เสียงตบโต๊ะคดีดังสะท้านก้องท้องพระโรงใหญ่ แรงสะเทือนนั้นทำเอาพู่กันหางหมาป่าบนโต๊ะทรงอักษรถึงกับสั่นสะท้าน หลินซูเหยายังคงยืนตัวตรงเป็นสง่า อาภรณ์สีครามเข้มปักลายเมฆาขับเน้นให้ผิวพรรณกระจ่างใส ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี นางไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษฎีกาที่ปลิวว่อนลงแทบเท้า ชัยชนะไม่ได้สร้างความยินดีให้หัวใจที่ด้านชา มีเพียงความแค้นที่ถูกจุดประกายให้โชติช่วงขึ้นอีกคราเมื่อเบื้องหน้าคือกut หมาป่าในคราบขุนนางใหญ่
ฉีจ้าวเหวินแค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาของขุนนางผู้เรืองอำนาจหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว เขากวาดสายตามองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งชิงชังระคนหวาดหวั่นไม่น้อย "หลินซูเหยา... เจ้าคิดว่าการนำหลักฐานปลอมเหล่านี้มาเบื้องพระพักตร์ จะทำให้ตระกูลฉีของข้าล่มสลายได้กระนั้นหรือ? อำนาจในราชสำนักนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าอยู่ภายใต้เงื้อมมือผู้ใด"
"ใต้เท้าฉีเจ้าคะ" ซูเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่กลับก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง "ท่านลืมไปแล้วกระมั้งว่า ความจริงก็คือความจริง ต่อให้ท่านใช้ อำนาจ เงินตรา หรือแม้แต่เลือดเนื้อของผู้บริสุทธิ์มากลบฝังมันสักเพียงใด แผ่นดินนี้ก็ยังมีกฎหมาย และสวรรค์ก็ยังมีตา"
บรรยากาศในท้องพระโรงพลันเย็นยะเยือก อ๋องจวิ้นเฟยที่ประทับอยู่บนเก้าอี้รับ1รองฝั่ง1ซ้ายแย้มพระ oฐรยิ้มบางเบา แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาคอยจับจ้องทุกอณูความเคลื่อนไหว พระองค์หมุนจอกสุชาในพระHาอย่างใจเย็น ระหว่างรอเวลาให้เกมกระดานนี้บีบ1คั้นให้ฉีจ้าวเหวินจนตรอก
"ปากกล้าพาทีนัก!" ฉีจ้าวเหวินตวาดลั่น ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้จุดตาย "หากเจ้าไม่มีหลักฐานที่แท้จริงในคดีการยักยอกเสบียงคลังทหารเมื่อสิบปีก่อน เจ้าก็เป็นเพียงแค่นางสารzนที่พยายามล้างแค้นส่วนตัว!"
ซูเหยาไม่สะทกสะท้าน นางสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ร่างท้วมของอีกฝ่ายทีละน้อย ทุกย่างก้าวแฝงไว้ด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทำให้อากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง นางโน้มตัวกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "หลักฐานส่วนตัวหรือเจ้าคะ? แล้วบัญชีลับที่ท่านซ่อนไว้ในเรือนพักผ่อนแถบชานเมือง... รวมถึงตราประทับของกรมคลังที่หายไปล่ะใต้เท้าฉี มันยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ที่เดิม หรือว่าท่านเผาทำลายมันไปตั้งแต่ยามสามแล้วกันแน่?"
สีหน้าของฉีจ้าวเหวินเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในเสี้ยววินาที ร่างอ้วนท้วมสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขาไม่คาดคิดว่าสตรีผู้นี้จะสืบสาวราวเรื่องลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ความลับที่กุมคอหอยของเขาไว้ตลอดทศวรรษบัดนี้กลับถูกเปิดเผยออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอันใด!" ฉีจ้าวเหวินเสียงสั่นพร่า ร้อนรนจนเก็บอาการไม่อยู่
"ข้าพูดเหลวไหลหรือความจริง ท่านรู้ดีแก่ใจที่สุด" ซูเหยาผละถอยหลังออกมา เชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจในฐานะบัณฑิตผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม "คดีฉ้อราษฎร์บังหลวง ทุจริตเงินแผ่นดิน และสังหารขุนนางผู้ซื่อสัตย์เมื่ออดีต บัดนี้ถึงเวลาที่หนี้เลือดต้องชำระด้วยเลือดแล้วเจ้าค่ะ"
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะพลิกผันไปในทางที่เป็นคุณต่อฝ่ายความยุติธรรม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายก็ดังขึ้นกะทันหันจากด้านนอกท้องพระโรง ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของกองกำลังรักษาพระองค์ชุดเกราะดำสนิท ที่ก้าวเข้ามาล้อมรอบท้องพระโรงไว้ทั้งหมดโดยไม่มีใครคาดคิด
รอยยิ้มบนพระพักตร์ของอ๋องจวิ้นเฟยหายวับไปในพริบตา ทรงลุกขึ้นประทับยืนเต็มความสูง ขณะที่หลินซูเหยาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืด
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด แผ่นป้ายคำสั่งลับสลักลายพยัคฆ์ทมิฬก็ถูกชูขึ้นท่ามกลางกลุ่มทหารที่เพิ่งมาใหม่ พร้อมกับเสียงกังวานเยียบเย็นของบุคคลผู้ไม่ควรจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ดังขึ้น...
"พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... ระงับการไต่สวนคดีฉีจ้าวเหวินในทันที!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 34
แรงแค้นที่ถูกชำระ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!