"ถอยไป!"
เสียงของรินทร์แหบพร่าสั่นเครือ มือเรียวที่เคยจับปากกาเขียนแบบอย่างมั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาจนต้องกุมหน้าอกซ้ายแน่น ลมหายใจที่ควรจะปกติกลับติดขัดราวกับมีใครมาบีบเค้นหลอดลม
อาคเนย์ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของอัลฟ่าหนุ่มกวาดมองผู้มาเยือน—เลขาคนสนิทที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามา—ก่อนจะหันกลับมาจับจ้อง 'ศัตรู' ที่กำลังยืนโงนเงนอยู่ตรงหน้าเขา กลิ่นฟีโรโมนบางอย่างที่เจือจางแต่หนักหน่วงกำลังฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นไอที่ควรจะมีในออฟฟิศวิศวกรที่เต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟและหมึกพิมพ์ แต่มันคือกลิ่น... ดอกไม้ที่ถูกทับจนช้ำ
"คุณรินทร์ คุณไหวไหม?" อาคเนย์ก้าวประชิดตัวโดยสัญชาตญาณ มือแกร่งคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของอีกฝ่าย ทันทีที่สัมผัสถูก รินทร์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต
"อย่าแตะตัวผม!" รินทร์ตวาดกลับ แม้เสียงจะอ่อนแรงจนแทบสิ้นใจ นัยน์ตาสวยที่เคยเชิดรั้นบัดนี้ฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำใส
อาคเนย์ชะงัก สายตาของเขาเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความสงสัยที่เข้มข้นขึ้น เขาไม่ใช่คนโง่ และต่อให้เขาจะเย็นชาแค่ไหน แต่สัญชาตญาณอัลฟ่าที่อยู่เหนือการควบคุมก็กำลังร้องเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสจากรินทร์มาก่อน
"คุณเป็นอะไรกันแน่รินทร์ ทำไมเหงื่อออกขนาดนี้" อาคเนย์ถามเสียงเข้ม ไม่ยอมปล่อยมือ ความร้อนที่ส่งผ่านเสื้อเชิ้ตของอีกคนมันผิดปกติเกินกว่าจะเป็นเพียงอาการป่วยธรรมดา "แล้วกลิ่นนี้... กลิ่นของคุณมันคืออะไร"
"เรื่องของผม... คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง" รินทร์กัดฟันแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือเพื่อเรียกสติ อาการฮีทที่ถูกยาระงับกดเอาไว้กำลังแผลงฤทธิ์รุนแรงขึ้นเพราะความตื่นตระหนก ประตูห้องถูกปิดสนิท เลขาหนุ่มคนนั้นยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ด้านนอก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ความสำคัญอยู่ที่อัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ตรงหน้าเขานี่ต่างหากที่กำลังขวางทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของเขาอยู่
ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ อาคเนย์ไม่ฟังคำทัดทาน เขาต้อนรินทร์จนหลังชนกับโต๊ะทำงานที่มีแบบแปลนวางระเกะระกะ แววตาดุดันนั้นหรี่ลงเมื่อเขาสังเกตเห็นจุดผิดปกติบางอย่างที่ลำคอขาวเนียนของคนปากดี
"คุณปกปิดอะไรอยู่" เสียงของอาคเนย์ต่ำลงจนน่าขนลุก "แผ่นแปะนั่น... คุณติดมันไว้ทำไม"
"ออกไปนะอาคเนย์... ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง ก็ออกไป!" รินทร์ตะโกนพลางถอยหนี แต่ทว่าแรงกายที่เคยมีกลับมลายหายไปสิ้น ร่างกายเขาทรุดลงกับเก้าอี้ทำงานอย่างช่วยไม่ได้
อาคเนย์โน้มตัวลงมา กักขังอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคุกคามอันเย้ายวน ความสงสัยในหัวของเขาตอนนี้พุ่งทะยานถึงขีดสุด เขาเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของรินทร์มาตลอดสามเดือน ทั้งความเฉลียวฉลาดที่ปิดบังความรู้สึก และท่าทีที่มักจะเว้นระยะห่างเสมอเมื่อเขาก้าวล้ำเข้ามาใกล้เกินไป
"คุณเป็นโอเมก้า..." อาคเนย์พึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตะลึงงันที่ซ่อนความวาบหวามเอาไว้ "คุณรินทร์ ที่คุณคอยขัดขวางผม คอยด่าทอผม ที่แท้เพราะต้องการปิดบังเรื่องนี้ใช่ไหม?"
"แล้วจะทำไมล่ะ! จะสมเพชผมเหรอ จะเอาผมไปประจานที่ไหนก็ตามใจ แต่ตอนนี้... ออกไปห่างๆ ผมสักที!" รินทร์เงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาที่ท้าทายทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
อาคเนย์ไม่ได้ถอยห่าง แต่กลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เข้มข้นจนแทบคลั่งกระจายตัวออกไปทั่วห้อง บดบังทุกเหตุผลในหัวของเขาจนสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เขาต้องการ 'ตีตรา' สิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นของเขาคนเดียว
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เสียงปลดล็อกประตูอิเล็กทรอนิกส์ก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
"คุณอาคเนย์ครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... เอ๊ะ?"
เสียงของคนมาใหม่หยุดชะงักลงทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า รินทร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ส่วนอาคเนย์หันขวับไปมองด้วยสายตาดุร้ายราวกับจะฆ่าคนให้ตายคามือ
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู... คือคนที่รินทร์ไม่อยากให้เห็นสภาพนี้ที่สุดในชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหัวใจสายดุเรื่องนี้นะคะ กระต่ายพระจันทร์จะรีบกลับมาต่อให้ในตอนถัดไปค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 10
ความลับใต้เงาฝน
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!