แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือรินทร์ร่วงหล่นลงสู่พื้นพรมหนานุ่ม เสียงกระดาษปะทะพื้นดังทึบสอดรับกับความเงียบงันที่เข้ากัดกินห้องทำงานทั้งห้องจนน่ากลัว
ข้อมูลลับที่เขาเพียรพยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลายปี เพื่อหลุดพ้นจากกรอบอันน่าสมเพชของสังคมโอเมก้าเวิร์สที่ตีตราว่าเพศสภาพคือขีดจำกัด บัดนี้มันกลับถูกส่งตรงถึงมือผู้บริหารระดับสูงผ่านพัสดุนิรนามอย่างไร้ร่องรอย และคนที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ตอนนี้... คืออัลฟ่าหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานีและยึดมั่นในกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดที่สุดในบริษัท
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะก้มลงมองแฟ้มที่อ้าซ่าอยู่แทบเท้า สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของเขายังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดแต่เชิดรั้นของสถาปนิกหนุ่ม ความเงียบระหว่างพวกเขายืดเยื้อและหนักอึ้งราวกับอากาศกำลังถูกสูบออกไปจากปอด
"เก็บมันขึ้นมา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบสนิท ทว่ากดดันจนน่าขนลุก
"ผม..." รินทร์กลืนก้อนสะอื้นผะผ่าลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะก้มลงคว้าแฟ้มนั้นขึ้นมาซ่อนไว้แนบอก ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายมาตลอด กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความโกรธ ความหวาดกลัว และความอับSรับ "คุณจะเอาไงครับ... อ้อ จะไล่ผมออกตอนนี้เลยไหมล่ะ หรือจะเอาเอกสารนี่ไปประกาศให้คนทั้งบริษัทรู้ว่าสถาปนิกดาวรุ่งคนนี้เป็นแค่โอเมก้าชั้นต่ำที่ต้องปลอมตัวเข้ามาทำงาน!"
"หุบปากซะรินทร์" อาคเนย์ก้าวเข้าประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงกดดันจากฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นที่แผ่ออกมาข่มขู่โดยไม่รู้ตัว ทำให้เข่าของรินทร์แทบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่อัลฟ่าหนุ่มกลับคว้าข้อแขนเรียวไว้แน่น บีบมันพอให้เจ็บใจเล่นแต่ไม่ยอมปล่อยให้ล้ม "ฉันบอกให้เงียบ แล้วฟังให้ดี... เรื่องนี้ยังไม่ถึงหูท่านประธาน เพราะฉันสั่งให้เลขาจัดการสกัดไว้ก่อนที่มันจะไปถึงโต๊ะทำงานใหญ่"
รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปะปนกับความไม่เข้าใจ "ทำไม... ทำไมคุณถึงช่วยผม?"
"ไม่ได้ช่วย ฉันแค่ไม่ชอบให้ใครมาเล่นตลกสกปรกในโปรเจกต์ที่ฉันคุม" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายอันตรายเป่ารดข้างแก้ม "และที่สำคัญ... เกมยังไม่จบ นายไม่มีสิทธิ์เดินออกจากกระดานนี้จนกว่าฉันจะอนุญาต"
สองชั่วโมงต่อมา รถยนต์เอสยูวีสีดำสนิทพุ่งทะยานฝ่าสายฝนที่เริ่มเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มุ่งหน้าสู่ไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ทนอกเมืองที่ถูกกำหนดไว้ในตารางดูงานกะทันหัน บรรยากาศภายในห้องโดยสารอึดอัดเสียยิ่งกว่าตอนอยู่ในห้องทำงาน
รินทร์นั่งกอดอกมองออกไปนอกกระจก หยดน้ำฝนที่เกาะพราวสะท้อนแสงไฟนีออนรางๆ จากท้องถนน คล้ายกับความรู้สึกยุ่งเหยิงในหัวใจของเขาเวลานี้ การเดินทางมาดูงานนอกสถานที่ท่ามกลางบรรยากาศปิดตายแบบนี้ ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังตurอยู่ในกรงขังที่มีอัลฟ่าตัวร้ายคุมขังเอาไว้
เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามกึกก้องตามมาด้วยกระแสลมกรรโชกแรงจนตัวรถโคลงเคลงเล็กน้อย ทัศนวิสัยเบื้องหน้ามืดมัวจนแทบมองไม่เห็นเส้นทาง
"ทางข้างหน้าต้นไม้โค่นขวางถนน" อาคเนย์พึมพำกับตัวเองขณะหักพวงมาลัยเลี้ยวหลบเข้าสู่เส้นทางสำรองที่ลาดชันและคดเคี้ยวไปยังเรือนรับรองกลางหุบเขา ซึ่งเป็นจุดพักแรมสำรองที่ทางโครงการจัดเตรียมไว้ให้
และดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก เมื่อไปถึงเรือนรับรองไม้สักทองโบราณท่ามกลางป่าเขียวขจี ไฟฟ้าทั้งหลังกลับดับสนิทเนื่องจากหม้อแปลงระเบิดจากพิษของพายุฝน
"ให้ตายสิ" รินทร์สบัดเสียงอย่างหัวเสียเมื่อเปิดสวิตช์ไฟแล้วพบว่าไร้ประโยชน์ เขาควaหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ท "สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี... นี่เราติดแหง็กอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอเนี่ย"
"ก็เห็นอยู่ว่ามีแค่เราสองคน" เสียงนิ่งๆ ของอาคเนย์ดังขึ้นจากความมืด ก่อนที่แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือจะสว่างวาบขึ้น สะท้อนให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่กำลังปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตช่วงคอออกอย่างผ่อนคลาย เรือนร่างสมส่วนเปียกชื้นเล็กน้อยจากละอองฝนยิ่งขับเน้นเสน่ห์แบบอัลฟ่าดิบเถื่อนออกมาอย่างไร้ที่ติ
รินทร์รีบเบือนหน้าหนี หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ "ห้องนอนมีกี่ห้อง..."
"ห้องเดียว"
"อะไรนะ?!" สถาปนิกหนุ่มหันขวับกลับมามองทันที "คุณพูดเล่นใช่ไหม เรือนรับรองใหญ่โตขนาดนี้ทำไมมีห้องนอนแค่ห้องเดียว!"
"เรือนนี้สร้างไว้สำหรับแขกวีไอพีที่เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งปกติเขามาคนเดียว และตอนนี้..." อาคเนย์ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าคมคายที่กำลังระบายยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า "เราคงต้องแชร์เตียงเดียวกัน เพราะโซฟาข้างนอกคงไม่รอดพ้นจากรอยรั่วของหลังคาที่กำลังหยดติ๋งๆ อยู่แน่"
รินทร์ถอยหลังกรูจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังไม้เย็นเฉียบ เมื่ออาคเนย์สาวเท้าเข้ามาปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมด ฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์ปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านท่ามกลางอากาศเย็นชื้นของขุนเขา เริ่มส่งผลต่อสัญชาตญาณดิบของร่างกายโอเมก้าอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ถอยไปเลยนะอาคเนย์ อย่ามาฉวยโอกาสตอนที่ผมกำลังเครียดเรื่องงานนะ" รินทร์พยายามทำเสียงแข็ง ทั้งที่มือไม้เริ่มสั่นด้วยความประหม่าเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับคนตรงหน้าเหลือเพียงคืบเดียว
"ฉวยโอกาส?" อัลฟ่าหนุ่มทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าลงอย่างน่ากลัว ฝ่ามือหนายื่นไปทาบกับผนังไม้ข้างศีรษะของคนตัวเล็ก กักขังเขาไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ "ถ้ารินทร์คิดว่านี่คือการฉวยโอกาส... งั้นก็แปลว่านายยังไม่รู้จักคำว่า 'ฉวยโอกาส' ของจริงหรอก"
"คุณ..."
"ความลับเรื่องโอเมก้าของนาย... นายคิดจริงๆ เหรอว่าฉันจะเก็บมันไว้เฉยๆ โดยไม่หวังผลตอบแทนอะไรเลย?" สายตาดุดันคู่นั้นมองสำรวจริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเคืองโกรธ ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังลำคอระหงที่ส่งกลิ่นหอมหวานจางๆ ออกมาเพราะความตื่นตระหนก
รินทร์หายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความหวาดกลัวเรื่องสถานะที่ถูกล่วงรู้ ผสมผสานกับความเร่าร้อนจากสัมผัสใกล้ชิดกำลังแผดเผาประสาทสัมผัสของเขาจนแทบหลอมละลาย
ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมาจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกับแก้มนวล... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันสามครั้งติดต่อกัน ท่ามกลางเสียงพายุฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก!
อาคเนย์ชะงักกึก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ขณะที่รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อดังฝ่าสายฝนเข้ามา
"คุณอาคเนย์ครับ! คุณรินทร์! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ... ผม... ผมเอาเอกสารด่วนที่สุดมาส่งครับ!"
รินทร์หน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเป็นเท่าตัวเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ... มันคือเสียงของเลขาหนุ่มคนเดิม และที่สำคัญที่สุด ประตูไม้บานใหญ่กำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ จากบุคคลที่สามที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไป100เปอร์เซ็นต์กับคู่กัดคู่นี้ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - กระต่ายพระจันทร์
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 9
นอกสถานที่
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!