กาน้ำชาเคลือบกระเบื้องลายครามใบงาม ร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาจนแตกละเอียด เศษกระเบื้องและน้ำชาร้อนกรุ่นกระจายเต็มปลายรองเท้าปักลายเมฆของหลินซูเหยา ทว่านางมิได้แม้แต่จะกะพริบตาหรือขยับกายถอยหนี ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบน้ำชาสีอำพันที่ไหลนองบนพื้น ก่อนจะเงยขึ้นสบกับดวงตาเรียวรีที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยของราชครูฉีจ้าวเหวิน
"ดูท่ามือของข้าจะชราภาพเสียแล้ว จึงถือสิ่งใดก็มักจะหลุดมืออยู่เรื่อย" ฉีจ้าวเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าแฝงความกดดันอันทรงพลัง เขานั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดงในห้องทำงานส่วนตัว เอกสารราชการนับร้อยฉบับถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ทว่าในเวลานี้ เอกสารสำคัญที่หลินซูเหยาเพิ่งใช้เวลาสามวันสามคืนในการตรวจสอบ กลับถูกกวาดทิ้งลงถังเพลิงด้านข้างจนมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านต่อหน้าต่อตา
ซูเหยาลดสายตาลงมองกองเถ้าถ่านสีดำสนิทนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับขุนนางกังฉินผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากของนาง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน หากแต่เยียบเย็นเสียยิ่งกว่าลมหนาวปลายฤดู
"ใต้เท้าฉีมือไม่อ่อนแรงเช่นนี้มานานแล้วกระมังคะ" สุ้มเสียงของหลินซูเหยาเรียบเรื่อย ทว่าก้องกังวานในความเงียบงันของห้องหนังสือ "เอกสารคลังหลวงงวดนี้ หาใช่กระดาษไร้ค่าที่ท่านจะเผาทิ้งตามอำเภอใจไม่... แต่เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าเบื้องหลังค่ายทหารชายแดน มีเม็ดเงินนับล้านตำลึงที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย หรือว่าใต้เท้ากำลังร้อนรนจนเกรงว่า เปลวเพลิงพวกนั้นจะเผาผลาญเส้นทางหนีของท่านเองด้วย"
ฉีจ้าวเหวินหรี่ตาลง รอยเหี่ยวย่นรอบหางตาขยับไหวเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างท้วมของขุนนางเฒ่าผู้นี้ "หลินซูเหยา เจ้าช่างบังอาจนัก! เจ้าเป็นเพียงราชบัณฑิตหญิงขั้นห้า มีสิทธิอันใดมากล่าวหาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เช่นข้า เอกสารพวกนั้นเป็นเพียงบัญชีที่คำนวณผิดพลาด ข้าเพียงแต่สั่งให้ทำลายเพื่อมิให้เกิดความตื่นตระหนกในท้องพระโรง... เจ้าต่างหากที่ล้ำเส้นเกินไปแล้ว"
"ล้ำเส้น หรือว่าข้ากำลังเหยียบลงบนหางเสือของท่านกันแน่คะ" นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว กลิ่นอายความกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งปะทะกันอย่างเงียบเชียบ "การที่ท่านรีบร้อนทำลายหลักฐานในยามวิกาลเช่นนี้ มิเท่ากับเป็นการยอมรับโต้งๆ หรอกหรือคะว่า... ท่านมีส่วนพัวพันกับการทุจริตเสบียงคลัง และคดีฆาตกรรมล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อน!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องราวกับถูกแช่แข็ง ฉีจ้าวเหวินไม่แม้แต่จะแสดงอาการตกใจให้เห็น มีเพียงรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้ายับย่น
"สิบปี... นานถึงเพียงนี้ เจ้าก็ยังไม่เลิกราสินะ เด็กน้อยตระกูลหลิน" ฉีจ้าวเหวินโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าราวกับเสียงของงูพิษที่กำลังแผดเผา "ตระกูลหลินของเจ้าดื้อรั้นจนต้องพบจุดจบเช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงยังไม่เจียมตัวเล่า? การสืบสวนคดีนี้จะไม่มีวันไปถึงไหนหรอก เพราะต่อให้เจ้าจะพลิกแผ่นดินหาหลักฐานมากแค่ไหน ข้าก็สามารถทำให้มันมลายหาย Sไปได้ในชั่วพริบตา... เช่นเดียวกับที่ข้าทำให้บิดามารดาของเจ้ากลายเป็นกบฏอย่างไรล่ะ"
มือเรียวภายใต้แขนเสื้อกว้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นมานานนับปีปะทุขึ้นในอก ทว่าซูเหยาหาได้สูญเสียการควบคุม นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาราวกับจะเยาะเย้ยความลำพองใจของอีกฝ่าย
"ท่านมั่นใจนักหรือคะ ว่าสิ่งที่ท่านทำลายไปเมื่อครู่คือ 'ต้นฉบับ' จริงๆ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของฉีจ้าวเหวินแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่ฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิด
"ท่านราชครูฉี ท่านอยู่กับอำนาจมานานจนหลงลืมไปเสียแล้วกระมังคะว่า คนที่ฉลาดเป็นกรดเช่นท่าน ย่อมมีคนอื่นที่ฉลาดไม่แพ้กันคอยดักรออยู่เสมอ" ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจของอีกฝ่าย "บัญชีที่แท้จริงถูกส่งถึงมือผู้ที่สมควรได้รับมันตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว... และต่อให้ท่านจะพลิกเมืองหลวงคว่ำลง ท่านก็ไม่มีทางตามไปแย่งชิงมันคืนมาได้ทันหรอกค่ะ"
"เจ้า!" ฉีจ้าวเหวินตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังเด็กสารเลว! เจ้ากล้าใช้แผนซ้อนแผนกับข้าอย่างนั้นหรือ!"
"ข้าเพียงแต่เรียนรู้ที่จะเดินหมากให้รอบคอบขึ้น... เพื่อมิให้ต้องเดินซ้ำรอยความผิดพลาดในอดีต" ซูเหยาประสานสายตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว "หกระดานนี้ ท่านเป็นฝ่ายเดินหมากพลาดเสียแล้วล่ะค่ะ ใต้เท้าฉี"
นางหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องหนังสือ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสกับบานประตูไม้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วกว่าสิบคู่ก็ดังขึ้นล้อมรอบเรือนรับรองแห่งนี้เอาไว้เสียก่อน ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือขององครักษ์เกราะทองนับสิบคนที่ชักดาบออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีกันน่ากลัว
ฉีจ้าวเหวินหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น ความตื่นตระหนกเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่ารังเกียจ
"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินออกไปจากจวนของข้าได้จริงๆ หรือ หลินซูเหยา? ต่อให้เจ้าจะมีสำเนาบัญชีบ้าบออะไรนั่นอยู่ในมือ แต่วันนี้... เจ้าไม่มีทางเดินออกไปจากที่นี่ทั้งลมหายใจหรอก" ฉีจ้าวเหวินสะบัดแขนเสื้ออย่างเย่อหยิ่ง "จับตัวนางไว้! ข้อหาบุกรุกจวนขุนนางและใส่ร้ายป้ายสีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ โทษสถานเดียวคือประหารชีวิต!"
องครักษ์เหล่านั้นพุ่งเข้ามาหมายจะรวบตัวนาง ทว่าในวินาทีที่คมดาบกำลังจะจ่อเข้าที่ลำคอระหง เสียงทุ้มนุ่มลึกอันคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดนอกระเบียง คั่นกลางระหว่างความเป็นความตายอย่างเฉียดฉิว
"ช้าก่อน... ดูท่าทางใต้เท้าฉีจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่างกระมัง การจะปลิดชีพลมหายใจของราชบัณฑิตหญิงแห่งราชสำนัก ท่านได้ทูลขอพระราชานุญาตจากฝ่าบาทแล้วหรือยัง?"
ร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมสีดำปักลายเมฆาเงินก้าวเดินออกมาจากเงาไม้ แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ อ๋องจวิ้นเฟย... บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทักษิณ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับป้ายคำสั่งทองคำในมือที่ส่องประกายเรืองรองบาดตา
ซูเหยาชะงักไปเล็กน้อย นางเหลือบมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล ทว่าความอบอุ่นแปลกประหลาดกลับไหลWนเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
ฉีจ้าวเหวินหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นป้ายคำสั่งในมือของท่านอ๋อง เขารีบประสานมือคำนับด้วยความหวาดหวั่น "ถ...ท่านอ๋อง เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมา..."
จวิ้นเฟยปรายตามองฉีจ้าวเหวินเพียงนิดเดียวก่อนจะเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างซูเหยา สายตาคมกริบกวาดมองกองเถ้าถ่านบนพื้นก่อนจะหันมาสบตากับหญิงสาวข้างกาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปากหยักลึก
"ข้าก็แค่ผ่านมาแถวนี้... และบังเอิญได้ยินสุนัขเห่าหอนเสียงดังเกินไป จึงแวะเข้ามาดูว่ามีแมวป่าตัวไหนกำลังจะรังแกคนของข้าก็เท่านั้นเอง" จวิ้นเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยเย้ยหยันไว้อย่างชัดเจน ก่อนที่เขาจะหันไปประสานสายตากับราชครูฉี "ว่าอย่างไรเล่าใต้เท้าฉี... หลักฐานชิ้นสำคัญที่ท่านเพิ่งเผาทำลายไปเมื่อครู่ เกรงว่า... จะเป็นสำเนาปลอมที่ข้าเพิ่งให้คนเอาไปสับเปลี่ยนไว้เมื่อยามสามกระมัง?"
ดวงตาของฉีจ้าวเหวินเบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า เมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้นในสมอง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 8
กับดักที่วางไว้
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!