เสียงคลิกเมาส์ครั้งสุดท้ายดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัดของชั้นสถาปัตยกรรมในยามวิกาล บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่คือโมเดลสามมิติของอาคารพาณิชย์ที่กำลังถูกรื้อถอนและปรับปรุงโครงสร้างใหม่ แต่บรรยากาศในห้องประชุมตอนนี้ไม่ได้ตึงเครียดด้วยเรื่องงานเหมือนเมื่อช่วงหัวค่ำ หากแต่มันถูกครอบงำด้วยแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น แรงกดดันที่ลอยวนอยู่ในอากาศราวกับกลุ่มควันจางๆ ของฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ป่าฝนอันดุดัน ที่ผสมผสานเข้ากับกลิ่นเปปเปอร์มินต์เย็นยะเยือกของรินทร์อย่างแปลกประหลาด
รินทร์ขยับตัวด้วยความอึดอัด ปลายปากกาเรียวในมือหมุนวนไปมาเร็วขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะตั้งแต่ประโยคคำสั่งเด็ดขาดของอัลฟ่าหนุ่มเมื่อครู่... *“ห้ามห่างจากตัวฉันเด็ดขาด... เพราะข้างนอกนั่น... ไม่ได้มีแค่รอยร้าวที่โครงสร้างหรอกนะ ที่กำลังจะพังลงมา”*
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าเหตุการณ์ตึกสั่นสะเทือนจากงานก่อสร้างฝั่งตรงข้ามจะสงบลงไปร่วมชั่วโมงแล้วก็ตาม
อาคเนย์นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อและเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับวิศวกรสนาม ดวงตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นไม่ได้ละไปจากใบหน้าเนียนใสของคนตรงข้ามเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขานั่งไขว่ห้าง กอดอกมองโอเมก้าปากเก่งที่พยายามตีหน้าขรึมทำเป็นสนใจแต่แบบแปลนตรงหน้า ทั้งที่ใบหูทั้งสองข้างแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอขาวผ่อง
"ถ้ามองแล้วแบบมันจะเสร็จเองได้ ฉันคงไม่ต้องมานั่งแก้ไลน์โครงสร้างให้คุณรอบที่สามหรอกนะ คุณสถาปนิก"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นลายพรางความเย้าแหย่ รินทร์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตวัดสายตาคมกลับไปทันที
"ใครขอให้คุณมาช่วยแก้ไม่ทราบคะ วิศวกรอาคเนย์ ฉันแค่วางแปลนไว้รอบครอบดีอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณมีปัญหาเรื่องสายตา มองไม่เห็นความสมบูรณ์แบบในงานของฉัน ก็ควรไปกินวิตามินบำรุงสายตาซะนะ ไม่ใช่มานั่งจ้องหน้าคนอื่นแบบนี้ มันเสียมารยาทค่ะ"
รินทร์เชิดหน้าขึ้นเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะรู้ดีว่าคำนวณโครงสร้างรอบนี้รอดตายมาได้ก็เพราะอีกฝ่ายช่วยตบแก้ให้จริงๆ
อาคเนย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าฟัง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของรินทร์อย่างรวดเร็ว จนโอเมก้าหนุ่มต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าที่พุ่งเข้าใส่ทำเอาสติของรินทร์กระเจิงไปชั่วขณะ
"ปากเก่งแบบนี้... น่าจับมัดแล้วโยนใส่รถกลับคอนโดด้วยกันจริงๆ" อาคเนย์โน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากรินทร์เพียงคืบ แววตาคู่นั้นไม่มีความเยชาชาหลงเหลืออยู่เลย มีแต่ประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความดุดัน "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ข้างนอกฝนก็เริ่มตกหนัก รถไฟฟ้าก็หมด คุณยังจะดื้อนั่งรั้นทำงานต่อให้เสร็จอีกเหรอ"
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีไปยังบานกระจกใสที่มีหยดน้ำฝนเกาะพราว ด้านนอกท้องฟ้ามืดมิดและมีเสียงฟ้าคำรามเบาๆ บรรยากาศรอบตัวช่างเป็นใจให้ความรู้สึกเปราะบางบางอย่างก่อตัวขึ้นในอก เขาพยายามรักษาเกราะกำบังของความเป็นมืออาชีพและสถานะโอเมก้าที่ต้องปิดบังเอาไว้ แต่การมีอาคเนย์เข้ามายืนประชิดในระยะประชิดตัวแบบนี้ มันทำเอาพลังป้องกันพังทลายลงทีละน้อย
"ฉันโตแล้วนะคะ ดูแลตัวเองได้ ไม่ได้จำเป็นต้องให้อัลฟ่าจอมเผด็จการมาคอยควบคุมทุกฝีก้าวหรอก" รินทร์ตอบเสียงแข็ง แต่เสียงนั้นกลับสั่นไหวเล็กน้อยทรยศความมั่น
อาคเนย์ไม่ตอบคำพูดนั้น เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของรินทร์ออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนก แต่กลับทำให้ผิวเนื้อที่ถูกสัมผัสร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก รินทร์ตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนเมื่อดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด
"รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงบอกว่าห้ามห่างจากตัว..." อาคเนย์กระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความจริงจังที่ทำเอารินทร์ขนลุกซู่ "ไม่ใช่เพราะกลัวตึกถล่มหรอกนะรินทร์..."
โอเมก้าหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "แล้ว... แล้วเพราะอะไรล่ะคะ"
"เพราะฉันกลัวว่า..." อาคเนย์เว้นจังหวะ ดวงตาคมเข้มทอดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี "...ถ้าปล่อยให้คุณคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว ฉันอาจจะทนเก็บความรู้สึกที่มีต่อคุณไม่ไหว แล้วเผลอทำเรื่องที่ทำให้คุณเกลียดหน้าฉันไปตลอดชีวิตก็ได้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัว ทำให้อุณหภูมิในห้องประชุมแคบๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน รินทร์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาของวิศวกรหนุ่มผู้แสนเย็นชาคนนี้ เคมีระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้าปะทะกันรุนแรงจนต่อมฟีโรโมนแทบควบคุมไม่อยู่ กลิ่นเปปเปอร์มินต์ของรินทร์หอมฟุ้งขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อตอบสนองต่อกลิ่นสนซีดาร์ที่โอบล้อมรอบกาย
รินทร์อ้าปากจะเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกประตูห้องทำงานโซนด้านนอกที่ควรจะปิดตายในยามวิกาลดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมแสงไฟฉายสว่างวาบ ตัดผ่านความมืดมิดเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องประชุม
"คุณอาคเนย์คะ... ยังอยู่ข้างในหรือเปล่าคะ พอดีทางนิติบุคคลแจ้งว่าระบบไฟฉุกเฉินโซน C มีปัญหา..."
เสียงหวานหยดย้อยของหญิงสาวดังขึ้น พร้อมกับบานประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ทันได้ตั้งตัว รินทร์ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ผลักแผงอกของอาคเนย์ให้ออกห่างจากตัวในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 5
ค่ำคืนที่ออฟฟิศ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!