"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปลานประหารแบบนั้น ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงได้พังคามือเราก่อนที่จะได้ยื่นประมูลจริงๆ ค่ะคุณอาคเนย์"
เสียงหวานติดจะเหวี่ยงเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ที่ตอนนี้เหลือเพียงแค่เขากับรินทร์ สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งที่กำลังกำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีในยามปกติ บัดนี้กลับมีความตึงเครียดฉาบอยู่รอบดวงตากลมโตอย่างปิดไม่มิด
รินทร์หน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เมื่อเงาของเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงหลอนอยู่ในห้วงความคิด สายตาเหยียดหยามและคำพูดเชือดเฉือนจากชายผู้มาใหม่คนนั้น—คนที่กุมความลับอันเปราะบางของเขาไว้—ยังคงกรีดแทะหัวใจดวงน้อยให้สั่นไหว ความรู้สึกเหมือนถูกขังไว้ในกรงเล็บแห่งความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยเริ่มกัดกินความมั่นใจของเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
อาคเนย์หรี่ตามองร่างบางที่กำลังพยายามอย่างยิ่งยวดในการควบคุมมือไม่ให้สั่น วิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยชาและดุดัน ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่โดยที่รินทร์ไม่ทันตั้งตัว กลิ่นอายฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เข้มข้นที่มักจะแผ่ออกมาข่มขวัญคู่แข่งทางธุรกิจ ในยามนี้กลับถูกปรับลดระดับลงโดยไม่รู้ตัว มันไม่ได้มีไว้เพื่อกดดัน แต่ถูกปล่อยออกมาเพื่อโอบล้อมและสร้างความสงบให้กับโอเมก้าที่กำลังสติหลุด
"มองหน้าฉันค่ะรินทร์" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันกลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่บังคับให้สถาปนิกหนุ่มต้องเงยหน้าขึ้นสบตา
รินทร์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดมั่น "ฉัน... ฉันไม่ได้เป็นอะไร คุณจัดการเรื่องแบบแปลนต่อเถอะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน"
พูดจบ รินทร์ก็ทำท่าจะหมุนตัวหนี แต่มีหรือที่อัลฟ่าสายดุอย่างอาคเนย์จะยอมปล่อยให้เหยื่อ... ไม่สิ ให้คนที่เขากำลังห่วงใยจนอกจะแตกตาย เดินหนีปัญหาไปง่ายๆ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของอีกฝ่ายไว้มั่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เด็ดเดี่ยวพอที่จะตรึงรินทร์ให้อยู่กับที่
"ปล่อยนะอาคเนย์ ฉันบอกว่า..."
"บอกว่าไม่เป็นไร ทั้งที่หน้าซีดเหมือนคนเสียเลือดไปครึ่งตัวเนี่ยนะ?" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขามีความหงุดหงิดเจืออยู่จางๆ ไม่ใช่หงุดหงิดที่รินทร์ดื้อ แต่หงุดหงิดที่เห็นคนปากเก่งคนนี้ต้องมาทำหน้าตาแตกสลายให้กับสายตาไร้ค่าของคนอื่น "ไอ้เวรตะไลนั่นมันพูดอะไรกับคุณ ถึงได้ทำให้สถาปนิกมือหนึ่งที่เคยเถียงฉันคอเป็นเอ็น กลายสภาพเป็นลูกแมวตกน้ำไปได้"
รินทร์ชะงัก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำว่า 'ลูกแมวตกน้ำ' เกือบจะทำให้เขาอ้าปากด่ากลับตามสัญชาตญาณ หากไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่า กำแพงป้องกันตัวที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีมันกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าอัลฟ่าผู้ชายคนนี้ ความลับเรื่องสถานะโอเมก้าที่ซ่อนไว้ใต้ใบรับรองปลอมๆ และยาระงับกลิ่นราคาแพง มันคือเกราะป้องกันเดียวที่ทำให้เขาเหยียบยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการสถาปัตยกรรมได้โดยไม่ต้องใช้คำว่า 'เพศรอง' มาเป็นข้ออ้างในการเหยียดหยาม
"คุณไม่เข้าใจหรอก..." เสียงของรินทร์แผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความพยศในแววตาดับวูบลง เหลือเพียงความเปราะบางที่หาดูได้ยากยิ่ง ร่างบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ใกล้ที่สุดอย่างคนหมดแรง มือเรียวยกขึ้นกุมขมับเมื่ออาการวิงเวียนศีรษะจากการฝืนกลั้นความเครียดเริ่มเล่นงาน
อาคเนย์มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่กระชับแน่นขึ้นในอก ความเยชาชาเย็นชาที่เขาเคยใช้เป็นเกราะคุ้มกันหัวใจ พังทลายลงราบคาบทุกครั้งที่ได้เห็นรินทร์ในมุมนี้ มุมที่ไม่มีเปลือกแข็งๆ ห่อหุ้ม มุมที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและความหวาดกลัว
ร่างสูงถอนหายใจยาว ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ มือหนาเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะตกใจตื่นจากการระแวดระวัง แต่รินทร์กลับไม่ได้ถอยหนี ปลายนิ้วอุ่นจัดของอาคเนย์แตะลงบนข้อมือที่เย็นเฉียบของเขา ถ่าย 1 ถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงผ่านสัมผัสแผ่วเบา
"ถ้าฉันไม่เข้าใจ... คุณก็ลองเล่าให้ฉันเข้าใจสิคะ" อาคเนย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างไม่น่าเชื่อ แววตาคมกริบที่เคยดุดัน บัดนี้ฉายแววความห่วงใยและจริงจังจนน่าใจหาย "รินทร์... คุณเก่งจะตายไป ใครหน้าไหนมันมีสิทธิอะไรมาทำให้คุณทำหน้าแบบนี้ บอกฉันมาสิ ฉันจัดการมันให้เอง"
คำพูดนั้น... แม้จะฟังดูเอาแต่ใจตามประสาอัลฟ่าสายดุ แต่มันกลับมีอิทธิพลประหลาดในการทุเลาความหนาเหน็บในอกของรินทร์ลงได้ รินทร์เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมสีเข้มที่สะท้อนเงาของตนเองอยู่ภายในนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีตื้นขึ้นมาในอก ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันอันโหดร้ายนี้ มันกำลังละลายน้ำแข็งในใจเขาให้หลอมเหลว
จากคู่กัดที่จิกกัดกันทุกฝีก้าว กลายมาเป็นคนที่เริ่มเห็นอกเห็นใจและมองเห็นรอยแผลที่อีกฝ่ายซ่อนไว้... จังหวะหัวใจของรินทร์เต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากปมปัญหาเดิม แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่มากเกินไปและสายตาของอาคเนย์ที่กำลังมองเขาเหมือนโลกทั้งใบ
"คุณ... ทำไมถึงดีกับฉันนักล่ะ" รินทร์กระซิบถามเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระดอนหลุดออกมานอกอก
"เพราะฉัน..." อาคเนย์เกือบจะหลุดคำพูดที่เก็บไว้ในใจออกไปทั้งหมดแล้ว หากเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านนอกจะไม่ดังขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
ทั้งสองสะดุ้งเล็กน้อย อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมตวัดสายตาดุดันมองไปยังผู้ที่มารบกวน แต่ทว่า เมื่อบานประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้อง รินทร์ที่เพิ่งจะเริ่มตั้งสติได้ ก็กลับหน้าซีดเผือดลงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
ชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับคนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ ส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้รินทร์ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของสถาปัตยกรรมหนุ่มพังทลายลงในพริบตา
"อ้าว... ลูกชายตัวดีของฉัน แอบมาสวีทอยู่กับท่านประธานบริษัทวิศวกรรมชื่อดังนี่เองสินะ ถึงว่าล่ะ... ถึงได้กล้าทำเป็นเก่ง ปิดบังสถานะโอเมก้าต่ำต้อยของตัวเองไว้ซะเนียนเชียว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้นะคะ
เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ•ตอนที่ 12
จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับไอ้คนคลั่งรักอัลฟ่าสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!