เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 4

ประโยคเด็ดเผ็ดร้อน

ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
“ถ้าสมองของวิศวกรโครงสร้างระดับหัวกะทิยังประมวลผลการจัดวางเสาเข็มในจุดที่รับโหลดน้ำหนักมากที่สุดไม่ได้ ก็ควรพิจารณาตัวเองนะคะว่าตั๋วใบอนุญาตประกอบวิชาชีพนั่นน่ะ ได้มาด้วยความสามารถหรือใช้วิธีอื่นกันแน่” เสียงหวานที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น รินทร์ยืนกอดอก แผ่นหลังเหยียดตรง เขาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อยที่ถูกอาคเนย์จ้องมองด้วยสายตาดุจพญาเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ อาคเนย์ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามแขนกำยำ ก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาประชิดตัวรินทร์จนช่องว่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของอัลฟ่าระดับสูงที่แฝงด้วยความเย็นชาปะทะเข้ากับจมูกของคนตัวเล็กกว่า รินทร์ทำเพียงเชิดหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นโดยไม่หลบเลี่ยง “ปากดีจังนะรินทร์” เสียงทุ้มต่ำสั่นประสาทกระซิบชิดใบหู “อยากลองดีจนลืมไปแล้วหรือไงว่าในห้องนี้ ใครกันแน่ที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องโครงสร้างทั้งหมด” “อำนาจที่ได้มาเพราะบารมีครอบครัว กับอำนาจที่ได้มาเพราะความสำเร็จของเนื้องาน มันให้ความรู้สึกต่างกันนะคะคุณอาคเนย์” รินทร์แค่นยิ้มมุมปาก “แปลนชั้นสี่ที่ฉันแก้ไป คุณอ่านมันกี่รอบคะ? หรือมัวแต่เสียเวลามองหาข้อผิดพลาดที่ไม่มีอยู่จริงจนลืมดูว่าสิ่งที่คุณเรียกว่า ‘ความสมบูรณ์แบบ’ น่ะ มันกำลังจะถล่มลงมาทับหัวคนงานทั้งไซต์งานเพราะความอีโก้จัดของคุณเอง!” คนทั้งห้องประชุมที่นั่งอยู่ก่อนหน้าต่างพากันกลั้นหายใจ บรรยากาศกดดันจนแทบจะคว้ามีดมาตัดได้ รินทร์ไม่สนสายตาใคร เขาเลื่อนแท็บเล็ตไปตรงหน้าอาคเนย์ นิ้วเรียวชี้จุดที่ถูกไฮไลต์สีแดงฉานไว้ “ดูนี่... แรงเฉือนตรงจุดเชื่อมต่อ ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้เหล็กเกรดเดิมตามสเปกเก่าที่วางไว้ วิศวกรคนอื่นอาจจะมองข้าม แต่ถ้าคุณเป็นอาคเนย์คนนั้นจริงๆ คุณต้องรู้ว่าค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวของวัสดุมันไม่สอดคล้องกัน” อาคเนย์ก้มลงมองภาพร่างบนหน้าจอ ดวงตาคมกริบไล่สายตาไปตามตัวเลขและสัญลักษณ์เชิงวิศวกรรมที่รินทร์คำนวณมาอย่างละเอียด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากของอัลฟ่าหนุ่มจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย แต่มันคือรอยยิ้มของคนที่เพิ่งเจอคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อ “มั่นใจมากสินะ?” อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตาที่มองรินทร์กลับเปลี่ยนไป มันมีความวาวโรจน์บางอย่างที่คนเป็นโอเมก้าอย่างรินทร์สัมผัสได้ถึงอันตราย “ถ้าสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง ฉันจะยอมรับคำวิจารณ์นี้ แต่ถ้าฉันพิสูจน์ได้ว่าเธอแค่พยายามจะเอาชนะด้วยการปั่นหัวคนในทีมล่ะก็...” เขาทิ้งช่วงจังหวะการพูดจนน่าใจหาย มือหนาเอื้อมมาจับขอบโต๊ะ กักขังรินทร์ไว้ในวงแขนกว้าง “ฉันจะสั่งพักงานเธอทันที และเราสองคนคงต้องไปเคลียร์เรื่อง ‘ความรับผิดชอบ’ กันเป็นการส่วนตัว ในพื้นที่ที่ไม่มีใครมารบกวน” “งั้นก็เริ่มตรวจสอบตอนนี้เลยสิคะ” รินทร์ตอบกลับทันควัน ไม่มีความกลัวฉายชัดในแววตา “หรือคุณกลัวว่าถ้าผลออกมาว่าฉันถูก คุณจะเสียหน้าจนวางตัวไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง?” “รินทร์!” อาคเนย์คำรามเบาๆ ความอดทนที่เคยมีเริ่มร่อยหรอเมื่อความดื้อรั้นของคนตรงหน้ากระตุ้นสัญชาตญาณความคลั่งรักให้พุ่งพล่าน เขาอยากจะจับคนตัวดีมาจัดการให้เข็ดหลาบ แต่ในขณะเดียวกันก็หลงใหลในความกล้าที่ไม่มีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้ ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเดือดจัด ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องประชุมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น หัวหน้าคนงานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมแผ่นพิมพ์เขียวในมือ “คุณอาคเนย์ครับ! แย่แล้วครับ... โครงสร้างชั้นสี่! จู่ๆ รอยร้าวก็ปรากฏขึ้นตรงจุดที่คุณรินทร์ระบุไว้เป๊ะเลยครับ! ถ้าเราไม่หยุดงานด่วน ผมว่าตึกได้ทรุดลงมาแน่!” ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความตื่นตระหนก อาคเนย์ผละออกจากรินทร์ทันที สีหน้าเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความเคร่งเครียดในฐานะวิศวกรผู้รับผิดชอบ เขารีบก้าวออกไปที่ประตู แต่ก่อนจะพ้นห้อง เขาหยุดชะงักและหันกลับมามองรินทร์ที่ยังยืนนิ่งอยู่ด้วยท่าทางมั่นคง “เธอ... มากับฉัน” อาคเนย์สั่งเสียงเข้ม “ถ้าตึกนี้พังลงมาเพราะการตัดสินใจผิดพลาดของฉัน อย่างน้อยฉันก็อยากให้คนฉลาดอย่างเธออยู่ข้างๆ เวลาที่ฉันต้องรับผิดชอบเรื่องนี้” รินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินตามไป แต่ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวเท้าพ้นธรณีประตู มือหนาของอาคเนย์ก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือรินทร์ไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นจนรับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย “อย่าเพิ่งดีใจไปรินทร์” อาคเนย์กระซิบข้างหูในระยะที่ชิดจนรินทร์สัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอัลฟ่า “พอจบเรื่องนี้ ต่อให้เธอจะเป็นคนช่วยชีวิตไซต์งานนี้ไว้... ฉันก็จะทวงคืน ‘คำพูด’ ทุกประโยคที่เธอใช้ตอกหน้าฉันในวันนี้... ทบต้นทบดอกเลยล่ะ” รินทร์ยังไม่ทันได้ตอบโต้ อุปกรณ์สื่อสารของอาคเนย์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวก็ส่งเสียงเตือนดังลั่นถี่ๆ เป็นสัญญาณแจ้งเตือนระบบเซฟตี้อัตโนมัติที่กำลังจะปิดตัวลงทั้งหมดภายในอาคาร ท่ามกลางความโกลาหลนั้น อาคเนย์ดึงรินทร์เข้ามาชิดตัวจนแผ่นหลังคนตัวเล็กกระแทกเข้ากับอกแกร่ง ก่อนที่แสงไฟในอาคารจะดับพรึ่บลงสนิท เหลือเพียงแสงสลัวจากไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่สาดส่องลงบนใบหน้าของทั้งคู่ “ห้ามห่างจากตัวฉันเด็ดขาด” เสียงอาคเนย์เข้มงวดและแฝงไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “เพราะข้างนอกนั่น... ไม่ได้มีแค่รอยร้าวที่โครงสร้างหรอกนะ ที่กำลังจะพังลงมา” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังจะปะทุขึ้นในบทถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%