เสียงแฟ้มเอกสารกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีดัง *ปัง* สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานกระจกใสที่ถูกปิดทึบด้วยม่านบังตา รินทร์สะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระโจนลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาขวางทางออก เอกสารในมือที่เขาเพิ่งค้นพบจากแฟ้มเก็บประวัติเก่าเก็บกำลังสั่นเทา อดีตที่พยายามฝังกลบไว้ใต้ดินลึกนับหลายปี กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าต่อตาในเวลาที่เปราะบางที่สุด
"คิดว่าจะซ่อนตัวตนจอมปลอมนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไง รินทร์... หรือควรเรียกว่าคุณสถาปนิกผู้สูงส่งผู้ไร้รอยด่างพร้อยดีล่ะ"
น้ำเสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของคนที่กุมความลับทั้งหมดไว้ในมือ ชายวัยกลางคนผู้เป็นอดีตหุ้นส่วนบริษัทเก่าจ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ กลิ่นฟีโรโมนกดขี่ของอัลฟ่าระดับสูงถูกปล่อยออกมาคุกคามรอบทิศทาง จนต่อมฟีโรโมนใต้ผิวหนังของรินทร์เริ่มร้อนผ่าวและสั่นสะท้าน โอเมก้าอย่างเขาถูกกดทับด้วยความหวาดกลัวจนลมหายใจสะดุด ขาทั้งสองข้างแทบก้าวไม่ออกเมื่อนึกถึงฝันร้ายที่กำลังจะย้อนกลับมาทำลายทุกสิ่งที่เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ
รินทร์กัดริมฝีปากจนห่อเลือด รวบรวมเศษ
เสี้ยวความมั่นใจทั้งหมดที่มีเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาจะสั่นเทาแค่ไหนก็ตาม "ถ้าคุณคิดจะเอาเรื่องสถานะของผมไปแบล็กเมล์เพื่อฮุบโปรเจกต์นี้ ฝันไปเถอะครับ... อ้อ ขอโทษที ติดปากพูดผิดไปหน่อย... ฝันไปเถอะค่ะ!" เขาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเผลอหลุดคำผู้ชายออกมา
"ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ... สมแล้วที่เป็นโอเมก้าชั้นต่ำที่ต้องปลอมตัวมาเหยียบหัวอัลฟ่าอย่างพวกเรา!" อีกฝ่ายย่างสามขุมเข้ามาใกล้ มือหนายื่นออกหมายจะกระชากแขนเรียวให้หลุดจากการกุมเอกสาร
*หมับ!*
ทว่า มือปริศนาอีกข้างกลับคว้าข้อมือของชายคนนั้นไว้กลางอากาศด้วยแรงบีบมหาศาล แรงปะทะรุนแรงจนเกิดเสียงข้อต่อลั่นกรอบ พร้อมกับกลิ่นฟีโรโมนป่าสนผสมพายุฝนอันดุดันและเยียบเย็นที่พุ่งทะลักเข้ากดทับบรรยากาศในห้องจนแทบหายใจไม่ออก อัลฟ่าสายดุผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินทร์กับภัยคุกคาม ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่ามองตรงไปยังผู้บุกรุกด้วยแววตานิ่งสนิทที่น่ากลัวยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยวเสียอีก
"มือสกปรก... อย่าเอามาแตะต้องคนของผม"
อาคเนย์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอดีตหุ้นส่วนหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ วิศวกรหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบในชุดสูทเข้ารูปไม่แม้แต่จะชายตามองคู่กรณีด้วยซ้ำ สายตาของเขาหันกลับมาสำรวจรวดเร็วที่ร่างบางของรินทร์ทันที มือใหญ่เอื้อมไปโอบเอวสอบเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ ดึงรินทร์เข้าสู่เซฟโซนอ้อมอกแกร่งที่ปลอดภัยที่สุดทันที
รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจปนความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงใบหน้า เขาพยายามจะผลักแผงอกกว้างออกตามสัญชาตญาณความปากแข็ง "ใครเป็นคนของคุณ... ปล่อยนะ อาคเนย์ ฉันยืนเองได้!"
"เงียบไปเลยรินทร์" อาคเนย์ดุเสียงเข้ม แววตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน "เรื่องบัญชีหนังหมาของคุณ เดี๋ยวเราค่อยเคลียร์กันยาวๆ ทีหลัง แต่ตอนนี้... ขอผมจัดการขยะชิ้นนี้ให้เสร็จก่อน"
วิศวกรหนุ่มหันกลับไปหาผู้บุกรุก รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ "ส่วนคุณ... ถ้ายังไม่อยากให้บริษัทของคุณล้มละลายภายในสามวินาทีนี้ ก็ไสหัวออกไปจากตึกของผมซะ แล้วจำไว้ให้ขึ้นใจว่า ต่อให้รินทร์จะเป็นสถานะไหน เขาก็คือคนที่ผมเลือก และใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ อดีตหุ้นส่วนหน้าซีดเผือดเพราะรู้ฤทธิ์เดชของอาคเนย์ดี รีบคว้าแฟ้มเอกสารของตัวเองแล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสองอีกครั้ง
รินทร์ยืนนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ความตึงเครียดเมื่อครู่ค่อยๆ มลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงลูบแผ่นหลังของเขาเบาๆ เพื่อปลอบประโลม เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอัลฟ่าหนุ่มที่มองลงมาด้วยแววตาซับซ้อน
"นาย... ได้ยินหมดแล้วใช่ไหม..." เสียงของรินทร์แผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี "ฉันไม่ใช่สถาปนิกอัลฟ่าอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ฉันเป็นแค่... โอเมก้าที่ต้องดิ้นรน..."
"แล้วยังไง?" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาจริงจังและหนักแน่นจนรินทร์ต้องชะงัก "คุณคิดว่าผมสนใจเรื่องพวกนั้นเหรอรินทร์? ต่อให้คุณจะเป็นโอเมก้า อัลฟ่า หรือเบต้า หรือจะเป็นอะไรก็ตามในโลกนี้ มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า... ผมคลั่งรักคุณไปแล้วทั้งใจ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอาสถาปนิกคนเก่งถึงกับพูดไม่ออก ใบงดงามขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับศัตรูเสียอีก รินทร์อ้าปากจะเถียงตามนิสัยเดิม แต่กลับถูกนิ้วเรียวของอาคเนย์แตะปิดริมฝีปากไว้เบาๆ
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น" อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่บนพวงแก้ม แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนล้ำลึกที่ทำเอาโอเมก้าใจยวบยาบ "จำคำพูดของผมไว้นะรินทร์ ไม่ว่าอดีตของคุณจะน่ากลัวแค่ไหน หรือใครจะพยายามขุดคุ้ยมันขึ้นมาทำลายคุณ... จำไว้ว่าข้างกายคุณตรงนี้ จะมีผมยืนอยู่ตรงนี้เสมอ ไม่ว่าวันข้างหน้ามันจะมีพายุลูกใหญ่อะไรโถมเข้ามาก็ตาม"
รินทร์เม้มปากแน่น น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาด้วยความตื้นตันที่อัดแน่นอยู่ในอก ความหวาดกลัวที่เคยเกาะกินหัวใจถูกปัดเป่าหายไปจนหมดสิ้นด้วยอ้อมกอดที่มั่นคงและอบอุ่นที่สุดในชีวิต
เขากำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตรายนี้ ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างของเลขาส่วนตัวของอาคเนย์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด
"ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ตอนนี้ข่าวเรื่องสถานะโอเมก้าของสถาปนิกหลักรินทร์ถูกส่งต่อไปยังบอร์ดบริหารชุดใหญ่ และ... และมีสำนักข่าวสายบันเทิงโทรมาขอสัมภาษณ์ด่วนหน้าตึกแล้วค่ะ!"
--------------------------------------------------
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางความฟินกับความคลั่งรักของคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันนะคะ*
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 17
ก้าวข้ามผ่านนิยาม
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!