โลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นไม้สนเก่าครึ่งหนึ่งเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของคนทั้งคู่ หลินซูเหยาไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องเล็ดลอดออกมาสักแอะ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนซีดเผือด มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อคลุมปักลายเมฆาของบุรุษที่โอบประคองนางไว้แน่นจนข้อนิ้วปูดโปน
ความหนาบีบคั้นของบรรยากาศในเรือนพักร้างกลางป่าไผ่ทึบ ทำให้กลิ่นอายความตายใกล้เข้ามาทุกที
"หากท่านยังเอาแต่มองข้าด้วยสายตาสมเพชเช่นนี้ เกรงว่าข้าคงต้องตายด้วยพิษในกายก่อนที่จะได้เห็นหัวของฉีจ้าวเหวินหลุดจากบ่าเสียก่อนค่ะ" ซูเหยาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเย้ยหยันแม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มกรอบหน้า
อ๋องจวิ้นเฟยมิได้ถือสาคำวาจาแดกดันนั้น นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองรอยแผลถูกพิษธนูอาบยาที่หัวไหล่ของหญิงสาวอย่างพินิจพิจารณา สัญชาตญาณของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนบอกเขาว่า หากชักช้ากว่านี้อีกเพียงก้านธูปเดียว พิษร้ายจะแล่นเข้าสู่หัวใจ นางไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้แน่
ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้ ไร้ซึ่งองครักษ์ ไร้ซึ่งกองกำลังคุ้มกัน มีเพียงอดีตราชบัณฑิตหญิงผู้เย็นชากับท่านอ๋องผู้ถูกตราหน้าว่าเสเพล ทั้งคู่ต่างถูกต้อนให้จนมุมด้วยฝีมือของสุนัขรับใช้แห่งตระกูลฉี บาดแผลและคราบเลือดจึงกลายเป็นเครื่องพันธนาการเดียวที่บีบให้สองวิญญาณผู้มีอุดมการณ์ขัดแย้งต้องมาพึ่งพาอาศัยกันในเรือนไม้ทรุดโทรมหลังนี้
"หุบปากแล้วอย่าดิ้นรนจะดีกว่าแม่นางหลิน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสอำนาจเด็ดขาด มือหนาฉีกสาบเสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของนางออกอย่างไม่ลังเลเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีดำคล้ำน่ากลัวของพิษ
ซูเหยาชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายสะท้านเยือกมิใช่เพราะความหนาวเหน็บ หากแต่เป็นสัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นจัดของบุรุษตรงหน้าที่แตะลงบนผิวเนื้อใกล้จุดตาย นางหลบสายตา เลี่ยงความรู้สึกวับไหวประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว "หม่อมฉัน... มิใช่สตรีในหอคอยที่จะต้องมาให้บุรุษแตะเนื้อต้องตัวตามอำเภอใจเพค่ะท่านอ๋อง"
"ถ้าไม่อยากตายมารยาพวกนั้นก็เก็บไว้ใช้ตอนที่เจ้าแก้แค้นสำเร็จเถอะ" จวิ้นเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตาหาได้มีความขบขันไม่ เขาดึงกริชเงินสลักลายประจำตัวออกมา ลนไฟจากเปลวเทียนเล่มน้อยที่เหลืออยู่เพียงครึ่งเล่ม "ข้าจะผ่าเอาเนื้อร้ายที่โดนพิษออกให้ อาการเจ็บปวดเจียนตายนี้เจ้าคงต้องอดทนเอาเอง"
สิ้นคำพูดนั้น เขาก็กดคมมีดลงบนบาดแผลทันทีโดยไม่รอให้นางทันได้ตั้งตัว
"อึก..."
เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เกร็งกระตุก สองมือของหลินซูเหยาจิกเข้าที่ต้นแขนของจวิ้นเฟยแน่นเพื่อระบายความเจ็บปวด แรงบีบนั้นมากพอจะทำให้เนื้อหนังเขียวช้ำ ทว่าบุรุษหนุ่มกลับนิ่งเฉย ราวกับความเจ็บปวดของนางถูกถ่ายเทมายังความรู้สึกนึกคิดของเขาผ่านทางสัมผัสนั้นด้วย ดวงตาคมเข้มจับจ้องการกระทำของตนเองอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้พลาดพลั้งโดนเส้นประสาทสำคัญ
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องแคบๆ แสงไฟวับแวมสาดส่องเงาร่างทั้งสองทาบทับกันบนผนังไม้เก่าครึ้ม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจเต้นระส่ำเป็นฉากหลัง ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างนี้สั่นคลอนเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายทีละน้อย
เมื่อพิษสีดำถูกขับออกจนหมด จวิ้นเฟยรีบโรยผงยาสมานแผลและใช้แถบผ้าสะอาดพันรอบหัวไหล่ของหญิงสาวอย่างคล่องแคล่วราวกับแพทย์สนาม ผิวเนื้อใกล้ชิดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกที่ผ่อนลงอย่างช้าๆ ซูเหยาหอบหายใจรดต้นอกของเขา ใบซีดเซียวซบลงกับไหล่กว้างโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าและพิษไข้เริ่มรุมเร้าจนสมองตื้อตัน
"เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่..." จวิ้นเฟยเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นเบื้องต่ำ ขณะที่แขนแกร่งยังคงประคองแผ่นหลังบอบบางไว้มั่น "หากวันหนึ่งเราสองคนกำจัดฉีจ้าวเหวินได้สำเร็จ... โลกหลังจากนั้นของเจ้า จะเหลือพื้นที่ให้ใครนอกจากความแค้นอีกหรือไม่"
ซูเหยาหลับตาลงช้าๆ ซ่อนประกายความเจ็บปวดไว้เบื้องหลังแพขนตางอนหนา คำถามของเขาจี้ใจดำแต่อ่อนโยนจนน่าประหลาด นางเคยชินกับการมีชีวิตอยู่เพื่อทวงความยุติธรรมให้ตระกูล จนลืมไปแล้วว่าความรู้สึกอบอุ่นที่แท้จริงมันเป็นเช่นไร
"ท่านอ๋อง... ทรงถามคำถามที่แม้แต่ตัวหม่อมฉันเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้เพค่ะ" นางตอบเสียงแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอเขาจนจวิ้นเฟยต้องขยับตัวเข้าชิดอีกนิดอย่างเผลอไผล
ทว่า ในขณะที่ความเปราะบางกำลังหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในใจของคนทั้งคู่ เสียงฝีเท้าฝ่าพงหญ้ารกช้าๆ จากด้านนอกเรือนก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา!
*ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกสามครั้งดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัด ตามด้วยเสียงแหบพร่าที่เอ่ยเรียกชื่อของหลินซูเหยาอย่างคุ้นเคย
"ใต้เท้าหลิน... ท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่ใช่หรือไม่? ข้า... ผู้ช่วยเจ้าสำนักพิมพ์กรมอาญา นำหลักฐานชิ้นใหม่ที่ท่านตามหามาให้แล้ว..."
จวิ้นเฟยและหลินซูเหหยาหันขวับสบตากันทันที นัยน์ตาทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย เพราะผู้ช่วยคนดังกล่าวควรจะเสียชีวิตในคุกหลวงตั้งแต่วันที่ตระกูลหลินถูกกวาดล้างแล้ว!
*ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ*
— หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 9
ความเย็นชาที่ละลาย
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!