กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปี ลอยอวลอยู่ในห้องหนังสือลับชั้นในของจวนอ๋องจวิ้นเฟย... สถานที่ซึ่งขึ้นชื่อว่าหวงแหนยิ่งกว่าชีวิต และไม่มีผู้ใดได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา
หลินซูเหยาปรายตามองคราบหมึกสีชาที่ยังเปียกชื้นอยู่บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ก่อนจะเบนสายตาไปยังชั้นตำราไม้มะเกลือสูงจรดเพดาน นางไม่ได้มาที่นี่ด้วยความบังเอิญ และยิ่งไม่ใช่ฐานะแขกผู้มีเกียรติ ทว่าค่ำคืนนี้ หมากตานี้บังคับให้นางต้องเดินเข้าสู่ถ้ำเสือด้วยความสมัครใจ
"บัณฑิตหลินช่างมีความกล้าหาญยิ่งนัก... หรือควรกล่าวว่า ท่านช่างไม่รักชีวิตเสียแล้ว ถึงได้กล้าเดินลัดเลาะผ่านค่ายกลอักษรเข้ามาถึงใจกลางจวนของเปิ่นหวังได้"
เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีนิลสนิทก้าวออกมาจากเงาอับชื้น แววตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บคู่นั้นจดจ้องมองนางด้วยความระแวดระวังปนประกายความท้าทายที่อ่านไม่ออก อ๋องจวิ้นเฟยไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย ราวกับทรงคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าสตรีตรงหน้าจะต้องหาทางลอบเข้ามาสืบหาความจริงบางอย่างให้จงได้
ซูเหยาไม่ได้สะทกสะท้าน นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเหนือชั้น "หากหม่อมฉันรักชีวิต คงไม่เลือกมาเหยียบสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายเช่นนี้หเพคะ... หรือท่านอ๋องทรงคิดว่า ความลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตระกูลฉีและคดีทุจริตชายแดนเมื่อสิบปีก่อน จะสามารถซ่อนเร้นอยู่ใต้เงาความมืดนี้ได้ตลอดไป?"
บรรยากาศรอบกายพล พันเย็นเยียบลงทันที อ๋องจวิ้นเฟยสาวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดตัวนางจนได้กลิ่นหอมเย็นจางๆ ของสมุนไพรจีนที่คุ้นเคย พระองค์โน้มพระวรกายลงกระซิบข้างพระหัตถ์ที่ไขว้หลัง แววตาฉายแววอันตราย "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... ซูเหยา ความอยากรู้อยากเห็นนี่แหละที่จะฆ่าเจ้า"
"แต่ความจริงต่างหากที่จะปลดปล่อยพวกเรา" นางสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบุรุษตรงหน้าอย่างไร้ความเกรงกลัว "ท่านอ๋องใช้ชีวิตอยู่เพื่อการแก้แค้นให้พระมารดา หม่อมฉันเองก็มีหนี้เลือดของตระกูลหลินที่ต้องชำระกับฉีจ้าวเหวินเช่นกัน บนกระดานนี้... เราต่างเป็นผู้เล่นที่ถือหมากสีเดียวกัน มิใช่หรือเพคะ?"
คำพูดที่แทงใจดำนั้นทำให้แววตาของอ๋องจวิ้นเฟยไหววูบไปชั่วขณะ พระองค์เหยียดยิ้มหยันให้กับความอวดดีของสตรีร่างบางผู้นี้ ก่อนจะผายพระหัตถ์ไปยังตู้หนังสือลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดภูเขา "อยากรู้นักไม่ใช่หรือว่าเปิ่นหวังซ่อนอะไรไว้... เชิญตามสบาย ราชบัณฑิตหลิน"
ซูเหยาไม่รอช้า นางก้าวเข้าไปสำรวจตู้ไม้นั้นทันที นิ้วเรียวไล่สัมผัสสันหนังสือและกล่องไม้โบราณทีละชิ้น จนกระทั่งปลายนิ้วไปสะดุดเข้ากับกล่องไม้จันทน์หอมที่ถูกปิดตายด้วยลงยาลายพยัคฆ์ ซึ่งเป็นตราประทับเฉพาะของกองทัพพิทักษ์ชายแดน—กองกำลังเดียวกับที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏเมื่อสิบปีก่อน
หัวใจของซูเหยาเต้นระรัว ไม่ผิดแน่... หลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถโค่นล้มอำนาจของฉีจ้าวเหวินอยู่ในกล่องใบนี้!
นางหยิบกุญแจทองแดงที่แอบขโมยมาจากห้องอักษรส่วนนอกออกมาเตรียมไข ทว่าในวินาทีที่ปลายกุญแจกำลังจะสัมผัสรูกุญแจนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นจากระเบียงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกanขององครักษ์ประจำจวนที่แว่วมาไกลๆ
"มีผู้บุกรุก! ค้นหาให้ทั่วทุกซอกทุกมุม!"
ซูเหยาชะงักค้าง หันขวับไปมองอ๋องจวิ้นเฟยที่ยังคงยืนกอดอกนิ่งสนิท พระพักตร์เรียบเฉยราតกับมิได้สะเทือนใจต่อเหตุการณ์ภายนอกแม้แต่น้อย
"ท่านอ๋อง..." นางเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความตกใจ "ท่านเป็นคนเรียกคนมาหรือเพคะ?"
อ๋องจวิ้นเฟยยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ พระองค์ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ แล้วคว้าข้อมือนางไว้แน่นก่อนจะดึงร่างบางเข้าไปซ่อนหลังม่านทึบสีเข้มพร้อมกับพระองค์เอง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มของนางในระยะประชิด
"เปิ่นหวังไม่ได้เรียก..." อ๋องจวิ้นเฟยกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียด "...แต่ดูเหมือนว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ตัวจริง ที่ส่งมาจากจวนเสนาบดีฉี กำลังจะพังประตูเข้ามาแย่งชิงของในมือเจ้าแล้วล่ะ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู
หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า•ตอนที่ 7
จวนอ๋องที่เต็มไปด้วยความลับ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานนี้... ท่านอย่าหวังจะครองใจข้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!