"หากเจ้ายังคงยึดติดว่ากระบี่ในมือคือตัวตน และวิถีเซียนคือการมีอยู่... ชีวิตนี้ของเจ้าก็เป็นได้เพียงแค่ก้อนน้ำแข็งที่รอวันละลายหายไปในสายลมเท่านั้น"
น้ำเสียงของฉินอวี้ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าทุกคำกลับบาดลึกดุจคมมีดที่กรีดลงกลางใจของมู่หรงเซวี่ย นางเซียนผู้สูงศักดิ์แห่งตำหนักดาราพร่างพราย ยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางค่ายกลจิตวิญญาณสวรรค์ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากเนียนละเอียด แม้ความหนาวเหน็บระดับหมื่นปีจะแผ่ซ่านไปทั่วสรรพang แต่หัวใจของนางกลับร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยอัคคีโลกันตร์
มู่หรงเซวี่ยขบกริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สั่นสะท้านเล็กน้อย นางพยายามรวบรวมลมปราณดาราเพื่อกดขี่จิตมารที่กำลังตีรวนภายใน แต่ยิ่งโคจรพลังมากเท่าใด ความว่างเปล่าที่ฉินอวี้กล่าวถึงก็ยิ่งกัดกินความมั่น
"ความว่างเปล่า..." มู่หรงเซวี่ยพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาคู่สวยฉายแววสับสนระคนเจ็บปวด "หากข้าละทิ้งวิถีกระบี่ดาราที่ฝึกฝนมาสามร้อยปี แล้วข้า... จะเหลืออะไรเล่า?"
"เหลือตัวตนที่แท้จริงของเจ้าอย่างไรเล่า" ฉินอวี้ก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายกระบี่เพลิงโลหิตแผ่กลิ่นอายความทะนงตนที่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองทะลุผ่านเปลือกนอกอันเย็นชาของนาง ราวกับมองทะลุผ่านวิญญาณ เขายื่นมือหนาออกไปแตะที่ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังสั่นเทาของนาง ปราณอุ่นร้อนสายหนึ่งไหลทะลักผ่านจุดชีพจรเข้าสู่ร่างของนางเซียนผู้สูงส่งอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว
มู่หรงเซวี่ยสะดุ้งเฮือกยามเมื่อไออุ่นนั้นแผ่ซ่านเข้าสู่ห้วงจิตวิญญาณ นางอยากจะถอยหนีตามสัญชาตญาณของเซียนผู้ถือตัว แต่ทว่า... อ้อมแขนที่มั่นคงและแผ่นอกกว้างที่สะท้อนไหวเบาๆ กลับกลายเป็นสิ่งเดียวในโลกหล้าที่ยึดเหนี่ยวให้นางไม่ดิ่งพู่ลงสู่ห้วงมืดแห่งการธาตุไฟเข้าแทรก
"เจ้า... เหตุใดต้องทำถึงเพียงนี้" เสียงของนางแหบพร่า ความเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีหลอมละลายสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้เปราะบางที่ยอมมอบทั้งดวงจิตและวิถีกระบี่ให้แก่บุรุษผู้นี้แต่เพียงผู้เดียว
"เพราะข้าไม่อาจมองเห็นเจ้าดับสูญไปพร้อมกับดาราเหล่านั้น" ฉินอวี้กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาคมกราบดุจเดิม "นั่งลง หลับตา ปลดปล่อยกระบวนท่าทั้งหมดที่เจ้าเคยยึดถือ ให้จิตใจว่างเปล่าดั่งห้วงอวกาศไร้ขอบเขต แล้วเจ้าจะพบว่า... พลังที่แท้จริงหาได้มาจากการครอบครอง แต่คือการยินยอมพร้อมใจที่จะสูญสิ้นทุกสิ่งเพื่อเริ่มต้นใหม่"
คำพูดของฉินอวี้ดุจระฆังทองคำที่ตีลั่นในห้วงสมองของมู่หรงเซวี่ย นางสูดลมหายใจเข้าลึก หลับตาลงอย่างจำนนต่อสَحธรรม แล้วปล่อยให้ร่างทรุดลงนั่งขัดสมาธิบนแผ่นศิลาจารึกอักษรโบราณ ลมปราณดาราในร่างเริ่มหมุนวนกลับทิศทาง จากการดูดซับกลายเป็นแผ่ขยาย จากการยึดติดกลายเป็นปล่อยวาง
รอบกายของนาง บรรยากาศเริ่มบิดเบี้ยว อักขระเวทโบราณนับหมื่นตัวส่องประกายเจิดจ้าขึ้นจากพื้นดิน ห่อหุ้มร่างระหงของนางเซียนไว้ใน茧พลังงานสีครามสลับทอง ทว่าในขณะที่การทะลวงขอบเขตกำลังดำเนินไปถึงจุดวิกฤต ท้องนภากลับคำรามก้อง เมฆทัณฑ์สวรรค์สีดำสนิทม้วนตัวลงมาปกคลุมยอดเขาดาราพร่างพรายอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีทองคำขาวฟาดผ่าลงมาทำลายค่ายกลป้องกันรอบด้านจนแหลกละเอียดในพริบตา
ฉินอวี้เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า นัยน์ตาคู่นคมฉายแววดุดัน ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าร่างของมู่หรงเซวี่ย กระบี่สังหารเทพในมือส่งเสียงคำรามก้องกังวาน รับรู้ได้ถึงเจตంటฆ่าอันไร้ขอบเขตจากสรวงสวรรค์ที่ต้องการขัดขวางการบรรลุธรรมของนาง
ทว่า... ก่อนที่สายฟ้าทัณฑ์สวรรค์สายแรกจะผ่าลงมา เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบหน้าผาเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ทำให้โลหิตในกายต้องจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"ฉินอวี้ เจ้าคิดว่าจะปกป้องนางได้พ้นเงื้อมมือของสำนักกระบี่เยือกแข็งจริงหรือ? ศิษย์ทรยศ... วันนี้คือวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและดำดิ่งสู่ห้วงวิถีกระบี่และสัจธรรมแห่งรักนี้กับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 20
สัจธรรมคือความว่างเปล่า
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!