นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 9

รอยนิ้วมือที่หายไป

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นน้ำยาฟอร์มาลีนเข้มข้นลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรที่เงียบสงัด แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนพื้นสเตนเลส สะท้อนภาพเงาของร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผ่าตัด ร่างนั้นผ่านกระบวนการตรวจเบื้องต้นมาแล้ว แต่ยังมีปริศนาอีกมากมายที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังซีดเซียว ธันวายืนอยู่เบื้องหน้าศพ ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบบางจดจ้องไปยังปลายนิ้วทั้งสิบของร่างไร้ลมหายใจ นิ้วมือที่ควรจะบอกเล่าเรื่องราว ปูมหลัง หรือแม้แต่ตัวตนสุดท้ายของผู้ตาย กลับเรียบเนียนผิดธรรมชาติ ไม่มีลอนผิวหนัง ไม่มีร่องรอยของรอยนิ้วมือหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "เรียบเนียนเสียยิ่งกว่ากระจกเงาเจียระไน..." เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของสารวัตรอชิระที่ก้าวเข้ามาในห้องชันสูตรด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือมากับอากาศเย็นเยียบของห้อง ธันวาไม่ได้หันไปมอง เขาใช้คีมสเตนเลสคีบมือของศพขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ ใต้แสงไฟกำลังขยายสูง "ไม่ใช่ความบังเอิญ และไม่ใช่โรคผิวหนังทางพันธุกรรมรุกราน รอยพวกนี้ถูกทำลายอย่างประณีตด้วยกรดเข้มข้นสูง หรือไม่ก็... การขัดผิวหนังชั้นนอกออกด้วยความร้อนระดับไมครอน" อชิระเดินเข้าไปประชิด โน้มตัวลงมองใกล้ๆ จนไหล่แทบจะชนกัน สัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวสัญอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างออกมาทางแว่นตาและมุมปากที่หยักยิ้มเยาะ "ฆาตกรไม่ได้แค่ต้องการซ่อนว่าไอ้เวรนี่คือใคร แต่มันกำลังบอกเราว่า... ตัวตนของเหยื่อไม่มีความหมายอะไรเลยในเกมนี้" "แต่มันมีความหมายสำหรับผม สารวัตร" ธันวาตอบเสียงเรียบ เย็นชา และเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัดที่เพิ่งผ่านการฆ่าเชื้อ "ความจริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในชื่อบนบัตรประชาชน แต่มันฝังอยู่ใต้เนื้อเยื่อเหล่านี้ การลายนิ้วมือทิ้งไม่ได้หมายความว่ามันจะลบประวัติศาสตร์บนร่างนี้ได้ทั้งหมด" อชิระแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบเหลือบมองใบหน้านิ่งสนิทของนิติพยาธิแพทย์หนุ่ม "คุณนี่มันพวกคลั่งความสมบูรณ์แบบเสียจริง หมอธัน... บางครั้งการพยายามหาคำตอบจากสิ่งที่ถูกจงใจทำลาย มันก็เหมือนกับการควานหาเงาในห้องมืดทึบ" "ห้องจะมืดแค่ไหนก็ตามทีเถอะครับ..." ธันวาหันขวับมาสบตา ประกายในแว่นตาสะท้อนความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งในวิชาชีพ "แต่นิติวิทยาศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร... ผิดกับจิตวิทยาข้างถนนของคุณ ที่มักจะเดาเอาจากอคติส่วนตัว" อชิระหรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดระหว่างพวกเขามักจะจุดประกายความเร่าร้อนบางอย่างขึ้นมาในบรรยากาศที่อึมครึมนี้เสมอ เขายื่นมือออกไปเกือบจะสัมผัสขอบโต๊ะสเตนเลสใกล้กับมือศพ ระยะห่างระหว่างเขากับธันวาลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ "อคติงั้นเหรอ?" อชิระกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นปะทะกับความเย็นเยียบของห้อง "ผมไม่ได้เดา หมอ... ผมแค่อ่านความเจ็บปวดที่มันทิ้งไว้ก่อนตาย ซึ่งบังเอิญว่า 'ศพ' ของคุณพูดเรื่องพวกนั้นไม่ได้" ธันวาขยับถอยหลังเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่สายตายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่มอย่างไม่ลดละ "ถ้าอย่างนั้น เชิญ 'อ่าน' ไอ้ความเจ็บปวดที่ว่านั่นจากปลายนิ้วที่หายไปนี่สิครับ สารวัตร... ถ้าคุณแน่จริง" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ธันวาก้มลงมองมือของศพอีกครั้ง พร้อมกับเตรียมอุปกรณ์เพื่อเก็บชิ้นเนื้อส่วนลึกที่อาจหลงเหลือดีเอ็นเอใต้เล็บ อชิระยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ มองทุกการเคลื่อนไหวด้วยสายตานักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ ทว่า ในจังหวะที่ปลายมีดผ่าตัดกำลังจะจรดลงบนผิวหนังบริเวณโคนเล็บของศพ เสียงฝีเท้าฝลั่งหนึ่งก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางประตูห้องชันสูตรที่ควรจะล็อกสนิท ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ร่างของเจ้าหน้าที่เวรเปลคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด "หมอธันครับ! สารวัตร!" เสียงหอบสะท้านเอ่ยขึ้นแทบไม่เป็นคำ "ฟิล์มเอกซเรย์ชุดแรกของช่องท้องศพ... ที่เพิ่งส่งมาจากห้องภาพเมื่อกี้... มัน... มันไม่ได้มีแค่กระดูกครับ!" ธันวากวาดสายตาคมกริบไปที่เจ้าหน้าที่ทันที วางมีดลงบนถาดสเตนเลสเกิดเสียงกระทบกันกังวาน "พูดให้ชัดเจน... มีอะไรอยู่ในนั้น?" เจ้าหน้าที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่สั่นเทาให้ "ในกระเพาะอาหารของศพ... มันมีชิ้นส่วนของรอยนิ้วมือมนุษย์อีกชุดหนึ่ง ที่ถูกกลืนลงไปก่อนตายครับ!" ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%