กลิ่นฟอร์มาลินเจือจางในห้องผ่าศพปลอดเชื้อไม่ได้ทำให้ประสาทสัมผัสของผมทื่อลงแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ปลายมีดสเตนเลสสตีลที่กรีดลงบนชั้นผิวหนังใต้ราวนมของร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้า กลับส่งเสียงกรีดร้องที่ดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงหอบหายใจของตัวผมเอง
"คุณกำลังทำลายหลักฐานทางจิตวิทยาชิ้นสุดท้าย ด้วยการเร่งรีบเอาความจริงจากซากเนื้อเน่าๆ พวกนั้นนะ หมอธัน"
เสียงทุ้มต่ำและติดจะห้วนกระด้างของอชิระดังขึ้นจากมุมมืดของห้องชันสูตร สารวัตรหนุ่มผู้มีตำแหน่งเป็นถึงจิตแพทย์อาชญากรประจำคดีนี้ไม่ได้สวมชุดป้องกันเชื้อโรค เขาเพียงยืนกอดอกพิงตู้เก็บเครื่องมือแพทย์ ดวงตาสีเข้มคมปลาบจดจ้องมาที่ผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ระหว่างความเย้ยหยันกับความกระหายใคร่รู้
ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากศพ ปลายมีดยังคงทำงานอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี "ความจริงทางนิติเวชศาสตร์ไม่เคยโกหกใคร สารวัตรอชิ... ต่างจากคำให้การของผู้ต้องสงสัยในห้องสอบสวนของคุณ ที่มักจะบิดเบี้ยวไปตามความกลัวและความเห็นแก่ตัว"
"แต่ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ฆ่าเพราะความโกรธเกรี้ยว" อชิระก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงจนกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวเขาลอยปะปนกับกลิ่นเคมี "รอยกรีดบนผิวหนังพวกนั้นมันจงใจสื่อสาร มันมีความหมายทางจิตวิทยาซ่อนอยู่ การที่คุณเอาแต่ก้มหน้าควานหาเศษชิ้นเนื้อและสารเคมี มันทำให้คุณพลาดภาพใหญ่ของฆาตกรรมครั้งนี้ไป"
ผมหยุดมือ ถอดถุงมือยางที่เปื้อนคราบเลือดสีคล้ำออกข้างหนึ่ง แล้วหันไปเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างเราในห้องผ่าศพแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและแรงดึงดูดประหลาดที่มักจะก่อตัวขึ้นทุกครั้งที่เราถกเถียงกันในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
"ภาพใหญ่ที่คุณว่า มันกินได้ไหมครับ สารวัตร?" ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท นัยน์ตาหลังแว่นกรอบบางมองทะลุปรุโปร่งถึงความเย่อหยิ่งในสัญชาตญาณของอีกฝ่าย "ฆาตกรอาจจะมีความซับซ้อนทางจิตใจอย่างที่คุณหลงใหล แต่ท้ายที่สุดแล้ว ร่างกายมนุษย์ก็เป็นแค่เครื่องจักรชีวภาพ เมื่อมันหยุดทำงาน มันจะทิ้งร่องรอยทางเคมีที่ปฏิเสธไม่ได้เอาไว้เสมอ และนั่นคือหน้าที่ของผม... ไม่ใช่การมานั่งวิเคราะห์ปมด้อยในวัยเด็กของฆาตกร"
อชิระหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย เขายื่นมือเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร ปลาย นิ้วเรียวยาวเกือบจะแตะโดนขอบถาดสเตนเลสที่บรรจุชิ้นเนื้อเยื่อซึ่งผมเพิ่งแล่ออกมาจากศพ
"คุณมันพวกไร้หัวใจโดยสมบูรณ์แบบจริงๆ หมอธันวา" เขาพึมพำ ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ใบหน้าเรียบเฉยของผมไล่ลงมายังคราบเลือดจางๆ บนเสื้อกาวน์ "บางครั้งผมก็สงสัยว่า ถ้าวันหนึ่งคุณกลายมานอนอยู่บนโต๊ะนี้เอง คุณจะยังเย็นชาใส่ความตายได้อยู่หรือเปล่า"
"ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ ผมคงหวังว่าคนที่จะมาชันสูตรศพผม จะไม่ใช่คนที่เอาแต่ใช้สัญชาตญาณอย่างไร้เหตุผลแบบคุณนะครับ" ผมตอบกลับทันควัน โดยไม่หลบสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงของเขา
บรรยากาศระหว่างเราตึงเครียดจนแทบจะจุดประกายไฟได้ ช่องว่างระหว่างความเป็นความตายและแรงปรารถนาทางจิตวิญญาณถูกบีบอัดจนเหลือน้อยนิด แต่ก่อนที่เราจะได้ต่อบทสนทนาเชือดเฉือนกันไปมากกว่านั้น เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องมือวิเคราะห์โครมาโทกราฟีของห้องปฏิบัติการเคมีด้านหลังก็ดังขึ้น ขัดจังหวะสายตาที่กำลังตรึงตรึงกันอยู่
ผมหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงผลกราฟิกพีคของสารเคมี ผลการวิเคราะห์ชิ้นเนื้อเยื่อบริเวณหน้าอกของเหยื่อเพิ่งประมวลผลเสร็จสิ้น
อชิระขมวดคิ้วเดินตามผมมาติดๆ เขามองตัวเลขและชื่อสารประกอบที่ปรากฏขึ้นบนจอ "นั่นมันอะไร? ผมไม่เคยเห็นชื่อสารเคมีพวกนี้ในคดีฆาตกรรมทั่วไป"
ผมหยิบแว่นขึ้นมาสวมให้กระชับ นัยน์ตาหลังเลนส์หรี่ลงด้วยความประหลาดใจที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งEก
"ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะไม่รู้จักครับ สารวัตร..." ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความดังลงโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าความลับบางอย่างจะหลุดรอดออกไป "นี่คือสารประกอบโพลีเมอร์สังเคราะห์ผสมสารละลายไอโซโทปหายาก... มันเป็นสารเคมีเกรดเดียวกับที่ใช้ในห้องปฏิบัติการวิจัยลับของบริษัทเวชภัณฑ์ข้ามชาติ และไม่อนุญาตให้จำหน่ายทั่วไปในท้องตลาดเด็ดขาด"
อชิระเงียบไป อารมณ์ดิบเถื่อนและท่าทีขวางโลกก่อนหน้านี้มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยประกายตาแห่งความตระหนักรู้ที่คมกริบ "หมายความว่า... เหยื่อไม่ได้ถูกฆ่าจากความแค้นส่วนตัว หรืออารมณ์ชั่ววูบตามตำราจิตวิทยาอาชญากรรมทั่วไปอย่างที่ผมคิดสินะ?"
"ถูกต้องครับ" ผมหันไปสบตากับเขา ชั่วขณะนั้นมีความเห็นพ้องต้องกันเกิดขึ้นระหว่างเราอย่างเงียบๆ "นี่ไม่ใช่ฆาตกรรมจากความวิปริตทางจิตใจ แต่มันคือ 'การทดลอง' ที่กระทำโดยผู้มีอิทธิพลและเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูง และศพนี้... คือความล้มเหลวของการทดลองที่พวกมันจงใจทิ้งเอาไว้"
ผมก้มลงมองเศษเนื้อชิ้นเล็กๆ ในถาดสเตนเลสอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้ความเย็นชาของผม บัดนี้มีความตื่นตัวระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมา ฆาตกรรายนี้ไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของสังคม แต่พวกมันนั่งอยู่บนยอดตึกสูงที่มองไม่เห็นหัวประชาชน
ทว่า ในวินาทีที่เราคิดว่ากำลังกุมเบาะแสสำคัญเพื่อกระชากหน้ากากฆาตกร เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักของห้องชันสูตรที่ควรจะเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลความปลอดภัยของโรงพยาบาล กลับกะพริบเป็นสีแดงฉานอย่างไร้สาเหตุ ไฟล์ข้อมูลผลวิเคราะห์สารเคมีหายากทั้งหมดบนหน้าจอเริ่มถูกเข้ารหัสล็อกทีละบรรทัดต่อหน้าต่อตาเรา โดยฝีมือของแฮกเกอร์ปริศนาที่เจาะระบบเข้ามาจากภายนอก!
นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 5
เงื่อนงำจากเศษเนื้อ
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!