กลิ่นฟอร์มาลีนจาง ๆ ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของห้องสืบสวนใต้ดินในยามวิกาล มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รื่นรมย์นัก แต่สำหรับอชิระ มันคือกลิ่นอายของความจริงที่กำลังเน่าเฟะพอ ๆ กับจิตใจมนุษย์
"คุณกำลังมองมันในฐานะหมอผ่าศพ หมอธันวา... แต่สำหรับผม ศพนี้ไม่ได้กำลังพูดถึงความตาย แต่มันกำลังกระซิบเรียกหาผมต่างหาก"
อชิระเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องชันสูตร ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกยืนพิงขอบโต๊ะสเตนเลส แววตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่ากำลังจ้องมองไปยังร่างไร้วิญญาณบนเตียง ผิวหนังของเหยื่อถูกกรีดแต่งอย่างประณีตด้วยความบรรจง ราวกับงานศิลปะชิ้นเอกของจิตวิญญาณที่บิดเบี้ยว
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากแผ่นฟิล์มเอกซเรย์ แววตาหลังกรอบแว่นโลหะฉายแววเย็นชา ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านต่อความสยดสยองตรงหน้า นิติพยาธิแพทย์หนุ่มวางเครื่องมือลงบนถาดสเตนเลส เสียงเหล็กกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
"ศพไม่ได้กระซิบอะไรกับคุณหรอกครับสารวัตร มีแต่ความเพ้อเจ้อของคุณเองต่างหากที่กำลังสร้างเสียงสะท้อนขึ้นมา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุภาพ แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "บาดแผลเหล่านี้เกิดจากของมีคมปลายแหลม ความลึกสม่ำเสมอ... ฆาตกรมีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์ระดับเดียวกับผม หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ เขาไม่ได้ทำไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่เขาทำมันด้วยความตั้งใจอันเยือกเย็น เหมือนที่คุณพยายามจะวิเคราะห์มันอย่างไร้เหตุผลนั่นแหละ"
อชิระแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาเดินเข้าไปใกล้เตียงชันสูตรมากขึ้น จนระยะห่างระหว่างเขากับธันวาเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ที่ติดตัวนายตำรวจหนุ่มลอยปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สร้างแรงกดดันทางอารมณ์ที่ประหลาดและเร่าร้อนในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
"ไร้เหตุผลเหรอครับ?" อชิระโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ เลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย "คุณจำรอยแผลรูปตัว 'X' บนหน้าอกนั่นไม่ได้หรือไง? นั่นไม่ใช่แค่ร่องรอยการผ่าตัดเพื่อเอาอวัยวะออก แต่มันคือลายเซ็น... มันคือการประกาศสงครามทางจิตวิทยาที่ฆาตกรจงใจทิ้งไว้ให้ผมโดยเฉพาะ มันรู้ว่าผมคิดอะไร มันรู้ว่าผมกำลังตามหามัน และมันกำลังสนุกกับการเล่นซ่อนหากับผม"
ธันวาไม่ถอยหนี เขายืนนิ่งเผชิญหน้ากับดวงตาคมดุคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้ทำให้จิตแพทย์หนุ่มได้ใจ แต่กลับทำให้ธันวายิ่งตระหนักถึงความอันตรายของชายตรงหน้า อชิระเป็นพวกบ้าคลั่งที่ใช้สัญชาตญาณนำทาง ซึ่งขัดแย้งกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ธันวายึดถือมาตลอดชีวิต
"คุณกำลังหลงกลมัน สารวัตรอชิ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ แววตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตานายตำรวจหนุ่ม "คุณเอาอัตตาของตัวเองไปผูกติดกับฆาตกร จนมองข้ามหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่อยู่ตรงหน้า รอยแผลรูปตัว X นั้นไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไรเลย มันเป็นเพียงแค่การอำพรางคดีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากการฆ่าชิงทรัพย์ คุณกำลังเอาความรู้สึกส่วนตัวมาครอบงำคดีฆาตกรรม... ซึ่งมัน unprofessional เอาเสียเลย"
คำว่า *unprofessional* จากปากของนิติพยาธิแพทย์ผู้เย็นชาเปรียบเสมือนลูกศรที่พุ่งตรงเข้าเป้า อชิระหุบยิ้มทันที แววตาดิบเถื่อนฉายประกายวาบขึ้นมา เขาก้าวประชิดตัวธันวาจนแผ่นหลังของร่างโปร่งเกือบติดกับชั้นวางอุปกรณ์
"ถ้าผมมัน unprofessional แล้วทำไมคุณถึงยังยืนเถียงกับผมอยู่ล่ะครับ หมอธัน?" อชิระกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย "ทำไมคุณถึงไม่ยอมรับความจริงล่ะว่า... ภายใต้ความเยือกเย็นที่คุณสวมใส่เป็นเกราะป้องกัน คุณเองก็กำลังตื่นเต้นกับความบิดเบี้ยวนี้ไม่แพ้ผมเหมือนกัน"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้มทำให้ธันวาต้องขยับตัวเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่ามือหนาของอชิระกลับยกขึ้นมาวางทับบนขอบโต๊ะสเตนเลสข้างตัวเขา ราวกับการกักขังกลาย ๆ โดยไม่ต้องใช้กำลังบังคับ
"ผมใช้เหตุผลและหลักฐาน ไม่ใช่มโนคติแบบคุณ" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงยังคงรักษาความราบเรียบเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าชีพจรในอกจะเต้นเร็วกว่าปกติเล็กน้อยก็ตาม "และถ้าคุณยังมีเวลามาพูดจาเพ้อเจ้อใส่ผม ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดแถวตรอกซอยเกิดเหตุเสียจะดีกว่า เพราะในขณะที่คุณกำลังคิดว่าฆาตกรกำลังสื่อสารกับคุณ เขาอาจจะกำลังลงมือกับเหยื่อรายต่อไปอยู่ก็ได้"
อชิระจ้องมองนิ่งอยู่นาน ราวกับกำลังอ่านตัวอักษรทุกบรรทัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบว่าเหยื่อของเขามีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมพอตัว
"คุณนี่มันดื้อด้านเป็นบ้าเลยนะ หมอธันวา" อชิระผถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว ปล่อยให้พื้นที่หายใจกลับคืนสู่ภาวะปกติ "แต่เอาเถอะ... ในเมื่อคุณอยากได้หลักฐานนัก งั้นก็ลองดูนี่"
นายตำรวจหนุ่มหยิบคราบซองจดหมายพลาสติกใสออกจากกระเป๋าเสื้อสูตร ด้านในบรรจุภาพถ่ายโพลารอยด์เก่า ๆ ใบหนึ่ง ภาพนั้นถูกถ่ายในห้องสืบสวนแห่งนี้ เมื่อสามปีก่อน... สมัยที่ธันวาเพิ่งเริ่มเข้ารับตำแหน่งนิติพยาธิแพทย์ใหม่ ๆ และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บนกระจกหน้าต่างในภาพนั้น มีรอยลิปสติกสีแดงสดเขียนทับไว้เป็นตัวเลขปริศนาบางอย่าง
ธันวานิ่งงิ่งไปทันที แววตาที่เคยราบเรียบไร้คลื่นลมมาตลอดกลับไหววูบลงชั่วขณะ ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ลึกที่สุดถูกกระชากขึ้นมากลางแสงสว่าง
"คุณได้ภาพนี้มาจากไหน?" ธันวาถามเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าว
"ฆาตกรส่งมันมาที่บ้านพักของผมเมื่อเช้าตรู่..." อชิระหรี่ตามองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายด้วยความสนใจ รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความจริงจังที่น่ากลัว "มันไม่ได้แค่ท้าทายผม หมอธัน... แต่มันกำลังบอกว่า มันรู้จักคุณ... และมันกำลังรอคอยการพบกันของเราทั้งคู่"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องชันสูตรด้วยความเร่งรีบ เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างไร้มารยาท ก่อนที่ประตูกระจกฝ้าจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้หมวดหนุ่มลูกน้องคนสนิทของอชิระ ใบหน้าของนายตำรวจชั้นประทวนซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด
"สารวัตรครับ! เกิดเรื่องแล้ว..." ผู้หมวดหอบหายใจถี่กระชั้น รายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "เราเพิ่งได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัย... มีการพบศพใหม่ถูกทิ้งไว้ที่ดาดฟ้าตึกร้างกลางเมือง และ... และสภาพศพ..."
อชิระขมวดคิ้วมุ่น "สภาพศพทำไม?"
"มีชื่อของคุณหมอธันวา... ถูกสลักไว้บนแผ่นหลังของเหยื่อครับ!"
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 20
จิตวิทยาที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!