นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 19

หน้ากากของคนดี

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
“วางสมุดเล่มนั้นลง แล้วถอยออกมาครับ อชิ” เสียงของธันวาเรียบเฉย เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่เกาะตัวอยู่บนใบมีดผ่าตัด ดวงตาคู่คมหลังเลนส์แว่นกรอบบางไม่ได้จับจ้องไปที่สารวัตรหนุ่ม แต่กลับจดจ้องไปยัง 'กวิน' ผู้ช่วยหน่วยพิสูจน์หลักฐานหนุ่มผู้เงียบขรึมที่ยืนอยู่มุมห้อง กวินกำลังถือกล่องหลักฐานในมือแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว อชิระชะงักมือที่กำลังจะเปิดหน้ากระดาษ เขาไม่ได้หันไปมองธันวา แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขากำลังกรีดร้องเตือนถึงอันตราย กลิ่นของความตายที่ไม่ได้มาจากศพ แต่มันระเหยออกมาจาก 'คนเป็น' ที่ยืนอยู่ข้างกายเขา “หมอธัน ดูเหมือนคนในทีมเราจะไม่ได้แค่ 'จัดระเบียบ' หลักฐานอย่างเดียวนะครับ” อชิระแค่นยิ้ม ดิบและเถื่อนในแบบฉบับของเขา “มีคนพยายามจะ 'ลบ' ความทรงจำที่บรรจุอยู่ในหมึกพวกนี้ทิ้งไป” บรรยากาศในห้องรับรองของคฤหาสน์หลังเก่าตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ แสงไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่ๆ เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปกติ กวินค่อยๆ เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มที่เคยดูอ่อนโยนและซื่อตรงมาตลอดหลายเดือนที่ร่วมงานกัน บัดนี้มันบิดเบี้ยวไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ “พวกคุณฉลาดเกินไปครับ หมอธัน สารวัตรอชิ” เสียงของกวินแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย “โลกใบนี้ไม่ได้ต้องการความจริงหรอกครับ มันต้องการแค่ 'ผลลัพธ์' ที่คนส่วนใหญ่ยอมรับได้... และผมก็แค่คนที่หยิบยื่นความสมบูรณ์แบบนั้นให้” ธันวาก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาแต่หนักแน่น เขาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฆาตกรที่แฝงตัวอยู่ในคราบผู้ช่วย “ความสมบูรณ์แบบที่คุณว่า คือการใช้สารเคมีกัดกร่อนผิวหนังศพจนไม่เหลือร่องรอยการต่อสู้สินะครับ? คุณชื่นชอบการผ่าตัดเหมือนผม แต่ต่างกันตรงที่ผมรักษาความยุติธรรม... ส่วนคุณ กำลังทำลายมันด้วยความวิปริตในใจ” “ผมไม่ใช่คนวิปริต” กวินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสั่นระริกด้วยแรงโทสะ “ผมคือ 'จิตรกร' ที่กำลังวาดภาพบนผืนผ้าใบที่เน่าเฟะ! ถ้าคนตายพูดไม่ได้ แล้วพวกคุณจะเอาอะไรมาตัดสินว่าสิ่งที่ผมทำมันผิด!” อชิระหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “คนตายน่ะพูดไม่ได้หรอกกวิน แต่มันมีวิธีตะโกนก้องออกมาผ่านร่องรอยที่คุณทิ้งไว้ไงล่ะ และน่าเสียดาย... ที่วันนี้คุณทำพลาด” กวินชะงัก ฝ่ามือที่ถือกล่องหลักฐานสั่นสะท้าน เขามองไปรอบห้องที่กลายเป็นกรงขังโดยไม่รู้ตัว “พลาดตรงไหนครับ?” กวินกระซิบ “พลาดที่คิดว่าผมแค่จะเอาสมุดเล่มนั้น” อชิระขยับเข้าไปใกล้กวินอีกหนึ่งก้าว ในขณะที่ธันวายืนคุมเชิงจากด้านหลังอย่างเยือกเย็น “ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องพยายามทำลายมัน ผมถึงได้สลับเอาสมุดเล่มจริงไปไว้ในที่ที่ปลอดภัยตั้งแต่นาทีแรกที่เราก้าวเท้าเข้าบ้านหลังนี้... ส่วนเล่มที่คุณถืออยู่น่ะเหรอ?” อชิระขยับรอยยิ้มเยือกเย็น “มันก็แค่สมุดบันทึกรายจ่ายตลาดที่ผมแอบใส่สารเรืองแสงไว้ ใครที่แตะต้องมันหลังจากนี้ ลายนิ้วมือบนนั้นจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มทันทีเมื่อโดนแสงยูวี... กวิน ดูมือคุณสิครับ” กวินก้มมองมือตัวเองด้วยความตระหนก แสงสีม่วงเรืองรองค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนปลายนิ้วของเขาอย่างช้าๆ มันชัดเจนจนไม่อาจปฏิเสธความผิดได้อีกต่อไป ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง กวินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะก้องออกมาจนไหล่สั่น เขาโยนกล่องหลักฐานทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะล้วงบางอย่างออกมาจากใต้เสื้อสูท... มันไม่ใช่ปืน แต่เป็นเข็มฉีดยาบรรจุของเหลวสีอำพันที่เขามักจะใช้ในการ 'จัดการ' กับเหยื่อ “ถ้าผมออกไปไม่ได้... ก็ไม่ต้องมีใครได้ออกไปพร้อมกับผม” กวินพุ่งตัวเข้าหาอชิระด้วยความเร็วที่เหนือความคาดหมาย ทว่าธันวากลับรวดเร็วกว่า เขาคว้าคอเสื้อของกวินจากด้านหลังแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างนั้นเสียหลักล้มลงไปกระแทกกับพื้น ธันวาขึ้นคร่อมร่างนั้นอย่างคล่องแคล่ว มือหนึ่งกดข้อมือที่ถือเข็มฉีดยาไว้แน่น “ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคุณกวิน คือการคิดว่าจิตแพทย์อาชญากรคนนี้จะไม่มีแผนสำรอง” ธันวากระซิบข้างหูของกวินด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “และอีกอย่าง... อชิเขาไม่ใช่คนเดียวที่ถือปืนอยู่ในห้องนี้” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องประตูไม้ที่ถูกพังออกพร้อมกับกระบอกปืนนับสิบจ่อเข้ามายังจุดที่ทั้งสามคนอยู่ แต่ทว่า... ในจังหวะที่กวินกำลังจะหมดทางสู้ สายตาของเขากลับเหลือบไปมองที่หน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังห้อง เขาไม่ได้มองหาทางหนี แต่มองไปที่ใครบางคนซึ่งยืนอยู่บนระเบียงด้านนอก คนคนนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากสีขาวเรียบเฉย... หน้ากากที่ธันวาจำได้ดีว่ามันคือสัญลักษณ์ขององค์กรที่เขากำลังตามล่ามาตลอดชีวิต “พวกคุณไม่ได้ชนะหรอกครับ...” กวินกระซิบด้วยรอยยิ้มเลือดเย็น “เพราะคนที่จะพิพากษาพวกคุณ... กำลังเฝ้ามองอยู่ตรงนั้น” ธันวาและอชิระหันไปมองตามสายตาของกวินพร้อมกัน แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงความว่างเปล่าของความมืดมิดในยามวิกาล บนกระจกหน้าต่างมีเพียงรอยลิปสติกสีแดงสดที่เขียนเป็นตัวเลข... '60' คำถามในใจของธันวาวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด 60 ตอน... ไม่ใช่แค่จำนวนตอนที่เขากำลังบันทึกเรื่องราว แต่มันคือจำนวนลมหายใจสุดท้ายที่พวกเขากำลังถูกนับถอยหลังโดยใครบางคน เหตุการณ์ในคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ครับ ดร.นิติเวช
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%