โลหิตสีแดงเข้มดุจชาดหยดลงกระทบพื้นหินศิลาอัคคีทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง... เสียงนั้นก้องกังวานบาดลึกในความเงียบงันราวกับเสียงฆ้องประหารชีวิต
ฉินอวี้ทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่ง มือข้างที่กุมด้ามกระบี่สั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกของเคล็ดวิชากระบี่สังหารเทพหาได้เลือนหายไปไม่ หากแต่กำลังย้อนกลับมาแผดเผาเส้น1ชี-พ-จรและอวัยวะภายในของเขาจนแหลกสลายเป็นจุล การฝืนใช้กระบี่กระบวนท่าที่สองเมื่อครู่ มิใช่เพียงแค่การดึงเอาพลังปราณฟ้าดินมาใช้อย่างสิ้นเปลือง แต่มันคือการ "ยืมอายุขัย" จากเงื้อมมือของยมโลกมาแลกกับประกายกระบี่เพียงเสี้ยวลมหายใจ
"เจ้าโง่... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?"
เสียงหวานใสที่ก้องกังวานดั่งระฆังหยกท่ามกลางหุบผาน้ำแข็งดังขึ้นทันที พร้อมกับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักลายดารา
มู่หรงเซวี่ยพุ่งทะยานเข้ามาประคองร่างที่โซเซของฉินอวี้ไว้ ดวงตาคู่คมปลาบที่มักจะเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความตระหนกและ... ความรวดร้าวที่นางพยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งจองหอง
ปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำหยกของนางกดลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วแผ่นหลังของเขา ถ่าย 1เท-วะ-ปราณ-ดารา 1เข้าสู่ร่างของฉินอวี้เพื่อสกัดกั้นพิษกระบี่ที่กำลังตีกลับ แต่ทันทีที่พลังปราณของนางสัมผัสกับบาดแผลเดิมที่เรื้อรังอยู่ในร่างของชายหนุ่ม มู่หรงเซวี่ยก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
"บาดแผลจากกระบี่สะท้อนวิญญาณ... มันยังไม่หายดีตั้งแต่ยุทธภพแดนใต้ แล้วเจ้ายังกล้าโคจรวิชาสังหารเทพฝืนขีดจำกัดร่างกายอีกร้อยร้าว! ฉินอวี้ เจ้าคิดจะทิ้งชีวิตไว้ที่นี่หรืออย่างไร!"
น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวระคนความเป็นห่วงฉายชัดในแววตาคู่นั้น สำหรับนางเซียนผู้สูงส่งเหนือผู้คนนับหมื่น นางไม่เคยใส่ใจชีวิตของแมลงเม่าตัวใดในใต้หล้า ไยต้องมาเดือดร้อนกับบุรุษผู้ดื้อรั้นทะนงตนผู้นี้ด้วยเล่า?
ฉินอวี้เงยหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา หยาดโลหิตไหลยزินผ่านคางคมสัน หยดลงบนอาภรณ์สีขาวที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ดุจดอกเหมันต์สีชาดที่ผลิบานท่ามกลางพายุหิมะ
"หากข้าไม่ใช้... พวกเราทั้งหมดคงกลายเป็นวิญญาณไร้ญาติใต้เงื้อมมือของสำนักกระบี่เยือกแข็งไปแล้ว... มู่หรงเซวี่ย เจ้ากลัวความตายตั้งแต่เมื่อใดกัน?"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ยังคงความเย่อหยิ่งไว้ไม่เสื่อมคลาย ศักดิ์ศรีของจอมยุทธ์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน แม้ในยาระทดท้อ ย่อมไม่มีวันยอมจำนนต่อความเจ็บปวด
"ข้าไม่ได้กลัวตาย!" มู่หรงเซวี่ยตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ นางจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่ข้ากลัว... กลัวว่าคนที่อุตส่าห์ดึงข้าขึ้นมาจากความมืดมิดของห้วงดารา จะดับสูญไปก่อนที่ข้าจะได้เห็นเขาพิสูจน์วิถีกระบี่ของตนเองจนถึงที่สุด!"
คำพูดนั้นทำให้ฉินอวี้ชะงักไป ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สะท้อนภาพเงาของเขา ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบกาย ชั่วขณะหนึ่งราวกับเวลาหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นระรัวสะท้อนก้องในความเงียบสงบอันเปราะบาง
ทว่า... สันติภาพชั่วครู่มักจะถูกทำลายลงอย่างรวดเร็วดุจเปลวเทียนต้องสายลม
*เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างหุบเขา แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนผนังถ้ำศิลาอัคคีสั่นคลอน รอยแยกนับร้อยสายแผ่ขยายออกราวน้ำแข็งร้าว มวลพลังปราณอันชั่วร้ายและเยือกเย็นสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งมังกรเพลิงทมิฬที่คำรามก้องท้าทายสวรรค์
"พวกมันตามมาเร็วเกินไป..." ฉินอวี้กัดฟันกรอด พยายามจะใช้กระบี่ค้ำยันร่างกายให้ลุกขึ้นยืน แต่วิชาสังหารเทพที่ตีกลับทำให้ขาของเขาราวกับไร้เรี่ยวแรง
มู่หรงเซวี่ยขมวดคิ้วแน่น แววตาเย็นชาฉายประกายเด็ดเดี่ยว นางยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของฉินอวี้มาพาดไว้บนบ่าของตนเอง พร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ พลังดาราพร่างพรายนับพันสายพรั่งพรูออกมาโอบล้อมร่างของทั้งคู่ไว้ในม่านแสง
"เกาะข้าไว้ให้แน่น..." นางกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ในเมื่อบาดแผลเดิมของเจ้ายังไม่หาย วันนี้... ข้าจะใช้กระบี่ดาราของข้า เปิดทางเลือดนี้ออกไปเอง!"
ฉินอวี้มองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังแบกรับน้ำหนักตัวของเขาไว้ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างไหลผ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน เขาแย้มยิ้มบางเบา ก่อนจะกระชับด้ามกระบี่ในมือแน่นขึ้น แม้โลหิตจะยังคงไหลรินไม่ขาดสาย แต่ประกายตาของเขากลับคมปลาบดุจคมกระบี่ที่เพิ่งลับใหม่
ณ ปากถ้ำศิลาอัคคี หมอกควันสีดำทมิฬม้วนตัวเข้าปกคลุม เงาร่างนับสิบของผู้อาวุโสสำนักกระบี่เยือกแข็งยืนเรียงรายดั่งภูตผี พร้อมด้วยกระบี่อาคมที่เปล่งแสงสีฟ้ามรกตน่าสะพรึงกลัว และผู้ที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดคือ... ศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักกระบี่เยือกแข็ง ผู้ถือครอง "กระบี่สะบั้นนภา" ที่มีรอยแผลเป็นลากยาวน่าเกลียดบนใบหน้า
"ฉินอวี้... ศิษย์น้องทรยศ วันนี้เจ้าหนีไม่พ้นแน่!" เสียงคำรามเหี้ยมเกรียมดังขึ้นพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมา
มู่หรงเซวี่ยก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างระหงเปล่งประกายแสงดาราเจิดจ้ากลบรัศมีสีดำทมิฬจนหมดสิ้น นางยกนิ้วเรียวขึ้นชี้ฟ้า กระบี่ดาราประจำกายหลุดออกจากฝักด้วยเสียงร้องกังวานบาดแก้วหู
"ผู้ใดกล้าแตะต้องเขา... จงก้าวข้ามศพของข้าไปก่อน!"
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 6
กระบี่ที่สองกับบาดแผลเดิม
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!