กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา•ตอนที่ 18

การทรยศของมิตรเก่า

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"ศิษย์พี่... ท่านยังจะดึงดันแบกรับเศษซากของวิถีที่ล่มสลายนี้ไปเพื่อสิ่งใดกัน?" เสียงนั้นแหบพร่า ทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารที่เย็นเยียบดั่งคมมีดโกน ฉินอวี้หยุดฝีเท้าลงบนยอดเขารกร้างที่ถูกปกคลุมด้วยไอหมอกสีเลือด เบื้องหน้าของเขาคือ 'หลี่ซวน' อดีตศิษย์น้องร่วมสำนักที่เขาเคยไว้วางใจให้ฝากชีวิตไว้ในยามคับขัน ทว่าบัดนี้ ดวงตาของอีกฝ่ายกลับไร้ซึ่งแววความอาทร คงเหลือเพียงประกายแห่งความกระหายในอำนาจที่บิดเบี้ยว ฉินอวี้ไม่ได้หันกลับไปเผชิญหน้า เขายืนตระหง่านดุจยอดเขาที่หยั่งรากลึกในพสุธา มือขวาที่หยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่มานับหมื่นครั้งกระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ข้าไม่ได้แบกรับวิถีที่ล่มสลายหรอกหลี่ซวน... ข้าเพียงแค่เดินตามทางที่ข้าเลือกเอง ลิขิตฟ้าดินมิอาจบงการลมหายใจข้าได้ แล้วเจ้าเล่า? ยอมทิ้งวิญญาณไปเป็นสุนัขรับใช้ให้แก่ตำหนักดาราพร่างพราย เพียงเพื่อเศษเสี้ยวของวิชาเคล็ดลับที่พวกมันโยนให้เหมือนเศษอาหารเน่าเสียเช่นนั้นหรือ?" "ปากดี!" ฉับพลันนั้น ร่างของหลี่ซวนก็พร่าเลือนกลายเป็นเงาดำพุ่งทะยานเข้าใส่ ประกายกระบี่สีครามวาดผ่านอากาศดุจสายฟ้าฟาดฟันลงมายังกลางแผ่นหลังของฉินอวี้ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่จะสัมผัสผิวหนัง ฉินอวี้กลับเบี่ยงกายหลบอย่างแช่มช้าทว่าแม่นยำดั่งผู้เชี่ยวชาญในวิถีแห่งความเป็นตาย กริ๊ก! เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วหุบเขา ฉินอวี้ชักกระบี่ออกจากฝักเพียงครึ่งครา สกัดกั้นการจู่โจมด้วยสันกระบี่ แรงปะทะส่งผลให้พื้นดินใต้เท้าของทั้งคู่แตกร้าวเป็นวงกว้าง ไอพลังปราณสีเงินยวงปะทะกับไอควันสีดำสนิทจนเกิดการระเบิดของมวลอากาศโดยรอบ ท่ามกลางวิกฤตการณ์นั้น มู่หรงเซวี่ยซึ่งเฝ้ามองจากห้วงมิติที่ซ้อนทับอยู่เบื้องบน ดวงตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดั่งธารน้ำแข็งพันปีกลับไหวระริก มือเรียวงามของนางสั่นเทาขณะกุมไว้ที่หน้าอก หัวใจของนางกระตุกวูบยามเห็นศิษย์ผู้ทรยศผู้นี้รุมเร้าชายผู้เป็นที่รัก *ฉินอวี้... เจ้าจอมยุทธ์ผู้ดื้อรั้น เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากข้าบ้าง?* นางครุ่นคิดในใจ ก่อนจะสะบัดชายอาภรณ์สีขาวดุจหิมะ พลังเซียนมหาศาลไหลเวียนผ่านปลายนิ้วเตรียมพร้อมที่จะฉีกกระชากมิตินี้ลงมาเพื่อปกป้องเขา แต่นางก็ต้องชะงักงัน เมื่อเห็นฉินอวี้ถ่มน้ำลายที่มีหยดเลือดออกมา ก่อนจะหัวเราะร่าด้วยความเวทนา "เจ้าเห็นไหมหลี่ซวน... แม้แต่จิตวิญญาณกระบี่ของเจ้ายังสั่นกลัวยามต้องประจันหน้ากับข้า" ฉินอวี้กล่าว น้ำเสียงเปี่ยมด้วยพลังแห่งการข่มขวัญ "เพราะลึกๆ แล้ว เจ้ายังจำได้ว่าใครคือคนที่สอนให้เจ้าก้าวข้ามผ่านขอบเขตพลังชั้นต้น... แต่ดูเจ้าตอนนี้สิ กลับกลายเป็นทาสที่ลืมแม้กระทั่งบรรพบุรุษตัวเอง" "ข้าไม่สนใจเรื่องกตัญญูจอมปลอมนั่น!" หลี่ซวนคำราม เคลื่อนไหวร่างกายด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง แยกร่างเงาออกเป็นแปดทิศทาง ปิดล้อมฉินอวี้ไว้กลางวงล้อม "วันนี้ข้าจะนำหัวของท่านไปสังเวยแด่ความรุ่งโรจน์ของข้าเอง!" ฉินอวี้ปิดเปลือกตาลงสัมผัสถึงความสั่นไหวของอากาศรอบตัว ในใจหวนระลึกถึงวันที่เขาและศิษย์น้องผู้นี้เคยฝึกฝนใต้แสงจันทร์ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศไม่ได้ทำให้เขาสิ้นหวัง แต่กลับเป็นดั่งอัคคีที่หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งกระบี่ของเขาให้แหลมคมยิ่งกว่าเดิม *หากโลกนี้ไร้ซึ่งสัจธรรม ข้าจักเขียนมันขึ้นมาใหม่ด้วยคมกระบี่ของข้าเอง* เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีถ่านของเขาบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนดุจหิมะแรกในรอบศตวรรษ พลังกระบี่สังหารเทพพุ่งพล่านไปทั่วร่างจนอาภรณ์ขาดวิ่นเผยให้เห็นบาดแผลจากทัณฑ์สวรรค์ที่ยังคงทิ้งรอยแผลเป็นไว้ แต่เหนือแผลเหล่านั้นคือออร่าพลังที่แผ่ขยายออกไปจนชั้นบรรยากาศเหนือหุบเขาบิดเบี้ยว "ศิษย์น้อง... เจ้าจำ 'กระบี่ดับสูญดาวตก' ที่ข้าเคยสอนเจ้าไม่ได้แล้วสินะ" ฉินอวี้วาดกระบี่เป็นวงกลมรอบกาย ชั่วพริบตานั้น ร่างเงาทั้งแปดของหลี่ซวนก็ถูกตรึงไว้ด้วยพลังกดดันที่มองไม่เห็น หลี่ซวนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด "เป็นไปไม่ได้! วิชานี้... วิชานี้ต้องใช้พลังชีวิตครึ่งหนึ่งในการแลกเปลี่ยน! ท่านบ้าไปแล้วหรือฉินอวี้!" "ข้าไม่ได้บ้า..." ฉินอวี้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขาปรากฏขึ้นประชิดหน้าอกของหลี่ซวนด้วยความเร็วที่เหนือมิติกาลเวลา "ข้าเพียงแค่ไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว" ปลายกระบี่ของฉินอวี้แตะลงที่คอหอยของหลี่ซวน แรงกดดันจากกระบี่สังหารเทพทำให้หลี่ซวนไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิ้วเดียว ทว่า ในวินาทีที่ฉินอวี้กำลังจะปลิดชีพมิตรเก่าที่กลายเป็นศัตรูนั้น เสียงกระดิ่งเงินดังก้องมาจากฟากฟ้า ท้องนภากลับกลายเป็นสีเลือดโดยฉับพลัน พร้อมกับเงาร่างของบุรุษชุดดำในหน้ากากปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ "ช้าก่อน..." เสียงทรงอำนาจดังกังวาน "หากเจ้าสังหารศิษย์ผู้นี้ ข้าจะนำดวงวิญญาณของนางเซียนที่เจ้าหลงรักไปเผาผลาญในอเวจีหมื่นปีเสีย" ฉินอวี้ชะงักงัน กระบี่ในมือสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน หัวใจของเขาที่เคยสงบนิ่งดั่งน้ำแข็งกลับร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผาเมื่อได้ยินชื่อของมู่หรงเซวี่ยถูกนำมาข่มขู่ เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาสีดำเบื้องบน ก่อนจะแสยะยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งดุจเทพเจ้าที่ไม่มีสิ่งใดต้องกลัวเกรง แม้กระทั่งความตาย "เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้พวกมันบงการโชคชะตาของข้าได้อีกงั้นหรือ?" ฉินอวี้กระซิบแผ่วเบา ทว่ากลับดังกึกก้องไปทั่วสวรรค์ชั้นฟ้า ก่อนจะตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เขาไม่ได้ถอยหลัง แต่กลับพลิกกระบี่กลับด้านแล้วแทงทะลุหน้าอกของตนเองเพื่อทะลวงผ่านขอบเขตพลังขั้นถัดไปต่อหน้าต่อตาหลี่ซวนและผู้บงการปริศนาที่กำลังตกตะลึง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งการทรยศและลิขิตสวรรค์มากับชิงเสวี่ยเหมันต์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะสังหารเทพ กับนางเซียนผู้ดับสูญดารา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%