กลิ่นอายชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่าความอบอุ่นของมันกลับมิอาจละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมอยู่ทั่วห้องโถงรับรองของจวนเสนาบดีฉีได้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ, ใต้เท้าหลิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่อ 1 ทับด้วยความคุกคามอันเยียบเย็น ฉีจ้าวเหวินมิได้เงยหน้าขึ้นมองสตรีที่นั่งอยู่เบื้องข้าม เขายังคงใช้ปลายนิ้วเล็บทองคำเขี่ยกระเบื้องหยกสีนิลบนกระดานหมาก ลวดลายการเดินหมากตานี้ดุดันราวกับกำลังบีบคอศัตรูให้ขาดใจตายไปทีละน้อย
หลินซูเหยายังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างพอดิบพอดี ไม่สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างของขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างเชื่องช้า เสียงกระทบเบาหวิวดังขึ้น ทว่ากลับทรงพลังราวกับเสียงกลองศึกที่เปิดฉากปะทะ
"ไฟย่อมร้อนแรงเป็นธรรมดาค่ะ, เสนาบดีฉี... แต่หากผู้ควบคุมเพลิงรู้จักใช้ลมปราณนำทาง ไฟกองนั้นย่อมไม่ย้อนกลับมาเผาผลาญตัวผู้ควบคุมหรอกกระมังคะ" ดวงตาคู่คมกริบของราชบัณฑิตหญิงสบประสานกับดวงตาเรียวรีที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งเล่ห์กลของอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวาดกลัว
ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนแทบจะคว้าจับต้องได้ ฝ่ายตรงข้ามรู้ตัวแล้ว... นี่คือสิ่งที่ซูเหยาประเมินไว้ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่จวนหลังนี้ การที่บัญชีลับการยักยอกเสบียงคลังทัพชายแดนถูกเคลื่อนย้ายอย่างผิดปกติ ย่อมแปลว่าสุนัขจนตรอกเริ่มแยกเขี้ยวเตรียมกัดไม่เลือกหน้าแล้ว
ฉีจ้าวเหวินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบฉายแววเหี้ยมเกรียมขึ้นวูบหนึ่ง เขาย่อมรู้ดีว่าสตรีผู้นี้มิใช่บัณฑิตหน้าโง่ที่ไต่เต้าด้วยการท่องจำตำรา หลินซูเหยาคือหนามยอกอกที่ลึกเกินกว่าจะดึงออกโดยปราศจากเลือดเนื้อ
"เจ้าคิดว่าหลักฐานในมือเจ้าจะโค่นข้าได้ลงคออย่างนั้นหรือ?" ฉีจ้าวเหวินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดดันด้วยบารมีและอำนาจที่สั่งสมมาเนิ่นนาน "ในราชสำนักนี้ ความจริงไม่ได้วัดกันที่ตัวอักษรบนกระดาษ, ใต้เท้าหลิน... แต่มันวัดกันที่ว่า ใครคือผู้ที่มีอำนาจในการประกาศว่าสิ่งใดคือความจริงต่างหาก"
หัวใจของซูเหยาเต้นระรัวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ภาพความล่มสลายของตระกูลหลินเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว น้ำตาของมารดา เสียงร่ำไห้ของน้องชาย และกองเพลิงที่เผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า ล้วนเกิดจากความ "บิดเบือนความจริง" ของคนสารเลวเบื้องหน้านี้นี่เอง
แต่นางเป็นใครกัน? หลินซูเหยาผู้ผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บและความอยุติธรรมมานับครั้งไม่ถ้วน นางเรียนรู้ที่จะซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ภายใต้รอยยิ้มอันอ่อนหวาน
"ท่านเสนาบดีกล่าวได้ถูกต้องยิ่งค่ะ..." ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่กรีดลึกถึงกระดูก "อำนาจอาจจะกำหนดความจริงได้ชั่วคราว... แต่ประวัติศาสตร์ที่จารึกด้วยคราบน้ำตาและเลือดเนื้อของราษฎรเล่าคะ? ท่านคิดว่าอำนาจของท่านจะยิ่งใหญ่จนกลบฝังเสียงกรีดร้องของผู้บริสุทธิ์ได้ตลอดไปเชียวหรือ?"
บรรยากาศภายในห้องพลันเย็นเยียบลงไปอีกขั้น ฉีจ้าวเหวินหรี่ตาลงอย่างพิจารณา รังสีฆ่าฟันแผ่ออกมาจากตัวเขาอย่างไม่ปิดบัง สตรีผู้นี้อันตรายเกินกว่าจะเก็บไว้เป็นเสี้ยนหนามบนเส้นทางอำนาจอีกต่อไปแล้ว
"ปากกล้ามนัก... น่าเสียดายที่คนฉลาดเช่นเจ้า มักจะมีอายุขัยสั้นเสมือนดอกไม้ริมผา" ฉีจ้าวเหวินเอ่ยเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยกมือขึ้นเป็นสัญญาณลับบางอย่าง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด ประตูห้องโถงรับรองก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต!
ร่างสูงโปรสง่างามในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรเงินย่างกรายเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและทรงพลัง กลิ่นอายอันเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวของบุรุษผู้เพิ่งมาใหม่ ทำให้ฉีจ้าวเหวินถึงกับชะงัก สีหน้าของขุนนางใหญ่เปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาที่เปื้อนรอยยิ้มเย้ยหยันคู่นั้น
"ท่านอ๋องจวิ้นเฟย! พระองค์... เสด็จมาที่นี่ได้อย่างไร" ฉีจ้าวเหวินรีบผุดลุกขึ้นประสานมือคำนับด้วยความตกใจ
อ๋องจวิ้นเฟยมิได้ชายตาแลเจ้าของจวนแม้แต่น้อย สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองตรงไปยังร่างของหลินซูเหยาที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของซูเหยาสั่นไหววูบอย่างไม่รู้ตัว
"เปิ่นหวางมารับ 'พระชายา' ของเปิ่นหวางกลับจวน... เหตุใดหรือ ใต้เท้าฉีถึงดูตกใจนัก?" อ๋องจวิ้นเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนบีบให้ทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ
ซูเหยาเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นางไม่คาดคิดว่าเขาจะยื่นมือเข้ามาพัวพันในเกมกระดานตานี้อย่างเปิดเผย และยิ่งไม่คาดคิดว่าคำว่า 'พระชายา' จะถูกกล่าวออกมาจากริมฝีปากขององค์อ๋องผู้เย่อหยิ่งผู้นี้ ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยคำใดแก้ต่าง สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาจากชายเสื้อของอ๋องจวิ้นเฟยขณะที่เขาย่างก้าวเข้ามาใกล้
มันเป็นตราประทับลับของกองทัพพิทักษ์ชายแดน... ตราประทับเดียวกับที่สูญหายไปจากคลังหลวงเมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดที่จะใช้มัดตัวฉีจ้าวเหวินในข้อหากบฏ!
ลมหายใจของซูเหยาขาดห้วงไปชั่วขณะ เมื่อตระหนักได้ทันทีว่า... เกมกระดานอำนาจตานี้ มิได้มีเพียงแค่นางกับฉีจ้าวเหวินผู้เดียวเสียแล้ว แต่อ๋องจวิ้นเฟยกำลังชักใยทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง เพื่อใช้ตัวนางเป็นเหยื่อล่อให้ฉีจ้าวเหวินเปิดเผยไต๋ออกมาทั้งหมด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 16
เกมกระดานอำนาจ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!