แสงสีแดงฉานจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักสาดทาบลงบนใบหน้าคมสันของผมและสารวัตรอชิระอย่างดุดัน ราวกับเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เราเพิ่งไขว่คว้ามาได้ เสียงรัวแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่งของผมแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอก ทว่านิ้วมือที่เคยบังคับเครื่องมือผ่าตัดได้อย่างแม่นยำกลับรู้สึกเย็นเฉียบเมื่อเห็นแถบโหลดข้อมูลการเข้ารหัสวิ่งไปถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
"อย่าหวังว่าจะได้ไป..." ผมพึมพำลอดไรฟัน พร้อมกับกระชากสายแลนออกจากตัวเครื่องเพื่อตัดวงจรการเชื่อมต่อภายนอกทันที
พรึบ!
หน้าจอดับวูบ ความมืดโรยตัวลงปกคลุมห้องชันสูตรชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของชายสองคนในพื้นที่ปิดตาย กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นอายความตายผสมปนเปไปกับความตึงเครียดที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ สารวัตรอชิระที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางเครื่องมือแพทย์อยู่มุมห้อง ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายกบุหรี่ขึ้นคาบไว้ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะด้วยความระaอในแบบฉบับของจิตแพทย์ผู้มองเห็นความบิดเบี้ยวของมนุษย์เป็นเรื่องปกติ
"ใจเย็นน่า หมอธัน... แฮกเกอร์ฝีมือระดับนี้ ไม่ได้มาเพื่อทำลายข้อมูลทิ้งหรอกครับ" อชิระพ่นควันสีเทาจาง, ออกมาอย่างเชื่องช้า "มันแค่ 'ส่งสัญญาณ' เตือนเราต่างหาก ว่าพวกเรากำลังเดินเหยียบหางเสือเข้าใกล้ความจริงที่พวกมันไม่อยากให้แตะต้องเกินไป"
ผมหันไปมองสบตากับเขา แววตาของผมแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความระแวง "คุณพูดง่ายนี่สารวัตร เพราะข้อมูลสารเคมีชนิดนั้นคือ 'รอยนิ้วมือเชิงเคมี' ของฆาตกรที่ผมใช้เวลาค่อนคืนวิเคราะห์... และตอนนี้ มันหายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนอนบ่อนไส้มันอยู่ข้างนอก หรือยืนหายใจรดต้นคอเราอยู่ข้างในกันแน่"
ผมจงใจเน้นคำหลัง เพื่อส่งสัญญาณเตือนให้เขารู้ว่า ผมไม่ได้ไว้ใจตำรวจคนไหนในสถานีนี้ แม้กระทั่งสารวัตรหนุ่มผู้มีพฤติกรรมดิบเถื่อนและคาดเดาไม่ได้คนนี้ก็ตาม
อชิระหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องไปทั่วห้องชันสูตร เขาเดินเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนผมได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่ผ่านสนามชีวิตมาอย่างโชกโชน ดวงตาคมกริบของจิตแพทย์คู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของผม ราวกับกำลังพยายามผ่าตัดจิตใจผมด้วยมือเปล่า
"ระแวงเก่งสมเป็นนิติพยาธิแพทย์ผู้ไม่ศรัทธาในมนุษยชาติจริงๆ นะครับ" อชิระโน้มตัวเข้ามาใกล้กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่า "แต่เชื่อผมเถอะ ถ้าผมเป็นหนอนบ่อนไส้ที่คุณว่า... คุณคงไม่ได้ยืนเถียงกับผมอยู่ตรงนี้หรอก หมอ"
บรรยากาศระหว่างเราอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง เราต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญในโลกของความตายและการเสแสร้ง แต่การต้องมาทำงานร่วมกันครั้งแรกภายใต้สถานการณ์ที่ถูกลอบกัดเช่นนี้ ทำให้ความระแวงกลายเป็นเกราะป้องกันตัวที่หนาเตอะ
ผมเบือนหน้าหนีจากสายตาคู่นั้น ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะไม่อยากให้เขาอ่านความรู้สึกที่กำลังสั่นคลอนภายในใจ ผมเดินกลับไปที่โต๊ะชันสูตร ร่างไร้ชีวิตของเหยื่อยังคงนอนสงบนิ่งอยู่ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวโพลน แม้ข้อมูลดิจิทัลจะถูกลบเลือน แต่ศพตรงหน้ายังไม่เคยโกหกใคร
"ในเมื่อข้อมูลถูกล็อก เราก็ต้องกลับไปหาต้นตอทางกายภาพ" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ดึงสكลับเข้าสู่โหมดการทำงาน "ฆาตกรไม่ได้ฉีดสารเคมีเข้าร่างกายเหยื่อผ่านอากาศ มันต้องมีร่องรอยการฉีด การดูดซึม หรือปฏิกิริยาใต้ชั้นผิวหนังที่ระบบดิจิทัลลบออกไม่ได้"
อชิระหุบยิ้มกวนๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นในเสี้ยววินาที เขารู้ทันทีว่าผมกำลังสื่อถึงอะไร จิตแพทย์หนุ่มก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะชันสูตรฝั่งตรงข้าม ใช้มือสวมถุงมือยางหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดเขม่าควันออกจากนิ้ว แล้ววางมือทาบลงบนขอบโต๊ะเหล็ก
"คุณกำลังจะบอกว่า ต่อให้พวกมันลบฐานข้อมูลทิ้ง แต่ร่องรอยทางชีววิทยาบนศพรายนี้ ยังเก็บ 'ความลับ' ที่พวกมันซ่อนไว้ไม่มิด... ใช่ไหมครับ" อชิระถาม สรุปประเด็นด้วยความฉลาดเฉียบคมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางดิบเถื่อน
"ถูกต้องครับ" ผมหยิบมีดผ่าตัดสเตนเลสขึ้นมา แสงไฟสะท้อนคมมีดวาววับ "สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ คือการผ่าตัดชั้นเนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกฉีดสารเคมีซ้ำเป็นครั้งที่สอง เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อสดไปตรวจวิเคราะห์ด้วยปฏิกิริยาทางเคมีแบบดั้งเดิม... วิธีที่แฮกเกอร์หน้าไหนก็บล็อกไม่ได้"
การทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการเริ่มต้นขึ้นในวินาทีนั้น ท่ามกลางความระแวงที่ยังคงคุกกรุ่น ผมลงมือกรีดปลายมีดลงบนผิวหนังของเหยื่อด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาตามแนวรอยแผล ในขณะที่อชิระทำหน้าที่ยืนประกบ คอยใช้คีมถ่างขยายเนื้อเยื่อและส่องไฟฉายนำทางให้ผมอย่างรู้ใจ แม้เราจะไม่ได้พูดคุยกัน แต่จังหวะการหายใจและการเคลื่อนไหวของมือทั้งสองคู่กลับสอดประสานกันอย่างประหลาด ราวกับนักล่าสองตัวที่จำต้องร่วมมือกันชั่วคราวเพื่อลากเหยื่อออกจากถ้ำมืด
"ตรงนั้น..." อชิระเอ่ยขึ้นเบาๆ พร้อมกับใช้นิ้วเคาะลงที่ขอบกระดูกซี่โครงของเหยื่อ "ลองเช็กที่ผนังเยื่อหุ้มปอดด้านในดูสิครับ หมอธัน ผมสังเกตเห็นรอยฟกช้ำผิดรูปที่เกิดจากแรงกดทับก่อนตาย มันไม่น่าจะเกิดจากการฆาตกรรมทั่วไป แต่มันเหมือนร่องรอยของการ... ถูกพันธนาการด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่าง"
ผมชะงักปลายมีดในมือ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ผมก้มลงใช้แว่นขยายส่องตามจุดที่เขาชี้ และพบความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นไขมัน—รอยกดทับรูปทรงเรขาคณิตที่เกิดจากโลหะผสมไทเทเนียม ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะในห้องทดลองลับระดับสูงเท่านั้น!
ความระแวงในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นตะลึง ข้อมูลนี้ชี้เป้าไปยังกลุ่มคนที่มีอำนาจและอิทธิพลเกินกว่าที่ตำรวจท้องถิ่นจะแตะต้องได้
ผมหันไปสบตากับอชิระอีกครั้ง ในแววตาของสารวัตรหนุ่มไม่มีความขี้เล่นเหลืออยู่ มีเพียงประกายความดุดันของนักล่าที่เจอเป้าหมายใหญ่ และความพึงพอใจที่ได้เห็นว่าการตัดสินใจร่วมมือกับนิติพยาธิแพทย์เย็นชาคนนี้ไม่ใช่เรื่องสูญเปล่า
"ดูท่าทาง..." อชิระพูดเสียงต่ำ พลางโน้มตัวเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ "เราเพิ่งเปิดประตูห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยศพเน่าเฟะของคนใหญ่คนโตเข้าให้แล้วล่ะครับ หมอ"
ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากตอบโต้อะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยของโรงพยาบาลก็ดังสนั่นหวั่นไหว! แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวนสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกห้องชันสูตร พร้อมกับเสียงฝีเท้าจำนวนมากที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาทางประตูหน้าอย่างเร่งรีบ!
ประตูห้องชันสูตรที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสความปลอดภัยขั้นสูงสุด ค่อยๆ ส่งเสียงกลไกปลดล็อกดัง "คลิก" เบาๆ... ก่อนที่บานประตูกลเหล็กจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ
นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 6
รอยร้าวที่มองเห็น
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!