"วิถีแห่งกระบี่ของท่านไร้ซึ่งความปรานี แต่กลับเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่ข้าโหยหา... หลี่เฟิง ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าการผูกพันวิญญาณกับสตรีที่ไร้หัวใจเช่นข้า จะไม่ทำให้กระบี่ของท่านต้องแปดเปื้อน?"
มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้น ท่ามกลางพายุหิมะที่กรรโชกแรง ณ ยอดเขาหมื่นบรรพต นางยืนตระหง่านอยู่บนผาหินที่แหลมคมดุจคมกระบี่ ชุดขาวพริ้วไหวราวกับจิตวิญญาณแห่งเหมันต์ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าอย่างเย็นชา ทว่าลึกลงไปในแววตากลับมีความสั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนเร้นอย่างสุดกำลัง
หลี่เฟิงแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่มานับหมื่นครั้งกุมกระชับดาบ 'อัคคีพิโรธ' ไว้แน่น ไอความร้อนจากร่างกายเขาปะทะกับไอเย็นของนางจนเกิดเป็นหมอกควันสีเทาจางๆ ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
"สตรีที่ไร้หัวใจหรือ?" หลี่เฟิงก้าวเข้าไปหา ท่ามกลางเสียงคำรามของพายุที่ราวกับจะฉีกกระชากร่างของพวกเขาให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย "ข้าไม่สนว่าหัวใจของท่านจะเป็นน้ำแข็งหรือหินผา ข้าต้องการเพียงวิชา 'ดรรชนีเหมันต์ผลาญวิญญาณ' เพื่อล้างแค้นให้ตระกูลหลี่ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม หากต้องแลกด้วยการผูกพันจิตวิญญาณกับสตรีที่อันตรายที่สุดในยุทธภพ ข้าก็ยินดี!"
"ความแค้น... เป็นเพียงเชื้อเพลิงที่เผาผลาญผู้ที่ถือมันไว้เท่านั้น" มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจแผ่วเบา ร่างบางขยับกายช้าๆ ปลายนิ้วเรียวงามวาดลวดลายกลางอากาศ ก่อให้เกิดอักขระเวทสีครามที่เรืองรองท่ามกลางความมืดมิด "หากท่านต้องการวิชาของข้า ท่านต้องสาบาน... สาบานต่อฟ้าดินว่าตราบใดที่ลมหายใจของท่านยังอยู่ จิตวิญญาณกระบี่ของท่านจะไม่มีวันหันคมเข้าหาข้า ไม่ว่าสถานการณ์จะบีบคั้นเพียงใดก็ตาม"
หลี่เฟิงหยุดฝีเท้าลง สายตาคมปลาบจับจ้องไปที่นาง เขารู้ดีว่าพันธสัญญานี้หมายถึงการยอมสยบให้แก่กันและกันในเชิงบำเพ็ญเพียร หากเขาผิดคำสาบาน กระบี่ในมือจะกลายเป็นพันธนาการที่ดูดกลืนพลังตบะจนหมดสิ้น
"ข้า หลี่เฟิง ขอสาบานต่อเบื้องบนและเบื้องล่าง หากข้าทรยศต่อพันธสัญญานี้ ขอให้คมกระบี่ของข้าแตกสลาย และดวงวิญญาณต้องตกสู่ขุมนรกเหมันต์ชั่วนิรันดร์" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับภูผา กังวานแข่งกับเสียงฟ้าร้องเหนือเมฆา
มู่หรงเสวี่ยหลับตาลง แสงสว่างจ้าปะทุออกมาจากร่างของนาง อักขระเวทนับพันพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของหลี่เฟิง สัมผัสความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งละลายซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาขบกรามแน่น ฝืนทนต่อพลังมหาศาลที่กำลังชำระล้างเส้นชีพจรของตนเอง ความเจ็บปวดดั่งถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่ห้วงลึกแห่งจิต แต่ในขณะเดียวกัน เขากลับสัมผัสได้ถึง 'หัวใจ' อีกดวงที่เต้นอยู่ภายในห้วงคำนึงของนาง
นั่นคือหัวใจที่โดดเดี่ยว... และโหยหาการยอมรับ
"ข้าถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ท่านแล้ว..." มู่หรงเสวี่ยลืมตาขึ้น ดวงตาของนางบัดนี้ไม่ได้เย็นชาดังเก่า แต่กลับมีความโศกเศร้าเจือจาง "จงจดจำไว้ หลี่เฟิง... วิชานี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการฆ่าฟันเพียงอย่างเดียว แต่มันมีไว้เพื่อ 'หยุดยั้ง' ทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว หากท่านใช้มันด้วยใจที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้น วันหนึ่งท่านจะพบว่าคนที่จะต้องตายด้วยวิชานี้... อาจเป็นตัวท่านเอง"
หลี่เฟิงทรุดตัวลงคุกเข่าหนึ่งข้าง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง พลังปราณในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เขารู้สึกว่าตนเองกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดที่เคยมีมา ขอบเขตพลังเดิมที่เคยติดตัวมานานปีบัดนี้กำลังสั่นคลอนราวกับจะแตกออก
ทันใดนั้น เสียงกระบี่สั่นไหวในฝักดังกังวานไปทั่วหุบเขา พายุที่เคยโหมกระหน่ำกลับหยุดกิ่งก้านลงราวกับหวาดกลัวต่อบางสิ่ง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
หลี่เฟิงเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มเหมือนแววตาของมู่หรงเสวี่ยชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะคืนกลับมาเป็นปกติ เขายันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความทะนงตนที่เพิ่มพูนขึ้นเท่าตัว
"ข้าได้รับวิชาของท่านแล้ว..." หลี่เฟิงกล่าวพลางขยับนิ้ว กระแสปราณเย็นเยียบสีครามแล่นผ่านปลายนิ้วก่อให้เกิดเกล็ดน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลายบนพื้นหิน "แต่ข้าสงสัย... เหตุใดนางพญาเซียนผู้สง่างามถึงยอมเสี่ยงชีวิตถ่ายทอดวิชาต้องห้ามให้คนแปลกหน้าเช่นข้า?"
มู่หรงเสวี่ยหันหลังกลับ ชุดขาวปลิวไสวไปกับแรงลมที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง นางไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที ทว่าเพียงแค่ประโยคเดียวที่นางเอ่ยทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะก้าวหายไปในม่านหมอกหิมะ กลับทำให้หลี่เฟิงต้องยืนนิ่งงันดุจถูกสาป
"เพราะข้าเบื่อหน่ายกับการมองโลกที่ขาวโพลนมานานนับพันปี... และท่านคือเพลิงสีแดงเพียงหนึ่งเดียวที่ข้าปรารถนาจะ 'กักขัง' ไว้ในอาณาจักรเหมันต์ของข้าตลอดกาล..."
ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุม หลี่เฟิงมองตามเงาร่างนั้นไป ก่อนจะก้มลงมองมือตนเองที่ยังคงมีไอเย็นจากนางหลงเหลืออยู่ ทันใดนั้น เสียงดาบในฝักก็สั่นรัวราวกับเตือนถึงภัยร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยจิตสังหารของบุคคลที่สามดังแทรกขึ้นท่ามกลางพายุหิมะ
"ท่านเซียน... ช่างน่าเสียดายที่ท่านยอมมอบวิชาให้ไอ้สวะตระกูลที่ล่มสลายไปแล้วผู้นี้"
เงาของชายปริศนาในชุดดำสนิทค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดมิดพร้อมกลิ่นอายของวิชาต้องห้ามที่ไม่ควรมีในโลกมนุษย์!
ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและเพลิงอัคคีนี้ไปด้วยกันนะคะ
กระบี่ทะลวงเหมันต์ ปรารถนาแห่งเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 5
คำสัตย์สาบานกลางพายุ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงเหมันต์ ปรารถนาแห่งเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!