กระบี่ทะลวงเหมันต์ ปรารถนาแห่งเซียนไร้ใจ•ตอนที่ 7

จอมยุทธ์ผู้ท้าทายฟ้า

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"กฎเกณฑ์ของสำนักกระบี่เมฆาคล้อย… ในสายตาของข้า มันก็เป็นเพียงเศษกระดาษที่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้อาวุโสผู้หวาดกลัวต่อเงาของตนเองเท่านั้น!" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่กังวานราดรดลงกลางโถงตัดสินวิญญาณ ราวกับอสุนีบาตฟาดผ่าลงบนพื้นหินหยกขาวจนเกิดรอยร้าวลึก กลิ่นอายกระบี่อันดุดันพวยพุ่งออกจากร่างของหลี่เฟิงอย่างไร้การควบคุม ปราณกระบี่สีชาดและสีเงินสะท้อนประกายวาวโรจน์ในดวงตาคมกริบ เขาไม่ได้คุกเข่าลงตามธรรมเนียมปฏิบัติของศิษย์ผู้กระทำผิด แต่กลับยืนหยัดตรงตระหง่านราวกับยอดเขาที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน "หลี่เฟิง! เจ้าสามหาวเกินไปแล้ว!" เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวของผู้อาวุโสไป๋ดังสนั่นจนระเบียงทางเดินสั่นสะเทือน ปราณแท้ระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกกดดันใส่ร่างของชายหนุ่มทันทีหมายให้เขาร่วงลงคุกเข่า ทว่าหลี่เฟิงเพียงแค่แค่นเสียงหึในลำคอ กระบี่เหล็กนิลในฝักข้างกายสั่นสะท้านขึ้นเองราวกับรับรู้ถึงจิตสังหารอันฮึกเหิมของผู้เป็นนาย แอกอวบอวนของแรงกดดันระดับสูงถูกคมกระบี่ในจิตวิญญาณฟันฝ่าจนแตกกระจายดั่งสายหมอกยามเช้า นี่คือหลี่เฟิง... จอมยุทธ์ผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ ผู้ไม่เคยสยบยอมต่อกฎเกณฑ์จอมปลอมใดๆ เบื้องหลังความบ้าบิ่นนี้คือความแค้นของตระกูลหลี่ที่ถูกกวาดล้างอย่างไร้ความปรานีเมื่อสิบปีก่อน และกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ความจริงก็คือ "คัมภีร์กระบี่กลืนนภา" ที่ถูกกักเก็บไว้ในเขตหวงห้ามของสำนักแห่งนี้ แต่การจะเอื้อมมือไปแตะต้องมัน เขาจำเป็นต้องเหยียบย่ำกฎเหล็กที่สืบทอดกันมานับพันปี "ข้ากระทำผิดอันใดเล่า? ผิดที่ข้าไม่อาจทนเห็นศิษย์พี่ถูกพวกมันรังแกจนตายอย่างอยุติธรรม หรือผิดที่ข้ากล้าขุดคุ้ยความเน่าเฟะใต้พรมของพวกท่านขึ้นมาตีแผ่ต่อหน้าธารกำนัล!" หลี่เฟิงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีอำมหิตพุ่งทะยานเสียดฟ้าจนเหล่าศิษย์สายในที่ยืนล้อมรอบต้องถอยหลังกรูดด้วยความหวาดผัว "สามหาว! วันนี้หากไม่สั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก เกรงว่าสำนักกระบี่เมฆาคงไร้ซึ่งความสงบเรียบร้อย!" ผู้อาวุโสไป๋สะบัดแขนเสื้อ พลังปราณวารีรวมตัวกันเป็นหอกน้ำแข็งนับพันเล่มลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ทิศทางพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของหลี่เฟิงอย่างไร้ความปราณี ทว่า ก่อนที่หอกน้ำแข็งเหล่านั้นจะได้สะิดสะเทือนแม้แต่เส้นผมของชายหนุ่ม อุณหภูมิโดยรอบกลับดิ่งวูบลงอย่างฉับพลันราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา! ละอองน้ำค้างแข็งสีครามบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากหลังคาโถงหยกอย่างงดงามและเยือกเย็น ทุกสรรพสิ่งราวกับถูกกาลเวลาหยุดนิ่ง หอกน้ำแข็งนับพันเล่มแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดหิมะโปรยปรายลงสู่พื้นอย่างไร้พิษภัย เงาร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะพันปีปรากฏขึ้นเบื้องหน้าหลี่เฟิงอย่างเงียบเชียบ นางไม่ได้หันไปมองผู้อาวุโสไป๋ด้วยซ้ำ ดวงตาสีรัตติกาลที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองผู้คนในโถงด้วยความราบเรียบ แต่กลับสร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงไปถึงไขกระดูกดำของทุกคน มู่หรงเสวี่ย... เทพเซียนผู้เย็นชาแห่งยอดเขาเหมันต์นิรันดร์ ผู้อยู่เหนือความรู้สึกและกิเลสทั้งปวง นางผู้ไม่เคยแยแสต่อความเป็นความตายของสรรพชีวิตในยุทธภพ เหตุใดจึงก้าวเท้าเข้ามาสู่ความวุ่นวายนี้? "ผู้อาวุโสไป๋... กฎของสำนักใหญ่โตนัก แต่ชีวิตของศิษย์ในสำนัก ไยจึงไร้ค่าปานนั้น?" น้ำเสียงของนางใสกระจ่างดั่งระฆังหยก แต่มันกลับแฝงไว้ด้วยความกดดันระดับจิตวิญญาณที่ทำให้ผู้อาวุโสระดับสูงถึงกับหน้าซีดเผือด "ทะ... ท่านเซียนมู่หรง เรื่องนี้..." ผู้อาวุโสไป๋กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้สถานะของเขาจะสูงส่ง แต่ต่อหน้าสตรีผู้ถือครอง "กระบี่เหมันต์ผลาญวิญญาณ" ผู้นี้ เขากลับรู้สึกราวกับตนเองเป็นเพียงมดปลวกที่นางสามารถบดขยี้ได้ด้วยการกระดิกนิ้ว หลี่เฟิงเหลือบสายตาขึ้นมองแผ่นหลังบอบบางแต่สง่างามของสตรีที่ยืนขวางกั้นระหว่างเขากับคมดาบของสำนัก ความรู้สึกประหลาดบางอย่างไหลผ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน เขาไม่เคยต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใด โดยเฉพาะจากผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อำนาจเช่นนาง แต่วินาทีที่กลิ่นอายความเย็นชาของนางผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายอัคคีจิตวิญญาณของเขาอย่างไร้รอยต่อ เขากลับสัมผัสได้ถึงความผูกพันลึกล้ำที่แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่อาจตัดขาด มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม นางเพียงแค่ยกมือขึ้นเรียบๆ ปราณเหมันต์หมุนวนรอบฝ่ามือ ก่อนจะสะบัดออกเบาๆ คลื่นกระแทกสีฟ้าครามซัดสาดร่างของศิษย์สายในหลายคนที่ทำท่าจะเข้ามาสมทบจนกระเด็นกระดอนออกไปคนละทิศละทาง "หากผู้ใดกล้าแตะต้องเขา..." มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ดังก้องกังวานในจิตสำนึกของทุกคนในที่นั้น "ผู้นั้น... จงเตรียมรับทัณฑ์กระบี่เหมันต์ล้างสำนักจากข้า" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ผู้อาวุโสไป๋ยังต้องยอมก้มหัวถอยร่นไปสามก้าวด้วยความตื่นตระหนก หลี่เฟิงจ้องมองแผ่นหลังของนางด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าการกระทำของมู่หรงเสวี่ยในวันนี้เท่ากับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับทั้งสำนักกระบี่เมฆา และอาจรวมถึงผู้อาวุโสสูงสุดที่เก็บตัวอยู่หลังภูเขา ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานก็ดังสะท้อนมาจากท้องฟ้ายามวิกาล เมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับสายฟ้าสีม่วงที่ฟาดผ่าลงมากลางลานพิธีอย่างไม่คาดฝัน! ร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ปรากฏกายขึ้นบนยอดเสาหินอัคคีโดยไม่มีใครทันตั้งตัว ออร่าพลังปราณระดับครึ่งก้าวสู่แดนเซียนแผ่ขยายออกจนบดบังรัศมีทั้งหมดในโถงหยก "ฮ่าๆๆ... ดีเยี่ยม! มู่หรงเสวี่ย เจ้ากล้าปกป้องคนนอกถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ดูท่าข่าวลือที่ว่าเจ้าตกหลุมพรางความรักในตัว 'เจ้าเด็กตระกูลหลี่' จะเป็นความจริงสินะ!" ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและเพลิงอัคคีนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ทะลวงเหมันต์ ปรารถนาแห่งเซียนไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%