หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 17

กลศึกหลอกล่อศัตรู

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
น้ำชาในจอกกระเบื้องเคลือบสีหยกขาวเริ่มเย็นชืดลงแล้ว เช่นเดียวกับบรรยากาศในห้องหนังสือลับของจวนอ๋องที่ถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด หลินซูเหยานั่งหลังตรงอย่างสง่างาม สายตาคมกราบกวาดมองแผนผังเส้นทางการขนส่งเสบียงทหารที่ถูกกางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์ ปลายนิ้วเรียวที่สวมปลอกเล็บทองคำขาวเคาะเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังคำนวณหมากตานandyสำคัญบนกระดานที่นางกับเขา--อ๋องจวิ้นเฟย กำลังร่วมกันเดินเพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด "เจ้ามั่นใจหรือว่าข่าวลือเรื่องคลังเสบียงลับที่ชายแดนบูรพารั่วไหลไปถึงหูของฉีจ้าวเหวินแล้ว?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงสง่าของอ๋องจวิ้นเฟยเอนกายพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ท่าทีเสเพลและเกียจคร้านเมื่อยามออกหน้าผู้คน แท้จริงแล้วเขากลับซ่อนความเฉียบคมไว้ราวกับคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก หลินซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน "ท่านอ๋องทรงทราบดีกว่าผู้ใด ว่าสุนัขย่อมไม่ยอมปล่อยเนื้อชิ้นโตที่อยู่ตรงหน้า หากขุนนางเฒ่าผู้นั้นต้องการใช้ข้ออ้างเรื่องเสบียงขาดแคลนเพื่อโค่นอำนาจกองทัพของท่าน เขาย่อมต้องรีบส่งคนไปตรวจสอบและทำลายหลักฐานที่คลังสินค้าหมายเลขสามด้วยตนเอง... หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ต้องส่งมือดีไปจัดการขโมยบัญชีลับนั่น" "แต่การทำเช่นนั้น เท่ากับเขาเดินเข้ามาในเขตอำนาจของเรา" จวิ้นเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายความเยียบเย็น "เหยื่อคาบเหยื่อเข้าถ้ำเสือ ช่างเป็นความโลภที่น่าสมเพชเสียจริง" "ความโลภและความกระหายอำนาจไม่เคยปรานีผู้ใดเพคะ" ซูเหยาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น นางยังคงจดจำภาพเหตุการณ์วันที่ตระกูลหลินต้องพังทลายลงด้วยเงื้อมมือของขุนนางกังฉินผู้นั้นได้ ความแค้นที่สุมอกไม่เคยจางหาย แต่นางเรียนรู้ที่จะใช้มันเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนสมอง แทนที่จะใช้อารมณ์เข้าแลก การซ้อนแผนในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อทวงความยุติธรรมให้ตระกูลหลิน แต่เป็นการลากคอฉีจ้าวเหวินออกมาจากเบื้องหลังอำนาจที่คอยปกป้องเขา แผนการขั้นแรกคือการปล่อยข่าวลวงว่านางได้ครอบครองบัญชีรายชื่อขุนนางทุจริตและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มกบฏ ซึ่งซ่อนไว้ ณ หอตำราเก่าแก่ท้ายจวนอ๋อง และเพื่อให้แน่ใจว่าฉีจ้าวเหวินจะหลomกลวงนี้อย่างสนิทใจ นางถึงกับยอมใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ ด้วยการเดินทางไปที่นั่นตามลำพังในยามวิกาล เมื่อยามราตรีมาเยือน ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ หอตำราเก่าแก่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางเงาไม้ใหญ่ที่ไหวเอนตามแรงลม หลินซูเหยาก้าวเท้าเข้าไปด้านในด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบาและมั่นคง แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาภายใน ทอดเงาร่างระหงให้ดูโดดเดี่ยว ทว่าแววตาของนางกลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางยืนหยุดนิ่งอยู่หน้าชั้นหนังสือโบราณ มือเรียวดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกตามรหัสกลไก เสียงกลไกเฟืองเหล็กขยับตัวแผ่วเบาก่อนที่ผนังไม้ด้านหลังจะเปิดออกเผยให้เห็นกล่องไม้ลงรักปิดทองที่บรรจุเอกสารปลอมเอาไว้ *กริ๊ก...* เสียงฝีเท้าเบาหวิวราบบางสิ่งเหยียบลงบนเศษใบไม้แห้งด้านนอกหน้าต่างดังขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหายวับไปในความเงียบ หลินซูเหยาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นตัวแต่นางยังคงควบคุมสีหน้าให้สงบนิ่ง นางรู้ดีว่าเวลานี้... 'แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ' มาถึงแล้ว เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านหน้าต่างเข้ามาด้วยความเร็วสูง ประหนึ่งภูตพรายในยามวิกาล ปลายกระบี่เปล่งประกายความเย็นเยียบพุ่งตรงมายังจุดสำคัญที่แผ่นหลังของนางอย่างไร้ความปรานี นางไม่หันกลับไปมอง ทว่าใช้สัญชาตญาณและการฝึกฝนหลบหลีกอย่างเฉียบ คมกระบี่เฉียดผ่านชายผ้าคลุมของนางไปเพียงไม่กี่ชิ้น หลินซูเหยาอาศัยจังหวะนั้นหมุนตัวใช้สันหนังสือหนาฟาดเข้าที่ข้อมือของผู้บุกรุกอย่างแม่นยำจนอาวุธเกือบหลุดมือ "ฝีมือไม่เลว... สมกับที่เป็นบัณฑิตหญิงผู้กุมความลับของแผ่นดิน" เสียงแหบต่ำลอดออกมาจากผ้าคลุมหน้าสีดำของผู้บุกรุก ดวงตาที่มองลอดออกมาจากผ้าคลุมนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารและความเหี้ยมเกรียม ซูเหยาสดัปฟังเสียงนั้นแล้วหัวใจกระตุกวูบ น้ำเสียงนี้... นางจดจำมันได้ไม่มีวันลืม เสียงของเงาหัวหน้ามือสังหารประจำตัวฉีจ้าวเหวิน "ฉีจ้าวเหวินคงร้อนใจมากสินะ ถึงได้ส่งมือสังหารระดับนี้มาด้วยตัวเอง" นางเอ่ยพางถอยหลังไปสองก้าว รักษาทิ้งระยะห่างอย่างระมัดระวัง มือสังหารหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว เจ้าคิดหรือว่าแผนการตื้นๆ แค่นี้จะหลอกใต้рдตได้? บัญชีนั่นส่งมาเสียดีๆ มิฉะนั้น ศพของเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว!" สิ้นเสียง เงาดำก็พุ่งเข้าใส่นางด้วยกระบวนท่าที่ดุดันและรวดเร็วยิ่งขึ้น หลินซูเหยาแม้จะมีความรู้เรื่องพิชัยสงครามและการเอาตัวรอด แต่วิชาตัวเบาและฝีมือเชิงดาบย่อมเทียบชั้นกับมือสังหารมืออาชีพไม่ได้ นางพลาดท่าสะดุดเข้ากับขาโต๊ะจนเซถอยหลัง คมกระบี่จ่อเข้าที่ลำคอระหงในระยะประชิด ความเย็นเยียบของคมเหล็กแนบสนิทกับผิวเนื้อจนรู้สึกเจ็บแปลบ มุมปากของมือสังหารยกยิ้มเหี้ยมเกรียม "จบสิ้นเท่านี้แหละ..." *แคว่ก! เคร้ง!* ทว่า ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น เสียงสะท้อนของโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบ ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศปักเข้าที่ไหล่ของมือสังหารอย่างแม่นยำ จนมันต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและถอยร่นไปหลายก้าว หลินซูเหยาผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก นางเงยหน้าขึ้นมองไปยังขื่อหลังคาของหอตำรา ร่างสูงโปรดของอ๋องจวิ้นเฟยทิ้งตัวลงมายืนเบื้องหน้านางอย่างสง่างาม ดาบในมือยังคงมีหยดเลือดหยดลงสู่พื้นช้าๆ แววตาของเขาในยามนี้ดุดันและน่ากลัวยิ่งกว่ายามปกติเสียอีก ราวกับพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพผู้ใดก็ตามที่กล้าแตะต้องของสำคัญของตน "บังอาจนัก... กล้าดีอย่างไรมารังควานคนของเปิ่นหวังในเขตจวนของเปิ่นหวังเอง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเยียบเย็น ทว่าก่อนที่จวิ้นเฟยจะก้าวเข้าไปปลิดชีพอีกฝ่าย มือสังหารกลับแค่นหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว ก่อนจะใช้มืออีกข้างควักเม็ดยาพิษสีดำเข้าปากและกลืนลงไปทันที ร่างของมือสังหารชักกระตุก ดวงเบิกโพลง เลือดสีดำไหลทะลักออกจากมุมปาก และล้มลงสิ้นใจตายคาที่ในพริบตาเพื่อตัดตอนความลับ หลินซูเหยาขมวดคิ้วแน่น รีบก้าวเข้าไปตรวจสอบศพทันที นางใช้ปลายนิ้วเขี่ยผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าของมือสังหารที่จำกัดความจริงได้ชัดเจน แต่นางกลับสะดุดตากับบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รอยสักรูปงูพิษที่ต้นคอของเขา รอยสักนั้น... ไม่ใช่ตราสัญลักษณ์ของจวนขุนนางฉีจ้าวเหวินโดยตรง ซูเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับอ๋องจวิ้นเฟย สีหน้าของทั้งคู่เคร่งเครียดลงในทันที "ไม่ใช่คนของฉีจ้าวเหวิน..." หลินซูเหยาเอ่ยเสียงแผ่ว ความตระหนักรู้บางอย่างวิ่งวาบเข้ามาในหัว จวิ้นเฟยย่อตัวลง ใช้ปลายดาบเขี่ยรอยสักนั้นให้ชัดเจนขึ้น ดวงตาคมกريบหรี่แคบลงด้วยความครุ่นคิดลึกซึ้ง "หมากตานี้... มีคนอื่นชักใยอยู่เบื้องหลังฉีจ้าวเหวินอีกที" ในขณะที่ทั้งสองกำลังตกตะลึงกับหลักฐานใหม่ที่พลิกผันสถานการณ์ทั้งหมด เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอกจวน พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบท้องฟ้า ร่างขององครักษ์ประจำจวนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าคำนับด้วยความตื่นตระหนก "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองกำลังทหารราชองครักษ์หลวงนำโดยราชครูหลี่ บุกเข้ามาล้อมจวนของเราไว้แล้ว อ้างว่าได้รับฎีกาลับว่ามีกบฏซ่อนตัวอยู่ภายใน!" หลินซูเหยาหันขวับกลับมามองกล่องไม้ในมือ และศพของมือสังหารบนพื้น แผนซ้อนแผน... ที่แท้พวกมันไม่ได้ต้องการแค่บัญชีลับ แต่ต้องการหักหลังและโยนความผิดฐานสะสมกำลังพลเป็นกบฏให้แก่อ๋องจวิ้นเฟยในคืนนี้ต่างหาก! หมอกเหมยปลายฤดู ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%