กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 21

ตามล่าหาต้นตอความมืด

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีชาดหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเยียบ ดังก้องกังวานราวกับเสียงฆ้องประหารชีวิต "ฉินอวี้ เจ้าคิดว่าจะปกป้องนางได้พ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่เยือกแข็งจริงหรือ? ศิษย์ทรยศ... วันนี้คือวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!" เสียงคำรามกึกก้องด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นยังคงสะท้อนวนเวียนอยู่ในหุบเขาแห่งเงา ม่านหมอกทมิฬเบื้องหน้าหนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว ธรรมชาติรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเกลียดชัง อาณาเขตแห่งนี้ไร้ซึ่งสรรพเสียงของสิ่งมีชีวิต มีเพียงกลิ่นอายความตายและปราณโลหิตที่โชยเอื่อยบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ฉินอวี้ไม่แม้แต่จะชายตามองซากศพของผู้อวุโสขั้นเบิกนภาที่เพิ่งสิ้นลมลงด้วยกระบี่เดียวของตน ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองตรงไปยังเบื้องหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทสะบัดตามแรงลมปราณที่แผ่ออกมาคุ้ม1กาย กระบี่สังหารเทพในมือส่งเสียงครางฮืออย่างกระหายเลือด ตัวกระบี่อาบไล้ด้วยประกายแสงสีเงินยวดยวงผสมอัคคีจิตวิญญาณสีครามที่แผดเผาความมืดรอบตัวให้ม้วนตัวหนี "สำนักกระบี่เยือกแข็ง..." ฉินอวี้แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงจนน่าขนลุก "พวกมันส่งสุนัขรับใช้มาตายกี่ตัวแล้ว มู่หรงเซวี่ย... เจ้ายังไหวอยู่หรือไม่?" เบื้องหลังเขาคือร่างระหงของสตรีผู้เลอโฉมล่มเมือง มู่หรงเซวี่ย ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งตำหนักดาราพร่างพราย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยรอยเลือดสีเข้ม ใบหน้างดงามดั่งหยกสลักซีดเผือกจนไร้สีเลือด แต่แววตาคู่คมยังคงความเย็นชาสูงส่งดั่งเซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์ นางใช้มือเรียวยันพื้นศิลาไว้เพื่อพยุงร่าง ปราณดาราในกายปั่นป่วนจนเกือบจะควบคุมไม่ได้ "อย่าห่วงข้า..." น้ำเสียงหวานกังวานแต่แห้งผากเอ่ยตอบ แววตาที่ทอดมองแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้าเต็มไปด้วยความซับซ้อน ลึกซึ้ง และอ่อนโยนอย่างที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นตลอดหลายร้อยปีแห่งการบำเพ็ญ "บาดแผลแค่นี้... ยังเอาชีวิตเซียนดาราเช่นข้าไม่ได้หรอก" "วาจาเจ้ายังคงแข็งกระด้างเช่นเคยนะ" ฉินอวี้กล่าวเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับระบายยิ้มบางเบาที่เต็มไปด้วยความระอาปนเอ็นดู ทั้งสองกำลังก้าวเท้าเข้าสู่ "หุบเขาแห่งเงา" ดินแดนต้องห้ามที่แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตสวรรค์ยังต้องหวาดผวา ที่นี่คือต้นตอของความมืดที่กัดกินรากเหง้าแห่งวิถีเซียนในดินแดนรกร้างแห่งนี้ ปราณทมิฬที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หากแต่เป็น "ค่ายกลกลืนวิญญาณโบราณ" ที่ถูกสร้างขึ้นโดยสิ่งมีชีวิตจากแดนสวรรค์ชั้นฟ้าเบื้องบน เพื่อดูดกลืนพลังชีวิตและแก่นแท้บำเพ็ญเพียรของมนุษย์โลกเบื้องล่างไปหล่อเลี้ยงตระกูลเซียนใหญ่ ย่างก้าวของฉินอวี้มั่นคงและหนักแน่น ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นดิน พลังปราณกระบี่จะแผ่ขยายออกไปเพื่อกวาดล้างไอพิษที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ร่าง เขาคือจอมยุทธ์ผู้ฝืนลิขิตฟ้า ไม่ยอมก้มหัวให้เทพองค์ใด แม้สวรรค์จะกำหนดให้เขาเป็น "ศิษย์ทรยศ" ที่ต้องถูกสังหาร แต่เขากลับใช้คมกระบี่ในมือฟาดฟันโชคชะตาอันอยุติธรรมนี้ด้วยความองอาจ "ฉินอวี้... เจ้าสัมผัสได้หรือไม่?" มู่หรงเซวี่ยเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะก้าวตามมาติดๆ ร่างบางเซเล็กน้อยจนฉินอวี้ต้องเอื้อมมือไปโอบเอวคอดกิ่วของนางไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสจากฝ่ามืออันอบอุ่นผ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา ทำให้หัวใจที่ด้านชาและหนาวเหน็บมานับพันปีของนางกระตุกวูบ มู่หรงเซวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของบุรุษผู้กุมชะตาชีวิตของนางไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์ ก่อเกิดเป็นความอบอุ่นที่ซ่านลึกเข้าไปถึงวิญญาณ "อืม ข้ารู้แล้ว" ฉินอวี้ตอบรับ สายตาคมกวาดมองไปเบื้องหน้า ที่ซึ่งม่านหมอกสีดำทมิฬกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของประตูหินโบราณขนาดมหึมา สลักลวดลายอสูรฟ้าและเทพมารที่กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด "ที่แท้... ต้นตอของความมืดที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่สำนักกระบี่เยือกแข็ง" ฉินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ระอุขึ้นเรื่อยๆ "แต่พวกมันเป็นแค่ 'เงา' ที่สะท้อนมาจากเบื้องบนต่างหาก" กึก! ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมีบางสิ่งที่หลับใหลมาเนิ่นนานกำลังจะตื่นจากการหลับใหล ไอสีดำทะมฬพวยพุ่งทะลักขึ้นจากรอยแยกของแผ่นดิน เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณนับล้านดังก้องกังวานในโสตประสาท บีบคั้นหัวใจจนแทบกระอักเลือด มู่หรงเซวี่ยหน้าถอดสี รีบโคจรปราณดาราขึ้นมาปกป้องร่างทันที แต่ทว่าปราณในกายกลับถูกไอทมิฬกดทับจนแทบไม่ขยับ "ระวัง!" ฉินอวี้คำรามลั่น ร่างสูงพุ่งทะยานเข้าขวางหน้าร่างบางในเสี้ยววินาที เงาดำมหึมาพุ่งแหวกอากาศเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือแสง มันคือโซ่ตรวนแห่งกฎสวรรค์ที่อาบไล้ด้วยเพลิงโลกันตร์ สีดำสนิทและเย็นเยียบจนอากาศรอบด้านกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ฉินอวี้ไม่หลบหลีก เขายกกระบี่สังหารเทพขึ้นตั้งรับด้วยสองมือ กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเกร็ง เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ พลังปราณกระบี่ระเบิดออกรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) ปะทะเข้ากับโซ่ตรวนทมิฬอย่างจัง! เปรี้ยง! คลื่นกระแทกสะท้านสะเทือนจนหุบเขาแห่งเงาร้าวรานเป็นทางยาว เศษหินและฝุ่นผงปลิวว่อน ท่ามกลางประกายไฟจากการปะทะที่สว่างวาบดั่งสายฟ้าฟาด ฉินอวี้พ่นโลหิตสีชาดออกมาคำโต แต่แววตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายความดุดันทระนงมากขึ้นไปอีก "คิดจะใช้โซ่ตรวนสวรรค์มาล่ามข้า รังแต่จะทำให้กระบี่ในมือข้าคมกล้าขึ้นเท่านั้น!" ฉินอวี้แผดเสียงคำรามสะท้านฟ้า แสงสีครามจากอัคคีจิตวิญญาณลุกโชนท่วมร่าง ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับคมกระบี่จนกลายเป็นมังกรเพลิงเกล็ดเงินพุ่งทะยานสวนขึ้นไปบนฟ้า ทำลายโซ่ตรวนทมิฬจนแหลกสลายเป็นจุล! ทว่า... ในจังหวะที่คลื่นพลังกำลังสงบลง และฉินอวี้กำลังจะหันกลับไปตรวจสอบอาการของมู่หรงเซวี่ยนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบเหนือประตูหินโบราณ ร่างนั้นสวมอาภรณ์สีทองอร่าม ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากเทวะสีเงินยวดยวง ไอรัศมิ์ที่แผ่ออกมาเหนือล้ำยิ่งกว่าผู้อาวุโสคนใดที่ฉินอวี้เคยสังหารมา รัศมีพลังกดทับระดับ "ราชันเซียนขั้นสมบูรณ์" แผ่ซ่านกดทับจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว "ฉินอวี้... เจ้าช่างอวดดียิ่งนัก" น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดั่งประกาศิตสวรรค์ดังขึ้นจากหลังหน้ากาก "คิดว่าถือครองกระบี่สังหารเทพแล้วจะต่อกรกับเบื้องบนได้หรือ? วันนี้ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า... มดปลวกอย่างพวกเจ้า ไม่มีวันเอื้อมถึงดวงดาวที่แท้จริงได้หรอก" มือเรียวยาวดุจสตรีภายใต้ถุงมือทองคำสะบัดออกเบาๆ ห้วงมิติเบื้องหลังมู่หรงเซวี่ยพลันปริแตกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท มือเพชฌฆาตไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่า คว้าหมับเข้าที่ลำคอระหงของนางเซียนสาวโดยที่นางไม่ทันได้ตั้งตัว! "อึก...!" มู่หรงเซวี่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปราณดาราในกายดับวูบลงทันที "เซวี่ยเอ๋อร์!" ฉินอวี้คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอย ร่างกายแผ่ไอสังหารรุนแรงจนหิมะรอบกายเดือดพล่าน บุคคลลึกลับผู้สวมหน้ากากหัวเราะเยาะในลำคอ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของฉินอวี้เย็นเฉียบ "หากไม่อยากให้นางดับสูญสลายไปพร้อมกับดวงดาว... จงวางกระบี่ลง แล้วคุกเข่าถวายวิญญาณของเจ้าให้แก่เราซะ!" ชิงเสวี่ยเหมันต์ซาบซึ้งใจยิ่งนักที่รี้ดเดอร์ทุกท่านยังคงติดตามก้าวเดินไปในวิถีกระบี่อันหนาวเหน็บนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%