กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 7

การดูแลในคืนที่พายุคลั่ง

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินศิลาอัคคี ส่งเสียง *“ฉี่”* เบาๆ พร้อมไอความร้อนที่ระเหยกลายเป็นควันสีม่วงปนเทา ร่างของฉินอวี้ทรุดฮวบลงครึ่งหนึ่ง คมกระบี่หิมะสังหารเทพในมือสั่นระริกราวกับมีชีวิต มันกำลังกรีดแทะพลังชีวิตและเส้นชีพจรของเขาจากภายใน บาดแผลจากทัณฑ์สวรรค์เมื่อคราวก่อนยังไม่ทันสมานดี ปราณย้อนกลับจากการฝืนทะลวงขอบเขตเมื่อครู่ก็พุ่งเข้าตีกลับอย่างบ้าคลั่ง “อย่าขยับ” น้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในหุบเขาหมื่นปีดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มที่ก้าวเข้ามาประชิด มู่หรงเซวี่ยขบกริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว นางยื่นปลายนิ้วเรียวยาวดั่งหยกขาวออกไปกดจุดชีพจรสำคัญทั่วแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมกระบี่และสายฟ้า ปราณดาราบริสุทธิ์สายหนึ่งพวยพุ่งเข้าสู่ร่างของชายหนุ่มราวกับสายน้ำเย็นฉ่ำที่ไหลรินเข้าดับไฟบรรพ์กัลป์ ฉินอวี้แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ามองสตรีตรงหน้าด้วยความดื้อรั้นระคนหยามหยัน “ข้าไม่ใช่เด็กอมมือ... มู่หรงเซวี่ย ปล่อยข้า พลังปราณดาราของเจ้ากำลังจะสูญเปล่าเพราะพิษกระบี่ของข้าเอง” “หุบปาก!” คำสั่งเด็ดขาดหลุดจากริมฝีปากบางเฉียบของนางเซียนผู้สูงศักดิ์ แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับไหวระริกด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่กัดกินหัวใจของเขา ปราณกระบี่สังหารเทพไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หรือแม้แต่เซียนทั่วไปจะแบกรับได้ มันคือกฎแห่งการทำลายล้างที่ท้าทายฟ้าดิน ยิ่งฉินอวี้ฝืนใช้มันมากเท่าใด อายุขัยของเขาก็ยิ่งสั้นลงเท่านั้น พายุภายนอกโหมกระหน่ำรุนแรง สายฝนสีนิลสาดซัดกระทบหน้าต่างตำหนักเก่าแก่จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงอัสนีบาตแลบแปล๊บผ่านรอยแตกของผนัง เผยให้เห็นใบหน้าซีดเซียวของชายหนุ่มและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของสตรีผู้เยือกเย็น มู่หรงเซวี่ยไม่สนใจคำเตือน นางรวบรวมลมปราณทั้งหมดที่มีถ่ายทอดเข้าสู่ตันtian (ตันเถียน) ของเขา ฝ่ามือเรียอบ1ข้างทาบลงที่กลางหลังของฉินอวี้ อีกมือหนึ่งยกขึ้นสะบัดกระบี่ดาราประกายเพื่อสร้างค่ายกลป้องกันเสียงและจิตสัมผัสจากภายนอก ทว่า การทำเช่นนี้ทำให้พลังสะท้อนกลับพุ่งเข้าสู่ร่างของนางเองเช่นกัน เลือดสีชาดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของมู่หรงเซวี่ย หยดลงบนเส้นผมสีดำสนิทของชายหนุ่ม “เจ้าช่างโง่เขลานัก...” ฉินอวี้พึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงเล็กน้อยยามเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่ฉายแววเจ็บปวดแต่มุ่งมั่นอย่างไม่ยอมแพ้ “เหตุใดต้องเอาชีวิตของเจ้ามาเสี่ยงกับศิษย์สำนักมารที่ฟ้าดินต้องการกำจัดเช่นข้า” “หุบปากเสีย ฉินอวี้” มู่หรงเซวี่ยขยับกายเข้าไปใกล้จนไออุ่นจากตัวนางแทรกซึมผ่านเนื้อผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ หน้าผากของนางแนบชิดกับหน้าผากของเขาโดยไม่รู้ตัว ความเย็นเยือกของน้ำแข็งและไออุ่นจากไฟเซียนหลอมรวมกันเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทั้งสองไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายร้อยปีของการบำเพ็ญเพียร “ข้าไม่สนว่าฟ้าดินจะกำหนดให้ผู้ใดดับสูญ หรือเจ้าจะเป็นศิษย์ทรยศของสำนักใด... ในเมื่อวิถีกระบี่ของข้าเลือกที่จะเคียงคู่กับเจ้าแล้ว ต่อให้ต้องล่มสลายไปพร้อมกับดาราจักรนี้ ข้าก็ไม่เสียใจ” คำพูดนั้นราวกับคมกระบี่ที่เฉือนผ่านหัวใจที่ด้านชาของฉินอวี้ กำแพงความเย็นชาที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกอันโหดร้ายพังทลายลงในพริบตา ชายหนุ่มหลับตาลง ยอมปล่อยให้พลังปราณของนางนำทาง จิตวิญญาณทั้งสองดวงผสานเข้าหากันในห้วงลึกแห่งการบำเพ็ญเพียร ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของพายุฟ้าคะนองด้านนอก ในยามนั้นเอง ขณะที่ไออุ่นกำลังแผ่ซ่านและหัวใจสองดวงเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาถล่มก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก... ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่คุ้นเคยยิ่ง *“ศิษย์พี่รอง... ท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่เองหรอ ถึงเวลาชำระหนี้เลือดของสำนักกระบี่เยือกแข็งแล้ว!”* ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%