กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารในมุมอับของคาเฟ่กึ่งบาร์ย่านทองหล่อดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งขับเน้นความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศให้เด่นชัดขึ้นจนน่าอึดอัด
"เธอคิดอะไรอยู่, รินทร์?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกังวลระคนไม่พอใจดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม นัยน์ตาคมกริบของ ‘ธนา’ รุ่นพี่สมัยมหาวิทยาลัยและอดีตเพื่อนร่วมทีมโปรเจกต์ใหญ่กำลังจ้องมองสถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งด้วยแววตาตำหนิ มือหนายกแก้วน้ำขึ้นจิบก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้วยแรงที่มากกว่าปกตินิดหน่อยเพื่อเรียกสติ
รินทร์ไหวไหล่เบาๆ แสร้งทำเป็นสนใจลวดลายบนแก้วกาแฟมากกว่าท่าทีเคร่งเครียดของอีกฝ่าย เขายกยิ้มมุมปากตามความคุ้นชิน ยิ้มที่ใช้เป็นเกราะกำบังความรู้สึกมาตลอดหลายปีในวงการก่อสร้างที่ผู้ชายเป็นใหญ่
"คิดเรื่องแบบโครงสร้างตึกระฟ้าเฟสใหม่ค่ะ ทำไมคะ หรือว่าหน้าตาฉันดูเครียดจนเกินเบอร์ไปหน่อย"
"อย่ามาเฉไไ.ล, รินทร์" ธนาถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอนหลังพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีเหนื่อยหน่าย "ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องงาน... ฉันหมายถึง ‘อาคเนย์’ วิศวกรคนนั้นต่างหาก"
ชื่อของอัลฟ่าหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากหน้าฟอร์บส์ทำให้รอยยิ้มบนเรียวปากสวยชะงักไปนิดเดียว เสี้ยววินาทีนั้นเองที่ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเยือกเย็นลอยเข้ามาในโสตประสาท รินทร์ต้องใช้พลังงานมหาศาลในการเมินเฉยต่อความรู้สึกวูบวาบในอกที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งยามนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาดุดันและสายตาคาดคั้นคู่นั้น
"เขาก็เป็นแค่คนที่ทำงานร่วมกัน... ทำไมเหรอคะ?" รินทร์ตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด
"แค่คนทำงานร่วมกันงั้นเหรอ?" ธนาแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าของรุ่นพี่หนุ่มฉายแววเย้ยหยันชัดเจน "เธออยู่ในวงการนี้มานานพอที่จะรู้ว่าอัลฟ่าระดับท็อปฟอร์มแบบอาคเนย์ไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีผลประโยชน์เบื้องหลัง! คนตระกูลนั้น... พวกเขากินคนอื่นเป็นอาหาร, รินทร์ โดยเฉพาะกับโอเมก้าที่คิดจะปกปิดสถานะเพื่อปีนป่ายขึ้นมาอย่างเธอ"
คำพูดนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง ความรู้สึกต่อต้านพุ่งพล่านขึ้นมาถึงลำคอ แต่เขายังเลือกที่จะเก็บอาการไว้ภายใต้หน้ากากความหยิ่งยโส
"ฉันไม่ได้ปีนป่าย ฉันใช้ฝีมือ" รินทร์เน้นทีละคำ น้ำเสียงเย็นเฉียบ "แล้วเรื่องสถานะของฉัน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะต้องเอามาเป็นประเด็นตัดสินความสามารถในการทำงาน"
"แต่ไอ้อาคเนย์มันไม่ได้มองเธอแค่เรื่องงาน!" ธนากระแทกเสียงเบาๆ อย่างเหลืออดโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ รัศมีคุกคามของอัลฟ่าแผ่ออกมาเล็กน้อยแต่รินทร์เลือกที่จะไม่ถอยร่น "ตระกูลวรโชติไพศาลไม่เคยชายตากลุ่มคนธรรมดาถ้าไม่มีแผนการ... เธอคิดว่าความใกล้ชิดที่มันมอบให้ ความห่วงใยแบบแปลกๆ ที่ไอ้เสือร้ายตัวนั้นแสดงออก มันคือความรักจริงใจงั้นเหรอ? ตื่นเถอะรินทร์! มันก็แค่อยเกมล่าเหยื่อของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์ที่คิดว่าโอเมก้าอย่างพวกเธอเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อ!"
คำเตือนที่กระแทกกระทั้นเข้ามาทำให้ห้องทั้งห้องราวกับเงียบลงไปชั่วขณะ
รินทร์นิ่งเงียบ ปล่อยให้ความหมายของคำว่า ‘ของเล่น’ กัดเซาะความรู้สึกในอกลึกๆ แม้ภายนอกเขาจะแสดงออกว่าไม่แคร์และพร้อมจะปะทะฝีปากกับอาคเนย์ได้ทุกเมื่อ แต่ลึกในใจ... ความกลัวที่ถูกฝังไว้ใต้ก้นบึ้งของความมั่นใจกลับเริ่มสั่นคลอน
ใช่... เขาเป็นโอเมก้าที่ซ่อนกลิ่นอายด้วยยาระงับราคาแพง เขารู้ดีว่าโลกของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์มันโหดร้ายและเต็มไปด้วยผลประโยชน์แค่ไหน อาคเนย์คือภาพสะท้อนของความสมบูรณ์แบบที่อันตรายที่สุด เย็นชา ดุดัน และคาดเดาไม่ได้ในเวลาเดียวกัน
แล้วสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นทำกับเขาล่ะ? สายตาที่มองมาด้วยความคลั่งรัก ความหวงแหนที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน... มันคือละครฉากใหญ่ที่ถูกเขียนบทไว้แล้วจริงๆ หรือ?
"ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ" รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดึงความมั่นใจทั้งหมดกลับมาเคลือบบนใบหน้า ปั้นยิ้มบางเบาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ ส่งให้รุ่นพี่ "แต่เรื่องของฉันกับอาคเนย์... ฉันจัดการเองได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้ใครมาช่วยสืบประวัติหรือเป็นห่วงจนเกินงามหรอกนะคะ"
ธนามองหน้าโอเมก้าดื้อรั้นด้วยความรู้สึกทั้งโกรธทั้งสมเพชในความทิฐิ
"เธอดื้อด้านแบบนี้เสมอ, รินทร์ และสักวันความมั่นใจโง่ๆ ของเธอนั่นแหละที่จะทำลายเธอเอง!"
"ถ้ามันจะพัง... มันก็เป็นเรื่องของฉันค่ะ" รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าหนังราคาแพงมาสะพายไหล่ด้วยท่าทีสง่างาม ไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย "ขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีงานสำคัญที่ต้องไปเคลียร์ต่อ... กับคุณอาคเนย์ค่ะ"
การจงใจเอ่ยชื่อนั้นออกมาทิ้งท้ายทำให้ธนาถึงกับหน้าเสีย รินทร์หันหลังให้เพื่อนรุ่นพี่โดยไม่รอฟังคำทัดทานใดๆ อีก ก้าวเดินออกจากคาเฟ่ด้วยจังหวะมั่นคง แม้ว่าในอกข้างซ้ายจะเต้นระรัวด้วยความสับสนที่เริ่มกัดกินความรู้สึก
บรรยากาศยามเย็นของกรุงเทพฯ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น ลมเย็นพัดผ่านร่างโปร่งจนต้องกระชับเสื้อสูทตัวนอกเข้ามาหากัน รินทร์ก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือที่ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ จากบุคคลที่เป็นประเด็นสนทนาเมื่อครู่ มันเงียบสนิท... เงียบจนน่าแปลกใจสำหรับคนอย่างอาคเนย์ที่ปกติมักจะส่งข้อความมาคุมแจแทบจะทุกสิบนาที
หรือว่า... สิ่งที่ธนาพูดมันจะเป็นเรื่องจริง?
ความคิดฟุ้งซ่านถูกปัดตกไปทันทีเมื่อเท้าเรียวก้าวพ้นประตูร้านกาแฟแล้วปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนพิงเสาไฟฟ้าริมทางเท้า ฟีโรโมนกลิ่นไม้ซีดาร์ผสมความเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ลอยปะทะเข้าจมูกทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพายาระงับกลิ่น
อาคเนย์ยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไร้รอยยิ้ม นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของคนตัวเล็กที่เพิ่งเดินออกมาจากร้าน ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าหวานที่กำลังฉายแววตกใจเล็กน้อย
"คุยอะไรกันนานจ๊ะ สถาปนิกคนเก่ง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหึงหวงอย่างไม่ปิดบังเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว จนรินทร์ต้องถอยหลังไปชนกับผนังกระจกของร้านโดยอัตโนมัติ
"คุณ... มาอยู่นี่ได้ยังไง?" รินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังหรี่มองลงมาด้วยความหงุดหงิดที่ระอุอยู่ใต้ผิว
"ฉันถามว่า... คุยอะไรกับมันนานสองนาน?" อาคเนย์ไม่ตอบคำถาม แต่กลับเอื้อมมือหนาขึ้นมาทาบกับกระจกข้างศีรษะของคนตัวเล็ก กักขังโอเมก้าปากเก่งไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ กลิ่นฟีโรโมนกดดันแผ่ซ่านออกมาจนรินทร์รู้สึกหายใจติดขัด หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก "หรือว่า... มันกำลังเป่าหูอะไรเธอเกี่ยวกับฉัน?"
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจและการติดตามตอนนี้นะคะ รี้ดเดอร์ที่รักของกระต่ายพระจันทร์ทุกคนค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 19
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!