
ซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นที่หางตาแต่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความถือดี นางหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด แฝงด้วยความร้าวราญที่ยากจะหาคำใดมาบรรยาย
"เช่นนั้นท่านก็ใช้ข้า เป็นหมากตัวหนึ่งในการล่อให้ฉีจ้าวเหวินตายใจสินะ!" นางตวาดเสียงลอดไรฟัน ร่างระหงสั่นเทิ้วด้วยความโกรธเกรี้ยว "ท่านรู้มาตลอดว่าตระกูลหลินตายเพราะเหตุใด แต่ท่านกลับปล่อยให้หม่อมฉันวิ่งวุ่นอยู่ในวังวนแห่งความแค้น งมงายหาหลักฐานราวกับคนโง่ เพื่อให้ท่านบรรลุเป้าหมายในการแก้แค้นให้มารดาของท่านเองอย่างนั้นหรือ!"
จวิ้นเฟยขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะควับจับไหลราบของนาง แต่ซูเหยาเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ใยดี ความเย็นชาในแววตาของนางเฉียบคมยิ่งกว่ากระบี่ในฝัก
"ถ้าข้าบอกว่าข้าทำเพื่อปกป้องเจ้าเล่า... เจ้าจะเชื่อข้าสักคราหรือไม่" เขากล่าว น้ำเสียงเจือความสั่นไหวเล็กน้อยที่หาได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้กุมอำนาจทหารนับแสน "การดึงเจ้าเข้ามาพัวพันกับวังวนนี้ ไม่ใช่เพราะข้าต้องการใช้ประโยชน์จากสติปัญญาของเจ้า... แต่เพราะข้าทนเห็นเจ้าเดินไปสู่ความตายด้วยมือของฉีจ้าวเหวินไม่ได้ต่างหาก! หากเจ้าสืบเรื่องนี้ด้วยตัวคนเดียว ป่านนี้หัวของเจ้าคงหลุดจากบ่าไปนานแล้ว!"
"หม่อมฉันมิได้ขอให้ท่านมาปกป้อง!" ซูเหยาตะคอกกลับ ดวงตาแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ นางสูญเสียทุกอย่าง ครอบครัว ศักดิ์ศรี และความเชื่อมั่นในความยุติธรรม บัดนี้กระทั่งหัวใจที่นางพยายามปิดตาย กลับถูกสั่นคลอนด้วยความจริงที่ว่า บุรุษผู้ยืนอยู่ตรงหน้านี้คือผู้ที่กุมชะตากรรมของนางไว้ในกำมือ "ชีวิตของตระกูลหลินมีค่าดั่งผงธุลีในสายตาท่านหรือไร ท่านถึงได้เอาความแค้นของหม่อมฉันมาเดิมพันในเกมอำนาจของท่าน!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องลับชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดที่ตกตะกอนอยู่ในความมืด จวิ้นเฟยหลับตาลงช้าๆ ยอมรับความจริงที่ว่า กำแพงที่เขาก่อขึ้นเพื่อป้องกันหัวใจ กลับกลายเป็นกรงขังที่ทำร้ายสตรีผู้เป็นที่รักยิ่งในคราเดียวกัน
"เกมนี้ยังไม่จบหรอก ซูเหยา" เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตากลับมาเด็ดเดี่ยวและอำมหิตดั่งพญาอินทรีล่าเหยื่อ "ในเมื่อความจริงปรากฏแล้ว เราก็เหลือเพียงทางเลือกเดียว... คือลากคอฮ่องเต้และฉีจ้าวเหวินลงจากบัลลังก์เลือดนี้พร้อมกัน"
ซูเหยาชะงักงัน นางมองลึกลงไปในดวงตาของอ๋องจวิ้นเฟย เห็นเงาสะท้อนของตนเองที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นในใจ นางกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความโกรธแค้นที่มีต่อเขา กับเป้าหมายสูงสุดที่นางมีร่วมกัน
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้กล่าววาจาใดออกไป เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบสงบภายนอกห้องลับก็ดังขึ้น!
*กริ๊ก...*
เสียงกลไกศิลาลับเคลื่อนตัวดังมาจากผนังด้านทิศเหนือ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบที่กำลังมุ่งตรงมายังทางเข้าห้องลับนี้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นของฉีจ้าวเหวินที่ดังแทรกผ่านความมืดเข้ามา
"ฮ่าๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งเสียจริง พญาหงส์กับพยัคฆ์หนุ่มมาพบกันพร้อมหน้าเช่นนี้ ข้าผู้น้อยคงต้องขอแสดงความยินดีที่พวกท่าน... ขุดหลุมฝังศพให้ตนเองได้สมบูรณ์แบบเสียที!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในหมากเกมนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
"หมอกเหมยปลายฤดู"
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 28
รอยแผลเป็นในใจ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!