นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ•ตอนที่ 11

บาดแผลที่ไม่มีใครเห็น

ผลงานโดย ดร.นิติเวช
กลิ่นน้ำมันเบรกไหม้เกรียมคละคลุ้งปะปนกับไอฝนที่เพิ่งซาเม็ดลงบนพื้นยางมะตอย เสียงเครื่องยนต์ของรถซีดานคันหรูส่งเสียงคำรามครวญครางเฮือกสุดท้าย ก่อนที่มันจะพุ่งทะยานผ่านแนวโค้งหักศอกของสะพานข้ามแยกด้วยความเร็วที่เหนือกว่าขีดจำกัดทางฟิสิกส์จะรองรับ ภายในห้องโดยสาร… อากาศเบาบางลงจนแทบหายใจไม่ออก หมอธันวา หรือที่ใครต่อใครเรียกติดปากว่านิติพยาธิแพทย์ผู้เย็นชา กำลังเผชิญหน้ากับความตายที่คืบคลานเข้ามาอย่างไร้ความปรานี พวงมาลัยรถสั่นสะเทือนรุนแรงจนมือเรียวที่มักจะถือมีดผ่าศพอย่างมั่นคงในห้องชันสูตร บัดนี้กลับสูญเสียการควบคุม ระบบบังคับเลี้ยวขัดข้องอย่างกะทันหัน—น้ำมันเบรกถูกปล่อยทิ้งจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่ทางลงอุโมงค์เมื่อสามกิโลกรัมก่อน นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางกลไก แต่มันคือ “ฆาตกรรมอำพราง” ที่ออกแบบมาเพื่อบดขยี้กระดูกของเขาให้ละเอียดคาซากเหล็ก เบื้องหน้าคือราวสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก และเบื้องล่างคือความมืดมิดของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเชี่ยวกราก “บัด਼ซบเอ้ย…” เสียงทุ้มต่ำสบถลอดไรฟัน ดวงตาคมกราบภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบฉายแววตื่นตระหนกเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความนิ่งงันตามสัญชาตญาณของคนที่คุ้นเคยกับการมองความตายมานับพันครั้ง เขาไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา แต่ในพื้นที่จำกัดเช่นนี้ ร่างกายและสมองกลับประมวลผลได้ช้าลงอย่างน่าประหลาด ครึ่งวินาที… ก่อนที่ล้อหน้าจะฟาดเข้ากับแท่งแบริอดยักษ์ *เอี๊ยดดดดด—โครม!* แรงกระแทกมหาศาลเหวี่ยงร่างของธันวาอัดเข้ากับพวงมาลัย ถุงลมนิรภัยระเบิดออกปกป้องชีวิตไว้ได้ทันท่วงที แต่แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางกลับทำให้รถหมุนคว้างกลางอากาศ ก่อนจะฟาดส่วนท้ายลงกับพื้นสะพานอย่างรุนแรงจนกระจกหน้ารถแตกละเอียดเป็นเม็ดข้าวโพด เศษแก้วคมกริบโปรยปรายลงราวกับสายฝนสีเงินบาดผิวเนื้อจนเลือดสีสดซึมไหล ในวินาทีที่รถกำลังจะพลิกคว่ำตกจากสะพานสูงชัน รถกระบะยกสูงสีดำสนิทคันหนึ่งพุ่งทะยานเข้ามาประชิดราวกับภูตผี *เอี๊ยด!* เสียงเบรกกะทันหันกรีดร้องบาดแก้วหู ร่างของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดแจ็กเก็ตหนังเซอร์ๆ กระโดดลงจากรถกระบะที่ยังไม่ทันจอดสนิท ดวงตาคมกริบดุดันคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก—อชิระ สารวัตรจิตแพทย์อาชญากรผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร บัดนี้หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นสภาพรถของธันวาคาอยู่บนขอบสะพานที่สั่นคลอน “ธันวา!” เสียงทุ้มต่ำตะโกนก้องแข่งกับเสียงลม อชิระไม่รอช้า เขาส่งร่างหนาของตัวเองพุ่งเข้าไปกระชากประตูฝั่งคนขับที่บิดเบี้ยว แรงมหาศาลจากสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านทำให้เขาใช้ไหล่กระแทกบานประตูเหล็กจนหลุดออกจากบานพับ กลิ่นควันไฟและน้ำมันฉุนกึกเตะจมูก “คุณ… เข้ามาทำไม” ธันวาไอโขลกออกมาเป็นเลือด ดวงตาปรือปรบมองคนตรงหน้าด้วยความยากลำบาก สติของเขาเริ่มเลือนราง พิษจากสารเคมีบางชนิดที่ถูกปนเปื้อนในกาแฟเมื่อช่วงเย็นกำลังออกฤทธิ์กัดกินระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงจนขยับแทบไม่ไหว “หุบปากแล้วส่งมือมา!” อชิระคำรามเสียงกร้าว แววตาดิบเถื่อนที่มักจะใช้กดดันผู้ต้องหา บัดนี้สั่นไหวด้วยความร้อนรนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของนิติพยาธิแพทย์ ดึงกระชากร่างที่ไร้เรี่ยวแรงออกมาจากซากรถที่กำลังส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเตรียมดิ่งลงสู่เบื้องล่าง *โครมคราม!* เศษคอนกรีตร่วงหล่นลงแม่น้ำทันทีที่ทั้งคู่กลิ้งหลบออกมาพ้นรัศมีอันตราย อชิระกอดรัดร่างของธันวาไว้แน่น กลิ่นกายเฉพาะตัวของจิตแพทย์หนุ่มผสมผสานกับกลิ่นฝนและควันบุหรี่จางๆ ลอยปะทะนาสิกของธันวา ขณะที่ทั้งคู่นอนหอบหายใจโยนตัวอยู่บนพื้นฟุตปาธที่เปียกชื้น หัวใจของคนทั้งสองเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก แต่มันไม่ใช่แค่ความกลัวจากความตาย… มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่ปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ ระหว่างความเป็นกับความตาย “คุณนี่มัน… สร้างแต่เรื่องให้ผมต้องตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย” อชิระพ่นลมหายใจออกทางจมูก น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่ สายตาคมกวาดมองสำรวจบาดแผลตามใบหน้าและลำตัวของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว “ผม… ไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย…” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้และฤทธิ์ยา แต่ทิฐิในฐานะนิติพยาธิแพทย์ผู้หยิ่งทะนงไม่ยอมลดราวาศอกให้ใคร แม้กระทั่งในยามที่ลมหายใจรดต้นคอความตาย “ปล่อย… ผมยืนเองได้” “ยืนไหวเหรอ หมอ?” อชิระแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตาดิบเถื่อนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่รั้นระคนอ่อนล้า “สภาพคุณตอนนี้ ต่อให้มดไต่ก็คงผลักคุณตกสะพานได้แล้ว… บอกผมมาสิว่าใครเป็นคนทำ” ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น รสเค็มปร่าของเลือดทําให้รับรู้ถึงความเจ็บปวด แต่ความเจ็บปวดทางกายยังน้อยกว่าความจริงที่เขาเพิ่งค้นพบจากศพในห้องชันสูตรเมื่อบ่ายวันนี้ “คุณคิดว่าอุบัติเหตุเหรอครับ สารวัตร?” ธันวาฝืนยسهมุมปาก รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนคราบเลือด “น้ำมันเบรกถูกตัดด้วยเครื่องมือแพทย์ความละเอียดสูง… รอยตัดเรียบกริบแบบนั้น มีแค่คนในโรงพยาบาลเดียวกันเท่านั้นที่ทำได้” อชิระหรี่ตาลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นในพริบตา สัญชาตญาณจิตแพทย์อาชญากรเริ่มทำงาน เขาประมวลผลคำพูดและท่าทีของธันวา “หมายความว่า… ฆาตกรไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าคุณ แต่ต้องการขัดขวางผลชันสูตรศพเมื่อวานนี้?” “ถูกต้องครับ” ธันวาพยักหน้าน้อยๆ แม้จะเริ่มหน้าซีดเซียวลงทุกที “ศพของเหยื่อรายล่าสุด… ไม่ได้ตายเพราะหัวใจล้มเหลวตามใบมรณบัตร แต่มีสารพิษชนิดหายากในกระแสเลือด ซึ่งสารพิษตัวนั้น… ถูกสั่งซื้อโดยตรงจากห้องปฏิบัติการลับของ ‘ใครบางคน’ ในกระทรวง” อชิระนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขารู้ดีว่าคดีนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เน่าเฟะยิ่งกว่าศพเน่าอืดในห้องดับจิต แต่การที่อีกฝ่ายกล้าลงมือถึงขั้นเอาชีวิตหมอธันวาบนท้องถนน แสดงว่าเครือข่ายนี้ต้องมีอำนาจมหาศาล “งั้นเราคงต้องคุยกันยาวแล้วล่ะ หมอ” อชิระเอื้อมมือไปประคองแผ่นหลังของธันวาให้ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง แม้ปากจะพูดจาถางถาง แต่สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นกลับถ่ายทอดความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด “ขึ้นรถผม… ผมจะพาคุณไปที่ที่ปลอดภัยที่สุด” “ที่ไหน?” ธันวาขมวดคิ้วสงสัย “เซฟเฮาส์ลับของผม… ที่ไม่มีใครหน้าไหนในกรมตำรวจหรือโรงพยาบาลของคุณตามหาเจอ” อชิระกระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์แฝงความหมายลึกซึ้งที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจธันวาผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง รถกระบะสีดำพุ่งทะยานฝ่าความมืดของสายฝนออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงซากรถพังยับเยินบนสะพานและความเงียบงันของค่ำคืน ทว่า… ภายในรถกระบะคันนั้นเอง ขณะที่อชิระกำลังขับรถมือหนึ่งและใช้มืออีกข้างหยิบแฟ้มคดีขึ้นมาเปิดดู ธันวากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งเบาะหลัง ท่ามกลางเอกสารและอุปกรณ์สนามของสารวัตรอชิระ มีสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งหล่นอยู่ หน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้เผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่ง… ภาพถ่ายของเหยื่อรายแรกในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อน ซึ่งเป็นคดีที่ถูกปิดตายไปแล้วโดยอ้างว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่วงกลมสีแดงที่ถูกขีดเขียนด้วยปากกาหมึกสีแดงบนใบหน้าของเหยื่อในภาพนั้น… กลับถูกวาดขึ้นด้วยลายมือเดียวกับรายงานการชันสูตรศพของธันวาเอง ดวงตาคมของนิติพยาธิแพทย์หันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้ทันที หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความเร่าร้อน บัดนี้กลับเย็นเยียบลงจนน่ากลัว “สารวัตร…” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบคม บรรยากาศในรถกดดันจนแทบหายใจไม่ออก “รูปนี้ในรถคุณ… ทำไมถึงมีลายมือของผมที่ถูกเขียนไว้ก่อนที่เราจะรู้จักกันเสียอีก?” -------------------------------------------------------------- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติพยาธิแพทย์สายเย็นชากับจิตแพทย์สายดิบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%